พระเสด็จมาโปรดฯ ชาวนาไทย
สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ได้เสด็จฯ ไปทรงเป็นประธานการสาธิตวิธีทำปุ๋ยหมัก
โดย...กองพิพิธภัณฑ์ กรมศิลปากร
สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ได้เสด็จฯ ไปทรงเป็นประธานการสาธิตวิธีทำปุ๋ยหมัก และทรงสาธิตการทำปุ๋ยหมักด้วยพระองค์เองทุกขั้นตอน ณ บ้านแหลมสะแก (บึงฉวาก) อ.เดิมบางนางบวช จ.สุพรรณบุรี ในวันที่ 23 มี.ค. 2528 มีราษฎรชาวสุพรรณบุรี เฝ้าชมพระบารมีของพระองค์ด้วยความชื่นชมปีติยินดีเป็นจำนวนนับแสนคน
ครั้นถึงวันที่ 27 มี.ค. 2529 พระองค์ได้เสด็จฯ มาเป็นประธานการทำนาสาธิตโดยการใช้ปุ๋ยหมัก ณ บึงไผ่แขก ต.ดอนโพธิ์ทอง อ.เมือง จ.สุพรรณบุรี เหตุการณ์ครั้งนี้ถือว่าเป็นเหตุการณ์ครั้งสำคัญทางประวัติศาสตร์ของชาวสุพรรณบุรี เพราะพระองค์ได้เสด็จฯ ด้วยพระบาทเปล่า ทรงหว่านเมล็ดพันธุ์ข้าวและปุ๋ยหมักไปรอบๆ แปลงนาสาธิตที่เต็มไปด้วยโคลนตมโดยไม่มีผู้ใดคาดหมายไว้ก่อน ระหว่างที่ทรงประทับพระบาทก้าวแรกลงในแปลงนา บรรดาพสกนิกรที่เฝ้าชมพระบารมีอยู่โดยรอบต่างปรบมือขึ้นพร้อมกัน เพื่อถ่ายทอดแสดงออกถึงความรู้สึกซาบซึ้งประทับใจและชื่นชมยินดีเป็นที่สุด
หลังจากทรงหว่านปุ๋ยหมักและพันธุ์ข้าวแล้ว ยังทรงสนพระทัยติดตามความคืบหน้าของแปลงสาธิต ซึ่ง อารีย์ วงศ์อารยะ ได้กราบบังคมทูลให้ทรงทราบถึงการเจริญเติบโตของต้นข้าวมาโดยลำดับ จนกระทั่งเมื่อถึงกำหนดระยะเวลาเก็บเกี่ยว พระองค์ได้เสด็จฯ มาทรงเกี่ยวข้าวด้วยพระองค์เอง เมื่อวันที่ 14 ส.ค. 2529 และได้จัดให้มีการนวดข้าวทันทีต่อหน้าพระพักตร์เพื่อให้ราษฎรเห็นว่าการใช้ปุ๋ยหมักนอกจากจะลดต้นทุนการผลิตด้านปุ๋ยลงได้ราวร้อยละ 65 แล้ว ยังให้ผลผลิตสูงกว่าการใช้ปุ๋ยเคมีอย่างเดียวเกือบร้อยละร้อย
พระมหากรุณาธิคุณที่สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงมีต่อชาวนา จ.สุพรรณบุรี ดังกล่าวนี้นับเป็นคุณูปการอันยิ่งใหญ่ต่อชาวนาไทย โดยส่วนรวมและถือเป็นเหตุการณ์สำคัญที่จะต้องจารึกไว้ในประวัติศาสตร์ของชาติบ้านเมืองชั่วกาลนาน
(ข้อมูลจากหนังสือพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ชาวนาไทย กรมศิลปากร จัดพิมพ์ พ.ศ. 2537)


