
ไทยขยับขึ้นอันดับที่ 39 ความโปร่งใสตลาดอสังหาฯโลก
8...โจนส์ แลง ลาซาลล์ ผู้เชี่ยวชาญด้านอสังหาริมทรัพย์ระดับโลก
เช่นเดียวกับปีก่อนๆ หน้า ประเทศไทยยังคงได้รับการจัดให้อยู่กลุ่มตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่มีดัชนีความโปร่งใสระดับปานกลาง อย่างไรก็ดี รายงานดัชนีความโปร่งใสตลาดอสังหาริมทรัพย์โลกฉบับปี 2553 แสดงให้เห็นว่าดัชนีความโปร่งใสของตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยมีพัฒนาการที่ดีขึ้นต่อเนื่อง โดยได้ขยับอันดับมาอยู่ที่ 39 เทียบกับที่เคยอยู่อันดับที่ 45 ในรายงานฉบับปี 2551
รายงานดัชนีความโปร่งใสตลาดอสังหาริมทรัพย์โลก (Global Real Estate Transparency Index) เป็นรายงานฉบับราย 2 ปี ซึ่ง โจนส์ แลง ลาซาลล์ จัดทำขึ้นร่วมกับบริษัทในเครือ คือ ลาซาลล์ อินเวสต์เมนต์ แมเนจเมนต์ ซึ่งเป็นบริษัทบริหารการลงทุนด้านอสังหาริมทรัพย์ที่ใหญ่ที่สุดรายหนึ่งของโลก โดยรายงานฉบับปี 2553 นี้ ครอบคลุมตลาดอสังหาริมทรัพย์ 81 แห่งทั่วโลก
อันดับที่ปรับดีขึ้นของตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยเป็นผลมาจากการที่ค่าดัชนีความโปร่งใสโดยรวมดีขึ้น ทั้งนี้ รายงานดัชนีความโปร่งใสตลาดอสังหาริมทรัพย์โลก มีการให้คะแนนค่าดัชนีจาก 15 โดย 1 เป็นค่าดัชนีสำหรับตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่ความโปร่งใสสูงสุด และ 5 เป็นค่าดัชนีสำหรับตลาดที่มีความโปร่งใสน้อยที่สุด สำหรับตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทย ค่าดัชนีความโปร่งความใสมีการปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่อง โดยในปีนี้อยู่ที่ 3.02 เทียบกับค่าดัชนี 3.16 ในปี 2551 และ 3.40 ในปี 2549
ค่าดัชนีความโปร่งใสที่เพิ่มขึ้นในตลาดอสังหาริมทรัพย์ของไทย สะท้อนให้เห็นถึงระดับความโปร่งใสที่เพิ่มมากขึ้นในตลาดทุน โดยเฉพาะในส่วนที่เกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ ปัจจุบันมีบริษัทจำนวนรวมประมาณ 60 บริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ในกลุ่มธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์
นอกจากนี้ ยังมีกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ที่มีหุ้นซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์อีก 26 กอง ที่ลงทุนในอสังหาริมทรัพย์หลากหลายประเภท ทั้งบริษัทและกองทุนจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เหล่านี้ถูกกำหนดให้ปฏิบัติตามหลักบรรษัทภิบาลและกฎระเบียบที่เคร่งครัดมากกว่าบริษัททั่วไป รวมถึงการรายงานรายละเอียดเกี่ยวกับการดำเนินกิจกรรมทุกกิจกรรมอย่างมีมาตรฐานและเป็นประจำ ซึ่งช่วยทำให้เกิดความโปร่งใสให้กับตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยมากขึ้น
ต่างจากอดีตที่ผ่านมา การหาข้อมูลเกี่ยวกับธุรกรรมการซื้อ ขาย ให้เช่า อสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทยเป็นเรื่องที่ยากลำบาก โดยเฉพาะข้อมูลการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์รายการใหญ่ๆ มักไม่ได้รับการเปิดเผยไม่ว่าจะโดยเจตนาของผู้ซื้อหรือผู้ขายหรือทั้งสองฝ่าย ดังนั้น มูลค่าการซื้อขายที่เกิดขึ้นจริงในตลาดที่จะสามารถนำมาใช้เป็นบรรทัดฐานเปรียบเทียบจึงแทบหาไม่ได้
นายล่องลม บุนนาค ประธานกรรมการ บริษัท โจนส์ แลง ลาซาลล์ (ประเทศไทย) ระบุว่า โดยทั่วไประดับความโปร่งใสที่เพิ่มขึ้น หมายถึงความเสี่ยงของการลงทุนที่ลดลง โดยเฉพาะสำหรับนักลงทุนจากต่างประเทศ อย่างไรก็ดี การที่ดัชนีความโปร่งใสในตลาดอสังหาริมทรัพย์ของไทยปรับตัวดีขึ้น อาจไม่ได้หมายความว่าจะมีการลงทุนจากต่างประเทศเข้ามาในตลาดเพิ่มมากขึ้นตามมา ทั้งนี้ ตลาดที่มีความโปร่งใสระดับปานกลางหรือที่มีความโปร่งใสต่ำ ได้รับความสนใจจากนักลงทุนบางกลุ่มที่เน้นผลตอบแทนการลงทุนเป็นสำคัญ โดยยินดีที่จะเข้าไปลงทุนเมื่อเล็งเห็นโอกาสการได้รับผลตอบแทนสูง แม้จะเป็นตลาดที่มีความโปร่งใสน้อยกว่าก็ตาม
ทั้งนี้และทั้งนั้น การที่ตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยมีดัชนีความโปร่งใสปรับตัวดีขึ้น และมีข้อมูลเปิดเผยในตลาดมากขึ้นจะเป็นประโยชน์ต่อตลาดโดยรวม เพราะจะช่วยให้นักลงทุน เจ้าของ และผู้ใช้ประโยชน์ในอสังหาริมทรัพย์ ตัดสินใจเรื่องราวใดๆ ที่เกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
‘
ออสซี’ แชมป์โปร่งใสที่สุดในโลกในรายงานฉบับราย 2 ปี จาก โจนส์ แลง ลาซาลล์ ออสเตรเลียได้รับการจัดอันดับให้เป็นตลาดที่โปร่งใสมากที่สุดในโลก โดยเบียดแซงหน้าแคนาดา ซึ่งเดิมเคยอยู่ในอันดับ 1 ตามด้วยอังกฤษ ซึ่งตกจากอันดับ 2 ไปอยู่ในอันดับ 3 ในปีนี้ ในขณะที่ประเทศที่อยู่ในกลุ่มตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่มีความโปร่งใสมากที่สุดในโลกมี 12 ประเทศ ประกอบด้วย ออสเตรเลีย แคนาดา อังกฤษ นิวซีแลนด์ สวีเดน สหรัฐอเมริกา ไอร์แลนด์ ฝรั่งเศส เนเธอร์แลนด์ เยอรมนี เบลเยียม และเดนมาร์ก
ดัชนีความโปร่งใสภาพรวมกระเตื้องเล็กน้อย
ในภาพรวมแล้ว ดัชนีความโปร่งใสของตลาดอสังหาริมทรัพย์ทั่วโลกไม่ได้ปรับตัวดีขึ้นจาก 2 ปีก่อนหน้ามากนัก ความผันผวนที่เกิดขึ้นเมื่อไม่นานมานี้ในตลาดเงิน เศรษฐกิจและตลาดอสังหาริมทรัพย์ทั่วโลก ส่งผลให้วงการธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ให้ความสำคัญต่อวิธีการอยู่รอดมากกว่าที่จะสนใจเรื่องพัฒนาการของตลาด
กระบวนการดำเนินธุรกรรมซื้อขายและกฎหมายหรือกฎระเบียบที่เกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ เป็นองค์ประกอบส่วนหนึ่งของความโปร่งใสในตลาดอสังหาริมทรัพย์โดยรวม ซึ่งพบว่าทั้งสองส่วนนี้ไม่มีพัฒนาการมากนัก เนื่องจากตลาดประสบปัญหาในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา อย่างไรก็ดี พบว่าข้อมูลเกี่ยวกับตลาดอสังหาริมทรัพย์ยังคงมีพัฒนาการที่ดีขึ้น ทั้งในแง่ของคุณภาพและความลึกของข้อมูล ซึ่งช่วยเสริมความโปร่งใสให้กับตลาดอสังหาริมทรัพย์ทั่วโลก
แม้โดยภาพรวมทั่วโลกดัชนีความโปร่งใสจะปรับตัวดีขึ้นไม่มาก แต่ยังมีตลาดอสังหาริมทรัพย์ของหลายๆ ประเทศที่มีดัชนีความโปร่งใสปรับตัวดีขึ้นมาก โดยมี 15 ตลาดที่มีดัชนีความโปร่งใสปรับตัวดีขึ้นมากที่สุด เช่น ตุรกี โปแลนด์ จีน โปรตุเกส อินเดีย โรมาเนีย เยอรมนี ไอร์แลนด์ กรีซ ฮังการี
เอเชียแปซิฟิกโปร่งใสเหนือภูมิภาคอื่นๆ
เมื่อเทียบภูมิภาคต่อภูมิภาค ตลาดอสังหาริมทรัพย์ของเอเชียแปซิฟิกมีดัชนีความโปร่งใสปรับตัวดีขึ้นมากที่สุด โดยออสเตรเลียและนิวซีแลนด์อยู่ในกลุ่มตลาดที่มีความโปร่งใสมากที่สุดในโลก ตามมาติดๆ ด้วยสิงคโปร์และฮ่องกง ดัชนีความโปร่งใสที่เพิ่มสูงขึ้นมีความสัมพันธ์กันกับการเพิ่มขึ้นของการลงทุนจากต่างประเทศ ซึ่งเป็นปัจจัยที่กระตุ้นให้เกิดการเปิดเผยข้อมูลอย่างอิสระและมีการบังคับใช้กฎหมายในประเทศในส่วนที่เกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์อย่างเป็นธรรม จีนและอินเดียเป็นตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่มีดัชนีความโปร่งใสปรับตัวดีขึ้นมากที่สุดในภูมิภาคนี้ โดยได้ขยับอันดับขึ้นจากเดิมที่อยู่ในกลุ่มตลาดที่มีความโปร่งใสต่ำเมื่อ 2 ปีที่แล้ว มาเป็นตลาดที่มีความโปร่งใสปานกลางในปีนี้
นายอลาสเตอร์ ฮิวส์ ซีอีโอ โจนส์ แลงลาซาลล์ ภาคพื้นเอเชียแปซิฟิก กล่าวว่า เป็นเรื่องที่น่ายินดีที่ตลาดอสังหาริมทรัพย์ส่วนใหญ่ในเอเชียแปซิฟิกมีพัฒนาที่ดีขึ้น รวมถึงกระบวนการดำเนินธุรกรรมการซื้อ ขาย ให้เช่าอสังหาริมทรัพย์ที่มีความโปร่งใสมากขึ้นด้วย ดัชนีความโปร่งใสจะเป็นตัวช่วยสำหรับทั้งนักลงทุนและบริษัทผู้เช่าหรือใช้ประโยชน์ในอสังหาริมทรัพย์ ในการประเมินความเสี่ยงในการเข้าไปลงทุนหรือเข้าไปเปิดสถานประกอบการในประเทศต่างๆ ในส่วนของรัฐบาลและองค์กรต่างๆ ด้านอสังหาริมทรัพย์ ดัชนีความโปร่งใสจะเป็นตัวบ่งชี้ว่า ตลาดในประเทศมีความโปร่งใสเพียงใด และจะดำเนินการอย่างไรต่อไปในอันที่จะช่วยปรับปรุงให้ตลาดมีความโปร่งใสมากขึ้น







