
ไม่เกี่ยงค่าแรงแพง ขอฝีมือดีเป็นใช้ได้
คณะกรรมการร่วม 3 สถาบันภาคเอกชน (กกร.) มีมติแล้วว่า จะนำระบบการจ่ายค่าแรงตามระดับฝีมือมาใช้แทนการจ่ายค่าแรงขั้นต่ำ
ก่อนหน้านี้ รัฐบาลพยายามจะส่งเสริมให้มีการพัฒนาฝีมือแรงงานอย่างต่อเนื่อง โดยสร้างกลไกขึ้นมา โดยตรา พ.ร.บ.ส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงานมาใช้ตั้งแต่ปี 2545 แล้ว แต่การพัฒนาฝีมือแรงงานก็ไม่ประสบความสำเร็จนัก ส่วนหนึ่งเพราะนายจ้างต้องการกดค่าแรงเอาไว้ หรือใช้แรงงานต่างด้าวเพื่อที่จะได้จ่ายค่าแรงราคาถูก ต้นทุนการผลิตจะได้ถูกลง
การจ่ายค่าแรงแบบใหม่ที่ กกร.กำลังศึกษานั้น ต้องจัดทำมาตรฐานฝีมือแรงงานแยกตามสาขาวิชาชีพขึ้นมา แล้วกำหนดค่าจ้างกำกับไว้ ซึ่งต่างประเทศทำได้มากถึง 1,200 สาขาอาชีพ
สำหรับในเมืองไทยนั้น ตาม พ.ร.บ.ดังกล่าวมีการจัดทำค่าจ้างตามระดับมาตรฐานฝีมือแรงงานไว้แล้ว 30 สาขาอาชีพ
การเปลี่ยนแปลงนี้จะเกิดขึ้นได้หรือไม่ พยุงศักดิ์ ชาติสุทธิผล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ได้ยืนยันถึงความจำเป็นที่ต้องปรับระบบการจ่ายค่าแรงใหม่ว่า ถึงเวลาแล้วที่ต้องพัฒนาฝีมือแรงงานเพิ่มขึ้น เพื่อจะได้รับค่าแรงที่เหมาะสมกับลักษณะงาน ผู้ประกอบการพร้อมที่จะลงทุนพัฒนาแรงงานภายในบริษัทอยู่แล้ว และไม่ถือเป็นภาระเพิ่มขึ้น
“
วัตถุประสงค์ของการปรับโครงสร้างดังกล่าว เพราะไม่ต้องการให้เกิดการจ้างงานที่ต่ำกว่าค่าแรงขั้นต่ำ และต้องการให้แรงงานพัฒนาฝีมือเพื่อให้มีรายได้ที่เพิ่มขึ้น ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อทั้งแรงงานและผู้ประกอบการทั้งสองฝ่าย” พยุงศักดิ์ กล่าวพยุงศักดิ์ กล่าวถึงขั้นต่อหลังจากนี้ว่า เมื่อมีการศึกษาจนได้โครงสร้างค่าตอบแทนใหม่เสร็จเรียบร้อยแล้ว จะทำเป็นต้นแบบให้ผู้ประกอบการมานำปรับใช้ภายในโรงงาน ซึ่งรายไหนที่มีความพร้อมก็นำไปใช้ได้เลยทั้งในโรงงานขนาดใหญ่และธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) โดยจะขอความร่วมมือจากสมาชิกก่อน ส่วนเอสเอ็มอีก็มีหลายรายที่สนใจ โดยสมาชิก ส.อ.ท.ส่วนใหญ่เป็นเอสเอ็มอีก 7080%
ขณะที่ เบอร์ตัน บี.ซี.ชิว กรรมการเศรษฐกิจ ด้านเศรษฐกิจและวัฒนธรรมเกาหลีประจำประเทศไทย ก็สะท้อนว่าแม้ค่าแรงของแรงงานไทยสูงกว่าเพื่อนบ้านก็จริง โดยอยู่ที่ 200 บาท เทียบกับลาว หรือกัมพูชาอยู่ที่ 110 บาท แต่แรงงานของเพื่อนบ้านเหล่านี้ยังขาดทักษะไม่พร้อมจะเข้าตลาดแรงงาน
ถ้าแรงงานไทยแพง แต่ได้แรงงานทักษะฝีมือดีก็ไม่เป็นที่กังขา!







