
รวบเจ้าของตลาดปัฐวิกรณ์หนีคดีจ้างวานทำร้าย
กองปราบจับเจ้าของตลาดปัฐวิกรณ์หลังหนีคดีจ้างวานทำร้าย ขณะเข้ารักษาตัวที่ รพ.ปิยะเวท
กองปราบจับเจ้าของตลาดปัฐวิกรณ์หลังหนีคดีจ้างวานทำร้าย ขณะเข้ารักษาตัวที่ รพ.ปิยะเวท
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) เมื่อเวลา 11.30 น.วันที่ 7 กรกฎาคม พ.ต.อ.พรศักดิ์ สุรสิทธิ์ ผกก.1 บก.ป. พ.ต.ท.อดินันท์ ชัยนันท์ รอง ผกก.1 พ.ต.ต.จารุวัฒน์ พาหุมันโต สว.กก.1 บก.ป.นำกำลังเข้าจับกุม ดร.ธนโชติ จิตกุศลในธรรม หรือ “ภูเทพ สิทธิถาวร” อายุ 72 ปี กรรมการผู้จัดการ บริษัท ปัฐวิกรณ์ จำกัด เจ้าของและผู้ก่อตั้งตลาดปัฐวิกรณ์ อยู่บ้านเลขที่ 42/99 หมู่ 8 แขวงคู้ฝั่งเหนือ เขตหนองจอก กทม.ตามหมายจับศาลาอาญา ข้อหาหลบหนีหมายศาล โดยนายธนโชติ ได้ตกเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ที่ 929/2551ข้อหาฟ้องเท็จ และตกเป็นจำเลยในคดีที่ศาลฎีกา มีคำพิพากษาตัดสินจำคุก 2 ปี 8 เดือน ในคดีจ้างวานทำร้ายร่างกาย แต่หลบหนีไม่มาฟังคำสั่งศาล จับกุมได้ที่ รพ.ปิยะเวท ขณะที่ผู้ต้องหาเดินทางเข้ารับการรักษาโรคประจำตัว
พ.ต.อ.พรศักดิ์ กล่าวว่า การจับกุมผู้ต้องหาครั้งนี้ สืบเนื่องจากชุดสืบสวน กก.1 บก.ป.ทราบข้อมูลว่า ผู้ต้องหาซึ่งหลบหนีหมายศาล เข้ามารักษาตัวที่ รพ.ปิยะเวท จึงนำกำลังเข้าควบคุมตัวมาสอบสวนดำเนินคดีที่ บก.ป.ส่วนกรณีความเกี่ยวพันกับเหตุพบลูกระเบิดขนาด เอ็ม 26 ที่บริเวณตลาดปัฐวิกรณ์ ถนนนวมินทร์ แขวงคลองกุ่ม เขตบึงกุ่ม กทม.เมื่อวันที่ 27 มีนาคมที่ผ่านมา นั้น ขณะนี้อยู่ระหว่างสอบสวนถึงความเกี่ยวพันในคดีดังกล่าว
ด้าน ดร.ธนโชติ กล่าวว่า กรณีที่ตนถูกจับกุมไม่เกี่ยวข้องกับเหตุระเบิดที่ตลาดปัฐวิกรณ์ เนื่องจากเรื่องดังกล่าวเป็นเพียงความขัดแย้งระหว่างตนกับมารดาและน้องสาว ซึ่งเป็นเจ้าของบริษัท โชคชัยทรัพย์ทวี จำกัด เจ้าของที่ดินส่วนหนึ่งในตลาดดังกล่าว โดยที่ดินที่ยังเป็นข้อพิพาทกันอยู่นั้น มีจำนวน 49 ไร่ โดยคดียังอยู่ระหว่างการพิจารณาในชั้นศาล ทั้งนี้ ชุดจับกุมได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาส่งศาลอาญา พิจารณาคดีต่อไป
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในส่วนของตลาดปัฐวิกรณ์ เกิดขึ้นภายหลังบริษัท ปัฐวิกรณ์ จำกัด ได้มีการฟ้องร้องบริษัท โชคชัยทรัพย์ทวี จำกัด เกี่ยวกับการอ้างสิทธิการครอบครองที่ดินของตลาดปัฐวิกรณ์ กระทั่งในเวลาต่อมาได้มีการฟ้องร้องกันไปมาระหว่าง 2 บริษัท รวมแล้วกว่า 20 คดี ซึ่งส่วนใหญ่คดียังอยู่ระหว่างการพิจารณาในชั้นฎีกา







