posttoday
ซ่อมสีรถ 7 ขั้นตอน

ซ่อมสีรถ 7 ขั้นตอน

14 กรกฎาคม 2558

พักนี้ผมเห็นใครต่อใครให้ความสนใจกับเรื่องไกลตัวอย่างเรื่องวิกฤตเศรษฐกิจในประเทศกรีซ เรื่องฟองสบู่ตลาดหุ้นในประเทศจีน เรื่องที่มโนกันเป็นตุเป็นตะว่าอเมริกากับรัสเซียเตรียมทำสงครามกันอะไรทำนองนี้

พักนี้ผมเห็นใครต่อใครให้ความสนใจกับเรื่องไกลตัวอย่างเรื่องวิกฤตเศรษฐกิจในประเทศกรีซ เรื่องฟองสบู่ตลาดหุ้นในประเทศจีน เรื่องที่มโนกันเป็นตุเป็นตะว่าอเมริกากับรัสเซียเตรียมทำสงครามกันอะไรทำนองนี้

วันนี้จึงขอคุยกับท่านผู้อ่านเรื่องใกล้ตัวเป็นการเปลี่ยนบรรยากาศ แต่ขอออกตัวก่อนว่า เนื้อหาสาระในบทความวันนี้ได้มาจากเจ้าของอู่รถยนต์แห่งหนึ่งเท่านั้น และเป็นข้อมูลที่ยังไม่ได้มีการตรวจสอบกัน ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องที่เขาระบุไว้ เช่น คณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค บริษัทประกันภัยผู้ตรวจสอบความเสียหายของบริษัทประกัน และคนอื่นๆ จึงไม่อยากให้ท่านผู้อ่านปักใจเชื่อทันทีว่าเนื้อหาที่เขียนวันนี้ถูกต้อง 100% แค่อยากให้รับไปเป็นข้อมูลเพื่อนำไปใช้ในโอกาสที่เหมาะสม เช่น ตอนนำรถเข้าไปซ่อมสีในอู่รถ หรือตอนเลือกบริษัทประกันภัยที่เสนอตัวเข้ามาให้บริการท่าน หรืออ่านไว้ประเภทรู้ไว้ใช่ว่า อะไรทำนองนั้นมากกว่า

อย่างไรก็ตาม ถ้าเนื้อหามีความเป็นจริง ก็สมควรที่ทางราชการจะนำไปพิจารณาปรับปรุงกฎหมายระเบียบข้อบังคับต่างๆ ที่เกี่ยวข้องเพื่อคุ้มครองผู้บริโภคหรือประชาชนที่นำรถเข้าไปซ่อมสี ซ่อมตัวถังโดยใช้สิทธิตามกรมธรรม์ประกันภัยที่ได้ทำเอาไว้ เพราะข้อมูลที่เจ้าของอู่รถรายนี้ให้มาดูเหมือนว่าผู้บริโภคจะไม่ได้รับการคุ้มครองเมื่อรถเกิดอุบัติเหตุต้องเข้าซ่อมอย่างที่เข้าใจกันทั่วๆ ไป

เรื่องของเรื่องคือ เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาผมถูกบังคับให้ไปรับรถที่เธอขับไปชนนั่นชนนี่รอบคันที่อู่รถยนต์แห่งหนึ่ง ระหว่างนั่งรอมีโอกาสคุยกับเจ้าของอู่ ซึ่งดูเหมือนว่าจะค่อนข้างเป็นมืออาชีพพอสมควรเกี่ยวกับกระบวนการซ่อมสีรถยนต์ที่ถูกนำเข้ามาซ่อมที่อู่ โดยเคลมค่าใช้จ่ายจากบริษัทประกันภัย

ก่อนอื่นเถ้าแก่อู่รถรายนี้บอกผมว่า ที่เจ้าของรถยนต์ร้อยละร้อยเข้าใจว่า เมื่อทำประกันภัยชั้น 1 แล้วจะได้รับความคุ้มครองซ่อมรถให้กลับคืนสภาพเดิมนั้น เป็นความเข้าใจผิดในสาระสำคัญ

เหตุผลของแกคือ เจ้าของรถยนต์ส่วนใหญ่จะคัดเลือกประกันภัยโดยใช้ราคาค่าพรีเมียมเป็นปัจจัยเลือกเป็นหลัก ทั้งนี้ทั้งนั้น เพราะกรมธรรม์ประกันภัยที่ใช้อยู่ในปัจจุบันนั้น ระบุแค่วงเงินคุ้มครองค่าเสียหาย แต่ไม่ได้ระบุว่าคุณภาพในการคุ้มครอง คือคุณภาพในการซ่อมนั้น อู่รถยนต์จะต้องซ่อมอย่างไรให้สีรถยนต์ที่ซ่อมไปนั้นไม่ยุบ ไม่พอง ไม่แตก ไม่ด้านภายหลัง

แกบอกผมว่า เจ้าของรถยนต์ส่วนใหญ่เวลาเข้ามารับรถก็เพียงแต่ดูว่าสีในส่วนที่ซ่อมใหม่ไปเพี้ยนจากสีเดิม ไม่ด้าน โดยไม่สนใจว่าคุณภาพที่แท้จริงนั้นสภาพสีที่ซ่อมไปจะคงทนอยู่ได้นานแค่ไหน ซึ่งในส่วนนี้ไม่มีข้อคุ้มครองระบุไว้กรมธรรม์ประกันภัยส่วนใหญ่อู่จะรับประกันให้ไม่เกิน 1 ปีเท่านั้น

แกถามผมว่า เมื่อนำรถเข้าซ่อมใครเป็นผู้กำหนดราคาค่าซ่อม ประชาชนส่วนใหญ่เข้าใจว่าอู่รถยนต์เป็นผู้กำหนดราคา ซึ่งเป็นความเข้าใจผิด เพราะความจริงผู้ที่กำหนดราคาคือบริษัทประกัน ซึ่งมีอำนาจในการกำหนดราคาให้อู่รถยนต์ ถ้าอยากเข้ามาเป็นอู่ซ่อมในเครือ และตามที่เถ้าแก่อู่รถยนต์รายนี้เล่าให้ฟัง (ขอย้ำอีกครั้งว่ายังไม่มีการตรวจสอบข้อเท็จจริง เพราะผู้เขียนไม่มีเวลาแล้วก็ไม่ทราบจะถามใคร) ราคาค่าซ่อมที่บริษัทประกันที่กำหนดให้อู่รถยนต์นั้นเป็นราคาที่ไม่ได้มีการปรับเพิ่มมา 10 กว่าปีแล้ว ทั้งๆ ที่ค่าแรงช่าง และค่าสี ค่าแล็กเกอร์ ฯลฯ ได้เพิ่มขึ้นตลอดเวลา

ผลก็คืออู่รถยนต์จำเป็นต้องซ่อมรถยนต์ที่นำเข้ามาซ่อม โดยใช้มาตรฐานบริษัทประกันภัย หรือลดมาตรฐานลงจากปกติ เพราะมาตรฐานนี้เป็นมาตรฐานที่รู้กันเอง ระหว่างบริษัทประกันกับอู่ซ่อม ประชาชนผู้บริโภคไม่มีส่วนรับรู้ด้วย คือ ไม่ได้ระบุไว้ในกรมธรรม์ประกันภัย

พอคุยกันมาถึงตรงนี้ ผมถามแกว่าเจ้ากระบวนการซ่อมสีรถ ซึ่งหมายถึงคุณภาพในการซ่อมสีนั้นเขาวัดจากอะไร แกก็เล่าให้ฟังว่า กระบวนการซ่อมสีนั้น เขาวัดกันเป็น K ขั้นต้นคือ 1K หมายถึงการใช้สีที่แห้งเร็วหรือแห้งเลวตามศัพท์ของแก ใช้เวลาทำไม่กี่วัน

ระดับที่สูงขึ้นหน่อยคือระบบกึ่งแห้งช้า คือ 2K เป็นคุณภาพที่ดีขึ้นระดับหนึ่ง และที่ดีที่สุดคือระบบ 2K หรือระบบสีแห้งช้า ใช้เวลาในการซ่อมนานแต่สีคงทน รับประกันคุณภาพสีที่ซ่อมไปแล้วได้ถึง 5 ปี ส่วนระบบกึ่งแห้งช้านั้น จะรับประกันคุณภาพได้ไม่เกิน 3 ปี และระบบแห้งเร็วหรือแห้งเลวนั้นรับประกันคุณภาพได้เพียง 1 ปี หรือ 6 เดือนถ้าเป็นรถแท็กซี่ที่ถูกนำเข้าซ่อม

สำหรับค่าซ่อมนั้นแตกต่างกันตามคุณภาพตั้งแต่ 1 หมื่นบาทรอบคันจนถึง 3 หมื่นบาท

ตรงนี้คือประเด็นครับ เพราะถ้าซ่อมแบบเดิม คุณภาพคือ 2K อู่รถยนต์จะขาดทุนจนอยู่ไม่ได้ จึงมักซ่อมระบบกึ่งแห้งช้า หรือถ้าโชคไม่ดีอู่บางแห่งจะซ่อมระบบสีแห้งเร็วเพื่อประหยัดค่าใช้จ่าย ซึ่งผลงานที่ออกมาทีแรกก็ดูไม่แตกต่างกัน เพราะเจ้าของรถส่วนใหญ่ไม่มีประสบการณ์พอที่จะเห็นความแตกต่างอยู่แล้ว แต่ดูว่าสีที่ซ่อมออกมาไม่เพี้ยนก็มักจะพอใจแล้ว

ผมเป็นคนขี้สงสัยเลยถามว่า กระบวนการซ่อมสีนั้นมีอะไรซับซ้อนถึงต้องแบ่งเกรดการซ่อมออกเป็น 3 ระดับ เลยได้รับความรู้ว่า กระบวนการซ่อมสีรถนั้นมีถึง 7 ขั้นตอน ตั้งแต่การลงอีพอกซี่ (Epoxy) เพื่อซ่อมแซมผิวตัวถังรถ ทาสีโป๊ว สีรองพื้น ขัดด้วยตัวจับรอย เพื่อทำให้ผิวเรียบ ใช้ทินเนอร์ละลายสีให้สม่ำเสมอแล้ว ขัดด้วยเคลียเรอร์ (Clearer) หรือแล็กเกอร์ เพื่อให้ขึ้นมัน

ด้วยเหตุที่การซ่อมสีรถต้องผ่านกระบวนการ 7 ขั้นตอน ค่าใช้จ่ายในการซ่อมจะถูกจะแพงก็ขึ้นอยู่กับคุณภาพของวัสดุที่จะใช้ในแต่ละขั้นตอนว่าเหมาะสมที่จะใช้กับการซ่อมในระบบ 2K หรือ 1K ตัวอย่างเช่น แล็กเกอร์ดีๆ ที่ใช้ในการซ่อมคุณภาพสูงแบบ 2K นั้น จะทำให้สีรถมันเงาคงทนอยู่ได้ถึง 8 ปี แต่ประเภทคุณภาพต่ำนั้นจะมันวาวอยู่ได้เพียง 6 เดือนเท่านั้น แต่แน่นอนว่าราคาแล็กเกอร์ 2K จะสูงกว่าแล็กเกอร์ 1K

สรุปแล้วคือถ้าอู่รถซ่อมรถที่บริษัทประกันภัยกำหนดค่าซ่อมให้จำเป็นต้องซ่อมโดยลดคุณภาพลงเพื่อไม่ให้ขาดทุน เพราะไม่สามารถปรับราคาค่าซ่อมกับบริษัทประกันที่มีอำนาจต่อรองสูงกว่าได้ อู่รถยนต์บางแห่งลดคุณภาพลงจนงานที่ออกมาอยู่ได้ไม่ถึงปี ก็มีปัญหา และอู่ที่ทำอย่างนั้นจะไม่กลัวว่าลูกค้าจะกลับมาเคลมตามที่กำหนดไว้ในกรมธรรม์ไม่เกิน 1 ปี เพราะพอครบปีก็มักจะเปลี่ยนบริษัทประกันภัยใหม่ที่คิดค่าพรีเมียมถูกกว่าบริษัทเดิม

เอาเป็นว่าท่านผู้อ่านที่ยังไม่ทราบจะจดจำ คำว่า 1K 2K และการซ่อม 7 ขั้นตอนไว้บ้าง คงไม่เสียหาย อย่างน้อยถ้าจำเป็นต้องเอารถเข้าไปซ่อมในอู่ จะได้คุยกับอู่รถรู้เรื่องให้เขาเกรงขามบ้าง เผื่อคุณภาพงานซ่อมที่ออกมาจะมีคุณภาพกว่าที่นำรถเข้าอู่ไปแล้วทิ้งให้เขาซ่อมไปตามบุญตามกรรม โดยคิดว่าได้รับการคุ้มครองตามกรมธรรม์ประกันภัยที่จ่ายเงินไปแล้ว

อย่างที่ออกตัวไว้ก่อนหน้านี้แล้วนะครับว่า ข้อมูลในบทความนี้ยังไม่ได้รับการตรวจสอบ และเป็นข้อมูลด้านเดียวจากอู่ซ่อมรถแห่งหนึ่ง อย่าเพิ่งรีบด่วนประณามใครต่อใครเป็นอันขาด

ข่าวล่าสุด

ถ่ายทอดสด นิวคาสเซิ่ล พบ แอสตัน วิลล่า พรีเมียร์ลีก วันนี้ 16 ต.ค.69

ถ่ายทอดสด นิวคาสเซิ่ล พบ แอสตัน วิลล่า พรีเมียร์ลีก วันนี้ 16 ต.ค.69