posttoday
จัดฉก.ตรวจคลอง สำรองประปา-ห้ามชาวนาสูบน้ำ

จัดฉก.ตรวจคลอง สำรองประปา-ห้ามชาวนาสูบน้ำ

14 กรกฎาคม 2558

สถานการณ์ภัยแล้งที่กระทบต่อน้ำดิบผลิตประปาในเขต อ.ธัญบุรี หนองเสือ และลำลูกกา จ.ปทุมธานี

โดย...ทีมข่าวภูมิภาคโพสต์ทูเดย์

สถานการณ์ภัยแล้งที่กระทบต่อน้ำดิบผลิตประปาในเขต อ.ธัญบุรี หนองเสือ และลำลูกกา จ.ปทุมธานี แม้ขุดลอกคันดินในคลองระพีพัฒน์แยกใต้ เพื่อส่งน้ำเข้าคลอง 13 เพื่อผลิตประปาจะได้ผล แต่ก็เพียงบรรเทาผลกระทบ น้ำประปายังคงไหลอ่อน และการจ่ายประปาไม่ทั่วถึงทุกพื้นที่ ทำให้ยังต้องใช้รถบรรทุกน้ำกว่า 100 คัน ขนน้ำแจกจ่ายประชาชนในชุมชนต่างๆ ทั้ง 3 อำเภอ

ขณะเดียวกัน ปัญหาที่ตามมาคือน้ำดื่ม เนื่องจากรถผลิตน้ำดื่มของ จ.ปทุมธานี มีเพียงคันเดียว กฤษฎา หลีนวรัตน์ นายกเทศบาลตำบลธัญบุรี กล่าวว่า ความช่วยเหลือควรให้ความสำคัญเรื่องน้ำดื่มก่อน ส่วนรถดับเพลิงก็ได้ขนน้ำสำหรับใช้อุปโภค ตระเวนแจกจ่ายอย่างเร่งด่วนเช่นกัน

เลิศวิโรจน์ โกวัฒนะ อธิบดีกรมชลประทาน กล่าวว่า สำหรับน้ำประปาสาขาธัญบุรี คลอง 13 อ.หนองเสือ จ.ปทุมธานี ที่มีปัญหาสูบน้ำไม่ได้ขณะนี้แก้ไขโดยการขุดสันดอนทรายคลอง 13 ออกไป ทำให้เริ่มกลับมาสูบน้ำได้แล้ว สาเหตุที่มีปัญหาเพราะบ่อเก็บน้ำของประปาธัญบุรีเก็บน้ำได้มากสุด 3 แสนลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) ตอนนี้มีน้ำอยู่ 1 ใน 4 ของบ่อ

“กรมชลประทานขอรับรองว่าจะระบายน้ำจากเขื่อนป่าสักฯ อย่างต่อเนื่องไม่ให้เกิดขาดน้ำอีก กรณีเลวร้ายที่สุด ฝนไม่ตกเลยเขื่อนป่าสักฯ จะมีน้ำใช้ไปได้อีกประมาณ 30 วัน แต่ที่ผ่านมาป่าสักน้ำจะเต็มทุกปี”

อย่างไรก็ตาม เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของชาวบ้านในพื้นที่ จ.ลพบุรี และปทุมธานี ที่ประสบปัญหาขาดแคลนประปา เอกศิษฐ์ ศักดิ์ดีธนาภรณ์ ผู้อำนวยการโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาเขื่อนเจ้าพระยา จ.ชัยนาท ได้เพิ่มอัตราการปล่อยน้ำจาก 70 ลบ.ม./วินาที เป็น 80 ลบ.ม./วินาที เพื่อผลักดันน้ำเค็มที่รุกเข้ามาถึงพื้นที่ จ.ปทุมธานี และเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนจากสถานการณ์ขาดน้ำดิบผลิตน้ำประปาใน จ.ลพบุรี ปทุมธานี และกรุงเทพฯ

“ที่สำคัญต้องขอความร่วมมือจากเกษตรกรตั้งแต่ อ.สรรพยา จ.ชัยนาท ลงไป ให้เดินเครื่องสูบน้ำตามรอบเวรเท่านั้น เพื่อให้ปริมาณน้ำที่ปล่อยลงสู่ภาคกลาง ไปถึง จ.ลพบุรี และปทุมธานี ที่กำลังประสบปัญหาขาดน้ำดิบผลิตน้ำเพื่ออุปโภคบริโภค และกำลังได้รับความเดือดร้อน เพื่อช่วยให้พี่น้องประชาชนในพื้นที่ 2 จังหวัดผ่านสถานการณ์วิกฤตนี้ไปได้”

การสูบน้ำเข้าที่นาของเกษตรกร คืออุปสรรคสำคัญที่ทำให้ปริมาณน้ำซึ่งระบายจากเขื่อนลงแม่น้ำเจ้าพระยา กระจายสู่พื้นที่ต่างๆ ในเขตลุ่มน้ำเจ้าพระยา ไม่เพียงพอต่อการอุปโภคและบริโภค ซึ่งเป็นความจำเป็นอันดับหนึ่ง แม้จะมีการขอความร่วมมือ แต่หลายพื้นที่ก็ยังมีการเร่งสูบน้ำเพื่อกักเก็บในที่นาเนื่องจากยังไม่อาจหวังได้ 100% ว่าฝนจะตกเมื่อไหร่ ทำให้หลายพื้นที่ต้องมีการจัดชุดเฉพาะกิจ เจ้าหน้าที่ชลประทาน ฝ่ายปกครอง และทหาร ออกตรวจตราและขอความร่วมมือชาวนางดสูบน้ำ

สุชาติ เจริญศรี ผู้อำนวยการโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษามโนรมย์ จ.ชัยนาท เปิดเผยว่า ได้ประสานขอกำลังทหารควบคุมการลักลอบสูบน้ำ เพื่อให้น้ำสามารถเดินทางถึงพื้นที่เดือดร้อน

ชิตชนก สมประเสริฐ ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 8 นครราชสีมา ก็สั่งการให้เจ้าหน้าที่สำรวจแม่น้ำลำตะคอง และรื้อทำนบกั้นน้ำรวมถึงตรวจสอบจุดสูบน้ำของเกษตรกร พร้อมขอความร่วมมือให้น้ำที่มีอยู่ใช้เพื่อการอุปโภคบริโภคเท่านั้น ด้าน พงศธร สัจจชลพันธ์ ผวจ.ปทุมธานี ก็จัดหน่วยเฉพาะกิจตำรวจ-ทหาร ลาดตระเวนใน อ.หนองเสือ ซึ่งเป็นจุดสูบน้ำดิบสำหรับผลิตน้ำประปา ขอความร่วมมือชาวนางดสูบน้ำ เพื่อให้มีน้ำเพียงพอสำหรับผลิตประปาอุปโภค-บริโภค

ทองเปลว กองจันทร์ ผู้อำนวยการ สำนักบริหารจัดการน้ำและอุทกวิทยา กรมชลประทาน กล่าวว่า สถานการณ์น้ำไหลเข้าเขื่อนภูมิพลและเขื่อนสิริกิติ์ตรงกับสมมติฐานในปีที่ปริมาณน้ำประเทศไทยวต่ำสุด จึงจำลองสถานการณ์น้ำใหม่อีกครั้ง เพื่อเสนอรัฐบาลลดการระบายน้ำจากทั้งสองเขื่อน เพื่อให้มีน้ำพอใช้ต่อไป 

“แบบจำลองส่วนใหญ่ชี้ว่า น้ำในเขื่อนภูมิพลและเขื่อนสิริกิติ์จะหมดลงภายในช่วงสัปดาห์แรกของเดือน ส.ค.นี้ หากเป็นเช่นนั้นก็ต้องสูบน้ำก้นเขื่อนออกไปใช้ ซึ่งไม่ใช่แนวทางที่ดี เสี่ยงต่อความปลอดภัยของเขื่อน”

สถานการณ์ภัยแล้งยังเป็นปัญหาที่ต้องติดตามการแก้ปัญหาอย่างใกล้ชิด เพราะยังไม่มีสัญญาณในเชิงบวก โดยเฉพาะฟ้าฝนว่าจะตกลงมามากพอที่จะเก็บไว้พอใช้ตลอดเวลาอีก 1 ปีนับจากนี้หรือไม่

ข่าวล่าสุด

ปภ. รายงานน้ำท่วมใน 20 จังหวัด- กทม.  เร่งช่วยเหลือฟื้นฟูพื้นที่

ปภ. รายงานน้ำท่วมใน 20 จังหวัด- กทม. เร่งช่วยเหลือฟื้นฟูพื้นที่