posttoday
จากฟากฟ้าสุราลัยสู่แดนดิน

จากฟากฟ้าสุราลัยสู่แดนดิน

12 กรกฎาคม 2558

ในบทความ “ความพร้อมเพรียงของหมู่คณะทำให้เกิดสุข” (โพสต์ทูเดย์ 7 ก.ย. 2557) ผมเขียนเล่าถึงกลุ่มเครือข่าย

โดย...เชาวลิต บุณยภูษิต เครือข่ายพุทธิกา http://www.budnet.org

ในบทความ “ความพร้อมเพรียงของหมู่คณะทำให้เกิดสุข” (โพสต์ทูเดย์ 7 ก.ย. 2557) ผมเขียนเล่าถึงกลุ่มเครือข่ายเกษตรกรชาวสวนยางพาราและปาล์มน้ำมัน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ออกความคิดระดมทุนทรัพย์ลงแรงร่วมมือกันสร้าง “ศาลาเฉลิมพระเกียรติเทิดไท้ 82 พรรษามหาราชินี 12 ส.ค. 2557” ริมถนนเพชรเกษมในเขตหมู่บ้านธรรมรัตน์ ต.ทองมงคล อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ พร้อมทั้งตกแต่งสวนหย่อมบริเวณรอบศาลาเสร็จภายในเวลาเพียงสัปดาห์เดียว

เมื่อศาลาเฉลิมพระเกียรติฯ สำเร็จเป็นศาลาพักริมทางหลวงสำหรับสาธารณชน ในวันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ วันที่ 12 ส.ค. 2557 คณะผู้จัดงานได้เชิญชาวบ้านในหมู่บ้านใกล้เคียงและหน่วยงานราชการในพื้นที่มาร่วมงาน

ภาคเช้ามีงานทำบุญเลี้ยงพระฉลองศาลา มีกิจกรรมบริการตรวจสุขภาพฟรีจากหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ของโรงพยาบาลบางสะพาน มีการมอบวัสดุครุภัณฑ์สิ่งของมอบให้แก่สถานศึกษา โรงพยาบาล สถานีอนามัย และศูนย์พัฒนาเด็กเล็กในเขต อ.บางสะพาน และ อ.บางสะพานน้อย จ.ประจวบคีรีขันธ์ ส่วนภาคกลางคืนมีพิธีจุดเทียนชัยถวายพระพรและฉายหนังกลางแปลง

ภายหลังจากจัดงานฉลองศาลาเฉลิมพระเกียรติฯ กลุ่มเครือข่ายเกษตรกรชาวสวนยางพาราและปาล์มน้ำมัน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ได้ทำหนังสือรายงานถึงราชเลขาธิการ เรียนให้ทราบถึงกิจกรรมต่างๆ ที่ได้จัดขึ้น พร้อมทั้งส่งภาพถ่ายและหนังสือที่ระลึกในงานแนบไปด้วย

กิจกรรมทั้งหมดนี้ล้วนเกิดขึ้นและดำเนินไปได้โดยความคิดและการลงมือของภาคประชาชนเองทั้งสิ้น กล่าวได้ว่าพวกเขาระดมทุนกันเอง ลงมือสร้างสรรค์กิจกรรมกันเอง รายงานข่าวผ่านโซเชียลมีเดียและช่องทางอื่นๆ กันเอง ไม่ต้องผ่านการรายงานของหน่วยงานกลางแต่ประการใด

หลังจากนั้นต่อมา มีหนังสือจากสำนักราชเลขาธิการ ที่ รล 0004.1/27534 ลงวันที่ 29 ต.ค. 2557 ลงนามโดยท่านผู้หญิงจรุงจิตต์ ทีขะระ รองราชเลขานุการในพระองค์สมเด็จพระบรมราชินีนาถ ถึงนายมาโนช หมื่นพรหม ผู้ใหญ่บ้านหมู่ ๕ บ้านธรรมรัตน์ อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ เชิญพระราชกระแสทรงขอบใจกลุ่มเครือข่ายเกษตรกรชาวสวนยางพาราและปาล์มน้ำมัน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ที่ได้ร่วมกันจัดโครงการ “ร่วมใจไกล่เกลี่ยเทิดไท้ 82 พรรษามหาราชินี 12 ส.ค. 2557”

เนื้อหาในย่อหน้าสุดท้ายของจดหมายมีใจความดังนี้

“กองราชเลขานุการในพระองค์สมเด็จพระบรมราชินีนาถ ได้นำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ แล้ว มีพระราชกระแสทรงขอบใจ และทรงซาบซึ้งในน้ำใจไมตรีของท่านทั้งหลาย”

จดหมายจากสำนักราชเลขาธิการฉบับนี้ สร้างความปลาบปลื้มและความซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณให้ชาวบ้านที่ร่วมกันดำเนินการต่างๆ เป็นอย่างยิ่ง เป็นเสมือนหนึ่งหยาดทิพย์ชโลมใจจากฟากฟ้าถึงระดับชุมชนในชนบทโดยตรง และจดหมายฉบับนั้นเป็นแรงดลใจให้พวกเขามีกำลังใจไม่หยุดยั้งที่จะร่วมกันบำเพ็ญประโยชน์ให้แก่สาธารณะในระดับชุมชนและท้องถิ่นกันอีกต่อไป

เห็นได้จากแม้เวลาผ่านไปพวกเขายังคงชักชวนกันช่วยเหลืองานสังคม ทำกิจกรรมส่วนรวมในหมู่บ้าน เช่น ชักชวนกันซ่อมถนนหนทางในหมู่บ้าน นำผู้ได้รับความเดือดร้อนเรื่องปากท้องสู่การรับรู้ของเจ้าหน้าที่ของรัฐ ช่วยเหลือกิจการงานของโรงเรียนและวัด ฯลฯ กล่าวได้ว่าพวกเขาลงมือลงแรงกันทำสาธารณกุศลเพื่อสาธารณประโยชน์ของท้องถิ่นอย่างแท้จริง หาได้ทำเพื่อหวังตำแหน่งทางการเมืองในท้องถิ่นไม่

กล่าวเฉพาะการบำเพ็ญประโยชน์ การช่วยเหลือสังคมรอบข้าง การช่วยเหลืองานส่วนรวมและสร้างสาธารณประโยชน์ นอกจากจะมีจุดประสงค์เพื่อเฉลิมพระเกียรติ หรือปรารภ
วันสำคัญต่างๆ แล้ว ยังเป็นการบำเพ็ญบุญอีกประการหนึ่งด้วย และเป็นบุญที่เพิ่มพูนขึ้นทุกเมื่ออีกต่างหาก ดังที่พุทธศาสนสุภาษิตยืนยันไว้ว่า

“ชนเหล่าใด ปลูกสวน ปลูกป่า สร้างสะพาน ให้แหล่งน้ำ บ่อน้ำ และที่พักอาศัย บุญของชนเหล่านั้นย่อมเพิ่มพูนทุกเมื่อ ทั้งคืนทั้งวัน” (อารามโรปา วนโรปา เย ชนา เสตุการกา   ปัญจ อุทปานัญจ เย ททันติ อุปัสสยัง    เตสัง ทิวา จะ รัตโต จะ สทา ปุญญัง ปวัฑฒติ) (หนังสือ “อมฤตพจนา พุทธศาสนสุภาษิต” โดย พระพรหมคุณาภรณ์ [ป.อ.ปยุตฺโต])

คงไม่ได้กล่าวเกินเลยไป หากจะพูดว่าถ้าสมาชิกในสังคมเรายิ่งมุ่งบำเพ็ญบุญในลักษณะนี้กันมากเท่าใด ก็คงยิ่งทำให้สังคมไทยน่าอภิรมย์ขึ้นอีกมากเท่านั้น

ด้วยจะทำให้สังคมเกื้อกูลกันและสามัคคีกันในการบำเพ็ญกรณียกิจอุทิศแรงกาย เวลาและกำลังทรัพย์เพื่อส่วนรวม ย่อมจะดีกว่าการมุ่งทำบุญเพื่อให้ตนได้ลาภยศสรรเสริญ ได้วัตถุสิ่งของ หรือขอให้ร่ำรวยเงินทองทั้งในชาตินี้และชาติหน้า ซึ่งนั่นหาใช่การบำเพ็ญบุญเพื่อจะให้หรือเพื่อขัดเกลาตนเองไม่ แต่เป็นการทำบุญเพื่อจะได้จะเอา เพื่อเพิ่มพูนให้ตัวเอง

ในเมื่อทรัพยากรในโลกนี้มีอยู่อย่างจำกัด ถ้าแต่ละคนต่างก็มุ่งแต่จะได้จะเอา ผลสุดท้ายเมื่อมองไกลออกไป ก็หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะชักนำไปสู่การแย่งชิงทรัพยากรกัน นำไปสู่การเบียดเบียนกัน ใช่หรือไม่?

ข่าวล่าสุด

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน