posttoday
เจาะลึกตลาดหุ้นจีน เบื้องหลังฟองสบู่แตก

เจาะลึกตลาดหุ้นจีน เบื้องหลังฟองสบู่แตก

10 กรกฎาคม 2558

ความเคลื่อนไหวในตลาดหุ้นดำเนินมาถึงจุดเลวร้ายที่สุดอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน โดยการเทขายตลอดช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา

โดย...ก้องภพ เทอดสุวรรณ

ความเคลื่อนไหวในตลาดหุ้นดำเนินมาถึงจุดเลวร้ายที่สุดอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน โดยการเทขายตลอดช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา ส่งผลให้มูลค่าในตลาดหุ้นจีนหายไปแล้วถึง 3.25 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ(ราว 109.525 ล้านล้านบาท) นับตั้งแต่ช่วงวันที่ 12 มิ.ย. ซึ่งถือว่าเป็นจุดที่ตลาดหุ้นจีนทะยานขึ้นไปถึงจุดสูงสุด ถึงแม้ทางการจีนจะพยายามระดมสรรพกำลังและออกมาตรการต่างๆ เพื่อพยุงตลาด แต่ก็ไม่สามารถคลี่คลายสถานการณ์ได้

นับตั้งแต่วันที่ 27 มิ.ย.เป็นต้นมา ทางธนาคารกลางจีน (พีบีโอซี) เริ่มต้นการอัดฉีดยาแรงด้วยการปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินฝากระยะ 1 ปีลง 0.25% ลงไปอยู่ที่ 4.85% อีกทั้งยังปรับลดอัตราเงินทุนสำรองของธนาคารพาณิชย์ (อาร์อาร์อาร์) ลงอีก 0.5% จากนั้นบริษัทโบรกเกอร์รายใหญ่ 21 แห่ง ประกาศทั้งกองทุนเพื่อสร้างเสถียรภาพให้ตลาดหุ้นมีขนาดใหญ่ถึง 1.2 แสนล้านหยวน (ราว 6.5 แสนล้านบาท) นอกจากนี้ยังประกาศไม่ขายทรัพย์สินตราบใดที่ดัชนีเซี่ยงไฮ้ คอมโพสิต ต่ำกว่า 4,500 จุด

ต่อมา เมื่อสถานการณ์ยังไม่ดีขึ้น คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศจีน (ซีเอสอาร์ซี) จึงให้โบรกเกอร์ระงับการขายหุ้นไอพีโอ 28 แห่ง อย่างไม่มีกำหนด จากนั้นยังเปิดกองทุนเพื่อให้โบรกเกอร์ยื่นสำหรับการกู้เล่นหุ้น (มาร์จิ้น) ของนักลงทุนอีกด้วย นอกจากนี้ยังสั่งระงบการซื้อขายหุ้นของบริษัทจดทะเบียนในตลาดกว่า 1,300 แห่ง ตามคำขอของบริษัทเหล่านั้น เพื่อป้องกันราคาหุ้นตก ซึ่งจำนวนดังกล่าวคิดเป็นเกือบครึ่งหนึ่งของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหุ้น

อย่างไรก็ตาม มาตรการต่างๆ กลับส่งผลต่อตลาดหุ้นน้อยมากและตลาดหุ้นยังคงร่วงอย่างต่อเนื่อง โดยจากจุดสูงสุดของตลาดหุ้นเมื่อวันที่ 12 มิ.ย. ดัชนีเซี่ยงไฮ้ คอมโพสิต ร่วงลงถึง 32% บางวันร่วงหนักถึง 5% ถือว่าหนักสุดนับตั้งแต่ตลาดร่วงลงครั้งรุนแรงที่สุดในปี 1992

ทั้งนี้ ตลาดหุ้นจีนเติบโตอย่างร้อนแรงมากสวนทางกับสภาพเศรษฐกิจที่ชะลอตัวมากที่สุดในรอบ 2 ทศวรรษ กอปรกับเงินทุนที่ไหลเข้ามาจากตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่เริ่มซบเซาและปัญหาธนาคารเงา (ชาโดวแบงก์กิ้ง) ทำให้ตลาดหุ้นจีนเข้าสู่ภาวะ “ฟองสบู่” ในที่สุด

แต่ปัจจัยสำคัญที่สุดที่ทำให้เกิดฟองสบู่มาก คือ กลับเป็นการเข้าพยุงตลาดของรัฐบาลจีน โดยนักลงทุนเชื่อว่ารัฐบาลจีนจะไม่ยอมปล่อยให้ตลาดหุ้นเกิดการดิ่งตัวอย่างรุนแรงตามสภาพเศรษฐกิจ ส่งผลให้ทุกครั้งที่ตัวเลขเศรษฐกิจออกมาแย่นักลงทุนจะเข้าตลาดหุ้นทุกครั้ง

โดยก่อนหน้านี้ รัฐบาลพยายามฟื้นฟูเศรษฐกิจด้วยการผ่อนคลายข้อจำกัดให้ธนาคารสามารถปล่อยกู้ได้มากขึ้น นอกจากนี้ยังให้ผ่อนคลายการจำกัดตลาดหุ้นโดยให้กองทุนสามารถลงทุนในหุ้นไอพีโอได้ ส่งผลให้มีบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์จำนวนมาก

ที่เป็นเช่นนี้เพราะรัฐบาลจีนกำลังอยู่ในช่วงปรับเปลี่ยนโครงสร้างเศรษฐกิจจากการพึ่งพาการลงทุนเป็นการพึ่งพาการบริโภคภายใน จึงเป็นเหมือนพันธสัญญาของรัฐบาลที่จะต้องรักษาสภาพเศรษฐกิจระหว่างการปรับโครงสร้างไม่ให้ชะลอตัวเกินไป รวมถึงตลาดหุ้นด้วยเช่นกัน

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวจึงกลายเป็นการเติมเชื้อไฟสู่ตลาดหุ้นในที่สุด จนราคาหุ้นในตลาดจีนแพงขึ้นอย่างผิดหูผิดตา ก่อนจะถล่มลงมาในที่สุด 

หลายฝ่ายเชื่อว่า วิกฤตหนี้กรีซเป็นหมุดหมายสำคัญที่ทำให้ตลาดหุ้นจีนต้องพังครืนลงมา เนื่องจากนักลงทุนในจีนหวั่นเกรงว่าวิกฤตหนี้กรีซจะกระทบตลาดหุ้นจีน จนทำให้เกิดแรงเทขายในที่สุด

อย่างไรก็ตาม สื่อหลายสำนักยืนยันตรงกันว่า สาเหตุที่แท้จริงนั้นเกิดจากปัจจัยภายในของจีนเอง โดยวันที่หุ้นจีนพุ่งขึ้นไปแตะจุดสูงสุด ซีเอสอาร์ซีประกาศจะเพิ่มความเข้มงวดในกฎเกณฑ์การซื้อมากขึ้น รวมถึงเข้ากำกับการซื้อขายโดยใช้มาร์จิ้นของนักลงทุนรายย่อย นอกจากนี้ในระยะเวลาไล่เลี่ยกัน หน่วยงานกำกับตลาดหุ้นจีนยังสั่งห้ามการซื้อขายหุ้นด้วยการกู้ยืมนอกระบบมาร์จิ้นอีกด้วย

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวจึงถือเป็นการจุดชนวนให้ตลาดหุ้นจีนล่มสลาย เมื่อตลาดหุ้นเปิดการซื้อขายในวันต่อ จึงเกิดปรากฏการณ์นักลงทุนเทขายอย่างรวดเร็ว จนกลายเป็นกระบวนการที่ควบคุมไม่ได้ ส่งผลให้ดัชนีตลาดหุ้นเซี่ยงไฮ้รูดลงอย่างรวดเร็ว แล้วสภาพบรรยากาศตลาดหุ้นยังเลวร้ายลงเมื่อนักลงทุนที่ซื้อขายโดยใช้มาร์จิ้น ต้องการขายหุ้นออกเพื่อนำเงินสดมาชำระราคาหุ้นที่ตกต่ำลง

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวยังก่อให้เกิดเสี่ยงวิพากษ์วิจารณ์ว่า สาเหตุหลักของการเทขายในตลาดหุ้นจีนเกิดจากการที่กองทุนต่างชาติเทขาย ที่พยายามเข้าไปสร้างความปั่นป่วนก่อนหน้านี้ และยังเชื่อมโยงไปถึงเหตุการณ์ระบบตลาดหุ้นสหรัฐรวนจนทำให้ซื้อขายไม่ได้ว่าเป็นฝีมือจีน

อย่างไรก็ตาม หากพิจารณาจากข้อเท็จจริงจะพบว่า ตลาดหุ้นจีนต่างจากตลาดฝั่งตะวันตกมาก เนื่องจากกว่า 80% หรือราว 90 ล้านคน เป็นนักลงทุนรายย่อยของจีนเอง ต่างจากตลาดหุ้นซีกโลกตะวันตกที่ส่วนใหญ่เป็นกองทุนรวม

ดังนั้น เมื่อเกิดการเทขาย นักลงทุนรายย่อยตกใจได้ง่ายกว่าปกติจึงพากันเทขายออกตามไปด้วย

ล่าสุด ซีเอสอาร์ซีประกาศห้ามไม่ให้นักลงทุนที่ถือหุ้นเกิน 5% ของหุ้นในตลาดทำการขายหุ้นเป็นระยะเวลา 6 เดือน เพื่อสร้างความเสถียรภาพให้กับตลาดหุ้น ส่งผลให้บรรยากาศในตลาดหุ้นจีนเริ่มฟื้นตัวสดใส

ถึงกระนั้นก็ตาม หากมองในประเด็นความมีเสถียรภาพของตลาดหุ้นจีน ต้องยอมรับว่า ไม่ว่าอย่างไรก็ตามไม่มีเสถียรภาพตราบใดที่หุ้นจีนยังเคลื่อนไหวตามนโยบายของรัฐบาลแทนที่จะเป็นสภาพเศรษฐกิจ
ที่แท้จริง

การถล่มอย่างรุนแรงของตลาดหุ้นจีนถือเป็นเรื่องน่าอับอายของรัฐบาลจีนเป็นอย่างมาก เนื่องจากตลาดหุ้นถือเป็นหนึ่งในสิ่งที่พิสูจน์ความสำเร็จของรัฐบาลจีนด้านเศรษฐกิจ เห็นได้ชัดว่ารัฐบาลจีนงัดมาตรการทุกอย่างเพื่อยุติการดิ่งของตลาดหุ้น

ทั้งนี้ การรูดลงอย่างรุนแรงของตลาดหุ้นอาจส่งผลกระทบต่อสภาพเศรษฐกิจที่แท้จริงได้ เนื่องจากการที่นักลงทุนส่วนใหญ่เป็นรายย่อย เมื่อสูญเสียทรัพย์สินจากมูลค่าหุ้นที่ลดลง ย่อมกระทบต่อการใช้จ่ายในโลกความเป็นจริงด้วย โดยภาพรวมแล้ววิกฤตหุ้นจะสะท้อนออกมาในรูปแบบของความเชื่อมั่นผู้บริโภคที่ลดลงและส่งผลให้เศรษฐกิจชะลอตัวในที่สุด

อย่างไรก็ตาม ความพยายามในการเข้าแทรกแซงตลาดหุ้นดังกล่าว ย่อมย้อนแย้งต่อความพยายามของรัฐบาลจีนที่จะให้เสรีกับเศรษฐกิจมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “การปล่อยให้เศรษฐกิจยืนได้ด้วยตนเอง แทนที่การอัดฉีดของรัฐบาลเหมือนอย่างที่เคยเป็นมา”

กรณีดังกล่าวถือเป็นบทเรียนสำคัญของรัฐบาลจีนในการปล่อยเสรีภาพให้กับตลาดหุ้นเร็วเกินไป เชื่อว่าหลังจากนี้รัฐบาลจีนอาจมีมาตรการทบทวนเพื่อควบคุมความเคลื่อนไหวในตลาดหุ้นให้มากขึ้น และจำกัดบทบาทของตลาดหุ้นต่อสภาพเศรษฐกิจลง

โดยภาพรวม วิกฤตตลาดหุ้นจีนครั้งนี้ถือเป็นบทเรียนสำคัญของนักลงทุนทั่วโลกว่า ตลาดหุ้นที่เติบโตภายใต้การพยุงของรัฐบาลโดยไม่สนใจพื้นฐานทางเศรษฐกิจที่แท้จริงไม่สามารถยืนอยู่ได้ในระยะยาว ส่วนนักลงทุนเองต้องถือว่าเหตุการณ์ครั้งนี้เป็นบทเรียนสำคัญในการรับรู้สำหรับรสชาติของ “ตลาดเสรี” ที่ไม่ได้เป็นที่หากำไรได้ง่ายๆ แต่เป็นดั่งถ้ำเสือที่เต็มไปด้วยอันตรายรอบด้านต่างหาก

ข่าวล่าสุด

ถ่ายทอดสด นิวคาสเซิ่ล พบ แอสตัน วิลล่า พรีเมียร์ลีก วันนี้ 16 ต.ค.69

ถ่ายทอดสด นิวคาสเซิ่ล พบ แอสตัน วิลล่า พรีเมียร์ลีก วันนี้ 16 ต.ค.69