
นศ.ลุยต่อลั่นเป็นก้าวใหม่การต่อสู้
ยันไม่มีเบื้องหลัง บิ๊กต๊อกเตือนสติ อย่าให้เกินเลย
ยันไม่มีเบื้องหลัง บิ๊กต๊อกเตือนสติ อย่าให้เกินเลย
นักศึกษาเคลื่อนไหวต่อชี้ถูกจับไม่ใช่จุดจบ แต่เป็นก้าวใหม่ของการต่อสู้
นายรังสิมันต์ โรม 1 ใน 14 นักศึกษาที่ถูกจับกุม เปิดเผยหลังถูกปล่อยตัวออกจากเรือนจำพิเศษกรุงเทพ เมื่อวันที่ 8 ก.ค.ว่า จะสู้ต่อไปและการถูกจับกุมไม่ใช่จุดจบ แต่เป็นก้าวใหม่ของการต่อสู้ ส่วนสาเหตุที่ไม่ยอมรับการประกันตัว เพราะไม่เห็นด้วยกับการใช้อำนาจของศาลทหารมาใช้กับพลเรือน และยืนยันว่าการเคลื่อนไหวของกลุ่มนักศึกษาไม่มีผู้อยู่เบื้องหลัง
นายพรชัย ยวนยี หรือแซม หนึ่งในนักศึกษาที่ถูกจับกุม กล่าวยืนยันว่า ขบวนการประชาธิปไตยใหม่จะมีการต่อสู้ตามหลักการทั้ง 5 ข้อ อย่างต่อเนื่อง คือ หลักประชาธิปไตย หลักความยุติธรรม หลักการมีส่วนร่วมของประชาชน หลักสิทธิมนุษยชน สิทธิชุมชน และหลักสันติวิธี
“การเคลื่อนไหวของพวกเราทำด้วยสันติวิธี และยืนยันเราไม่มีใครสนับสนุนอยู่เบื้องหลังอย่างแน่นอน เพราะทุกครั้งที่เราออกมาเรียกร้องจะมีกล่องบริจาคทุกครั้ง หากมีผู้สนับสนุนจริงตนและเพื่อนคงไม่เข้าไปอยู่เรือนจำกว่า 12 วันแน่นอน และการต่อสู้ครั้งนี้ไม่เกี่ยวกับการเมือง เพราะแม้แต่รัฐบาลของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ก็ยังออกมาชุมนุมหน้าทำเนียบรัฐบาลเช่นกัน” นายพรชัย กล่าว
ขณะที่เครือข่ายคณาจารย์ผู้ห่วงใยศิษย์ที่ถูกคุมขัง ได้ออกแถลงการณ์เรียกร้องให้ยุติการคุกคามนักกิจกรรมและเครือข่าย โดยเฉพาะการออกหมายเรียกตัว นายบารมี ชัยรัตน์ และผู้จัดการสวนเงินมีมา ในข้อหากระทำการขัดต่อความมุ่งหมายของรัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นการกล่าวหาเกินจริงและเป็นการคุกคาม
แถลงการณ์ดังกล่าวระบุอีกว่า จนถึงบัดนี้ยังมีการคุกคามคณาจารย์ในต่างจังหวัดในรูปแบบต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการโทรศัพท์ เข้าพบสอบถาม หรือกระทั่งขอนัดประชุมกับคณาจารย์ที่ร่วมลงชื่อ ซึ่งทางเครือข่ายคณาจารย์จึงขอให้ฝ่ายทหารและเจ้าหน้าที่อื่นๆ ยุติการกระทำดังกล่าวโดยทันที และยินดีที่จะสื่อสารแลกเปลี่ยนเพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องระหว่างกันในเงื่อนไขที่เปิดเผย รับฟัง จริงใจ
ด้าน พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รมว.ยุติธรรม กล่าวว่า ขอให้นักศึกษาใช้แนวทางอื่นในการเคลื่อนไหว เพราะยังมีช่องทางอื่นที่รัฐบาลเปิดให้อยู่ เพราะหากยังเคลื่อนไหวฝ่าฝืนกฎหมายแบบเดิมก็ต้องบังคับใช้กฎหมาย และถ้าประเทศมีปัญหาการบังคับใช้กฎหมาย ทำให้รัฐบาลในขณะนั้นบริหารประเทศไม่ได้
“รัฐบาลนี้แม้ไม่ได้มาจากประชาธิปไตย แต่ก็ไม่ใช่เผด็จการสุดโต่ง เรามีธรรมาภิบาลและจริยธรรมในการบริหารประเทศ จึงขอร้องให้ได้ทำงาน ซึ่งประเทศกำลังไปได้ดีอยู่แล้ว และเชื่อว่าสถานการณ์ยังอยู่ในวิสัยที่พูดคุยกันได้ ขอให้อย่าเกินเลย อย่าเดินแบบเดิม” พล.อ.ไพบูลย์ กล่าว
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ไม่อยากพูดถึงเรื่องนักศึกษาอีกแล้ว เพราะเมื่อศาลเมตตาไม่รู้จะขุดกันมาอีกทำไม ซึ่ง รมว.ยุติธรรม พูดว่า อย่างไรก็เป็นตามนั้น







