
ประชามติกรีซ
โดย...ธนพล ไชยภาษี
โดย...ธนพล ไชยภาษี
วันนี้ท่านผู้อ่านก็จะทราบผลการประชามติกรีซแล้วว่า สุดท้ายกรีซจะเป็นอย่างไร ซึ่งประชาชนชาวกรีซที่ออกใช้สิทธิจะลงความเห็นว่า “รับ” หรือ “ไม่รับ” แผนการปฏิรูปของเจ้าหนี้หรือไม่
ถ้ารับ กรีซก็จะกลับมาคุยกับเจ้าหนี้ต่อเพื่อขอเงินช่วยเหลือก้อนต่อไป และกรีซก็ต้องอยู่ภายใต้กรอบเงื่อนไขการปฏิรูปและรัดเข็มขัดดังเดิม
แต่ถ้าไม่รับ ก็เท่ากับว่ากรีซและยูโรโซนน่าจะมาถึงจุดจบ
ในการประชามติครั้งนี้ ด้วยสภาพเงื่อนไขจากหลายๆ ด้านนั้น บอกได้ว่าเป็นการประชามติที่กำลังจะส่งผลกระทบที่จะต้องมีคนได้ คนเสียอย่างแน่นอน ไม่ว่าผลการประชามติจะออกมาอย่างไรก็ตาม
อย่างที่บอกเอาไว้ ถ้าชาวกรีซออกเสียงส่วนใหญ่รับแผนการปฏิรูปของเจ้าหนี้ ก็จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองของกรีซอย่างแน่นอน เพราะว่าทั้งนายกรัฐมนตรี อเล็กซิส ไซปราส และ ยานิส วารูฟากิส รัฐมนตรีคลังกรีซ ได้ประกาศลั่นมาตั้งแต่ต้นว่า ถ้าหากผลออกมาว่ารับ ทั้งสองจะลาออกอย่างแน่นอน
ถ้าหากเป็นเช่นนั้นจริง ก็จะทำให้กรีซขาดผู้นำประเทศทันที และอาจจะทำให้กระบวนการการเจรจากับกลุ่มเจ้าหนี้นั้นเชื่องช้าออกไปอีก ดังนั้นการออกเสียง “รับ” นั้นไม่ได้หมายความว่าจะทำให้สถานการณ์นั้นง่ายขึ้น แต่จะทำให้ทุกอย่างเชื่องช้าลงออกไปแน่นอน เพราะกรีซจำเป็นต้องจัดการเลือกตั้งใหม่อีก และนายกรัฐมนตรีคนใหม่ที่ขึ้นมานั้น ก็ไม่แน่ครับว่าจะมีทิศทางจากการปฏิรูปนั้นเป็นอย่างไร
และแน่นอน ถ้าหากผลออกมาเป็นไม่รับ นอกเหนือจากที่กรีซจะต้องการเป็นหนี้เสียเต็มที่ร้อยเปอร์เซ็นต์และไม่ได้รับเงินช่วยเหลือแล้ว กรีซยังจะต้องเดินหน้าสู่การออกจากการเป็นสมาชิกภาพของกลุ่มโยโรโซนไปโดยปริยาย
ผลกระทบที่สำคัญ ก็คือความเป็นเอกภาพของกลุ่มประเทศยูโรโซน รวมไปถึงความเป็นเอกภาพของค่าเงินยูโรที่จะถูกสั่นคลอนอย่างรุนแรง เพราะจะเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่มีสมาชิกออกจากการเป็นสมาชิกสภาพนับตั้งแต่ก่อตั้งกันมาทีเดียว
ยิ่งไปกว่านั้น ไม่เพียงแต่กรีซ หลายประเทศในยุโรปที่เคยประสบกับปัญหาการเงิน เช่นสเปน โปรตุเกส หรือไอร์แลนด์นั้น ก็เริ่มมีกระบวนการต่อต้านมาตรการรัดเข็มขัดของรัฐบาลขึ้นมาเป็นระยะๆ เช่นเดียวกันกับที่เกิดขึ้นในกรีซ ซึ่งขบวนการเหล่านี้ต่างไม่พอใจกับนโยบายเหล่านี้ของรัฐที่ทำให้ชีวิตของประชาชนยากลำบากอย่างที่สุดด้วย
ดังนั้น การประชามติในครั้งนี้ของกรีซ ผลที่ได้ไม่เพียงแต่มีความเกี่ยวข้อง หรือส่งผลกระทบเพียงเฉพาะกรีซเท่านั้น ยังหมายถึงอนาคตของค่าเงินยูโร รวมทั้งหมายถึงความเป็นเอกภาพของยูโรโซนที่จะต้องสูญเสียไป และที่สำคัญยังหมายถึงอนาคตทางการเมืองของผู้นำกรีซด้วยครับ







