
ความไว้วางใจคือ พื้นฐานธรรมาภิบาล
โดย...ดร.บัณฑิต นิจถาวร กรรมการผู้อำนวยการ สถาบันกรรมการบริษัทไทย
โดย...ดร.บัณฑิต นิจถาวร กรรมการผู้อำนวยการ สถาบันกรรมการบริษัทไทย
ธรรมาภิบาล โดยพื้นฐานแล้วคือพฤติกรรมมนุษย์ เราสามารถบอกได้จากพฤติกรรมที่แต่ละคนทำมีธรรมาภิบาลหรือไม่ โดยดูว่ามีความรับผิดรับชอบมีความโปร่งใส และมีเหตุผลหรือไม่ในสิ่งที่ทำ ซึ่งทั้งหมดคือองค์ประกอบของธรรมาภิบาล และเมื่อเป็นพฤติกรรมมนุษย์ ธรรมาภิบาลก็เป็นเรื่องของใจว่าแต่ละคนจะมีใจทำในสิ่งที่ควรทำและมีความละอายต่อสิ่งที่ไม่ควรทำหรือไม่ ด้วยเหตุนี้แต่ละคนจึงมีหน้าที่ที่ต้องดูแลใจและพฤติกรรมของตน
ในระดับสังคม การให้ประชาชนในสังคมมีพฤติกรรมที่มีธรรมาภิบาลน่าจะทำได้ง่าย ถ้าสังคมมีวัฒนธรรมที่สนับสนุนความประพฤติที่ให้ความสำคัญกับผลที่มีต่อส่วนรวม ในสังคมที่มีวัฒนธรรมดังกล่าว คนที่ขาดธรรมาภิบาลจะอยู่ยาก เพราะจะไม่เป็นที่ยอมรับ โดยเฉพาะถ้าสังคมนั้นมีกฎหมายและการบังคับใช้ที่เข้มแข็ง เราจึงเห็นกรณีที่ผู้ใหญ่ในบ้านเมืองไปทำเรื่องไม่เหมาะสมในต่างประเทศ ถูกจับ ถูกลงโทษตามกฎหมาย ขณะที่เรื่องเดียวกันถ้าเกิดขึ้นในประเทศไทย คงเงียบหายเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น เพราะสังคมเราไม่ให้ความสำคัญกับพฤติกรรมที่มีธรรมาภิบาลมากเท่าต่างประเทศ ทำให้จำเป็นที่ประเทศต้องมีกฎหมาย ระเบียบ และแรงจูงใจที่หล่อหลอมพฤติกรรมคนในสังคมให้ไปในทิศทางที่ควรเป็น
ในระดับบริษัท จุดสูงสุดขององค์กรคือคณะกรรมการที่กำหนดนโยบายและกำกับดูแลกิจการ ถ้าจะให้ธรรมาภิบาลหรือการกำกับดูแลกิจการที่ดีเกิดขึ้นในบริษัท จุดเริ่มต้นอยู่ที่คณะกรรมการบริษัทที่ต้องมีธรรมาภิบาล ทั้งในระดับตัวบุคคลคือกรรมการ และระดับคณะกรรมการบริษัทที่ต้องทำงานร่วมกัน
ในระดับปัจเจกบุคคลมีข้อสังเกตว่าจากที่กรรมการแต่ละท่านมักจะอาวุโสผ่านงานและประสบการณ์มามาก การสอนเรื่องเหล่านี้คงทำไม่ได้ สิ่งที่ทำได้คือทำให้กรรมการตระหนักรู้ถึงความสำคัญของธรรมาภิบาล โดยเฉพาะผลที่จะเกิดขึ้นต่อคนอื่นจากการทำธุรกิจของบริษัท และจากการทำหน้าที่ของกรรมการ แต่ที่สำคัญกว่าคือ ต้องควรทราบหลักปฏิบัติที่ดีในการทำหน้าที่กรรมการ เพื่อให้ใช้เป็นแนวปฏิบัติว่าอะไรเป็นสิ่งที่ควรทำและไม่ควรทำตามหลักที่เป็นที่ยอมรับเป็นมาตรฐาน สองเรื่องนี้ถ้าทำได้ก็จะได้กรรมการที่พร้อมทั้งด้านใจและความรู้ประสบการณ์
สำหรับคณะกรรมการบริษัท สิ่งที่ท้าทายคือประสิทธิภาพของการทำงานร่วมกัน เพราะด้วยเนื้อแท้แล้วคณะกรรมการก็คือกลุ่มคนที่ร่วมกันทำงาน คณะกรรมการจึงเหมือนทีมดังนั้นนอกจากกรรมการควรมีใจที่ดีและมีระบบการทำงานที่ดีแล้ว อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่จะทำให้ทีมทำงานได้ดีและเป็นทีมที่เข้มแข็ง คือ ความไว้วางใจระหว่างสมาชิกในทีม เพื่อให้เกิดการตัดสินใจที่ดี ความไว้วางใจจึงเป็นพื้นฐานสำคัญของการกำกับดูแลกิจการที่ดี ซึ่งหมายถึงความไว้วางใจระหว่างกรรมการ ความไว้วางใจระหว่างคณะกรรมการและผู้บริหาร และระหว่างบริษัทกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย
ในระดับประเทศก็เช่นกัน ถ้าจะให้เกิดธรรมาภิบาลที่ดี ความไว้วางใจก็ต้องมีในทีม ซึ่งคือทีมงานระดับประเทศของรัฐบาล ความไว้วางใจระหว่างรัฐบาลกับภาคธุรกิจ และระหว่างประชาชนกับรัฐบาล ตรงกันข้ามถ้าความไว้วางใจระหว่างคนที่ต้องทำงานด้วยกันไม่มี ปัญหาด้านธรรมาภิบาลก็จะเกิดได้ทุกจุด และจะสร้างปัญหาต่างๆ ตามมา
ดังนั้น ในกรณีของไทย การสร้างธรรมาภิบาลให้เกิดขึ้นกว้างขวางจึงต้องมองที่การทำให้คนไทยส่วนใหญ่มีใจในเรื่องธรรมาภิบาล มีระบบการทำงานที่ดี และไว้วางใจต่อกัน ประเทศไทยขณะนี้พูดได้ว่าเรามีความท้าทายทั้งสามประเด็น คือ ทำอย่างไรให้เรามีคนดีมีใจด้านธรรมาภิบาลมากขึ้นๆ ในสังคม ทำอย่างไรให้ประเทศมีระบบที่ดีที่จะนำไปสู่การทำงานที่โปร่งใส มีเหตุมีผล และมีความรับผิดรับชอบ และทำอย่างไรให้คนไทยมีความไว้วางใจต่อกัน ให้ก้าวข้ามความชิงชังที่มักมาจากการยึดติดกับผลประโยชน์ที่มาจากกลุ่มการเมืองและกลุ่มธุรกิจการเมือง
เพราะข้อจำกัดนี้ ทีมไทยแลนด์จึงยังไม่สามารถไปไหนได้ไกล เรามีความไม่พร้อมเรื่องธรรมาภิบาลหลายด้าน สะท้อนได้จากปัญหาต่างๆ โดยเฉพาะทุจริตคอร์รัปชั่นดังนั้นถ้าการปฏิรูปประเทศที่กำลังทำอยู่เน้นเฉพาะเปลี่ยนระบบ เปลี่ยนวิธีทำงาน เราอาจได้การปฏิรูปที่ไม่สามารถนำพาประเทศไปได้มากอย่างที่หวัง เพราะเรื่องคนที่มีใจและเรื่องความไว้วางใจยังเป็นปัญหาอยู่
สมัยผมเป็นนักศึกษา มีผู้ใหญ่รุ่นเพื่อนคุณพ่อที่เป็นข้าราชการระดับสูงของกระทรวงการคลัง เคยถามผมว่า มองปัญหาของระบบราชการไทยว่าเป็นเรื่องของคนหรือระบบ สมัยนั้นผมเป็นเด็กไม่กล้าฟันธง จึงตอบว่าสำคัญทั้งคนและระบบ แต่พอโตขึ้นความคิดก็โน้มไปที่คนว่าสำคัญกว่าระบบ เพราะถ้าระบบดี คนไม่ดี กิจการคงเสียหายได้มาก แต่ถ้าคนดี ระบบไม่ดี ความเสียหายน่าจะน้อยกว่า
ปัจจุบันคำตอบของผม คือ คนดีและระบบดีถ้ามีได้จะดีมากๆ แต่จะไม่พอเพราะถ้าคนดีไม่ไว้วางใจกัน ทะเลาะกัน กิจการบ้านเมืองก็จะไม่สามารถเดินหน้าได้ เพราะคนดีไม่ยอมกัน ยิ่งถ้าปัญหานี้เกิดขึ้นในระดับผู้บริหารการตัดสินใจสำคัญๆ ก็จะไม่เกิดขึ้น ประเทศไม่เดินหน้า เสียเวลา เสียโอกาส
ด้วยเหตุนี้ความไว้วางใจจึงเป็นพื้นฐานสำคัญของธรรมาภิบาลซึ่งสำคัญต่ออนาคตประเทศ







