
กมธ.เริ่มถกร่างรธน.หมวดส.ส.
กมธ.ยกร่างฯ เริ่มถกหมวดส.ส. ยันโละทิ้งโอเพนลิสต์ เพิ่มส.ส.ระบบเขต กำหนดต้องให้เสร็จทุกมาตราภายในเดือนก.ค.
กมธ.ยกร่างฯ เริ่มถกหมวดส.ส. ยันโละทิ้งโอเพนลิสต์ เพิ่มส.ส.ระบบเขต กำหนดต้องให้เสร็จทุกมาตราภายในเดือนก.ค.
เมื่อวันที่ 6 ก.ค. เวลา 09.30 น. ที่รัฐสภา มีการประชุมคณะกรรมาธิการ(กมธ.)ยกร่างรัฐธรรมนูญ โดยมีนายมานิจ สุขสมจิตร รองประธานกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ ทำหน้าที่เป็นประธานการประชุม วาระการพิจารณาบทบัญญัติร่างรัฐธรรมนูญเป็นรายมาตรา เป็นวันที่ 8 โดยการพิจารณาวันนี้เป็นการพิจารณาในภาค 2 ผู้นำการเมืองและสถาบันการเมือง หมวด 3 รัฐสภา มาตรา 96
พล.อ.เลิศรัตน์ รัตนวานิช โฆษกกมธ.ยกร่างฯ เปิดเผยก่อนเข้าประชุมว่า สำหรับหมวดรัฐสภา ในส่วนของระบบรัฐสภา ซึ่งอยู่ในมาตรา 103-120 นั้น เบื้องต้นทางกมธ.ยกร่างฯได้มีการนำคำขอแก้ไขเพิ่มเติมที่เสนอเข้ามาพิจารณาแล้วได้ข้อยุติเบื้องต้นไปแล้วว่าโครงสร้างของสภาผู้แทนราษฎรเราจะปรับเปลี่ยนประมาณ 2-3 ประเด็นหลักเพื่อให้การเลือกตั้งมีความง่ายขึ้น ไม่ก่อให้เกิดความซับซ้อนและไม่เกิดบัตรเสีย เราจึงได้ตัดการเลือกตั้งส.ส.บัญชีรายชื่อแบบเปิด (โอเพ่นลิสต์) ซึ่งเป็นการให้สิทธิ์ประชาชนในการเลือกผู้สมัครในแต่ละบัญชีรายชื่อออกไปแล้วมาใช้วิธีการหยั่งเสียงโดยสมาชิกพรรคแทนเพื่อเป็นการทดแทนการเลือกตั้งแบบโอเพ่นลิสต์
พล.อ.เลิศรัตน์ กล่าวอีกว่า ส่วนการเลือกตั้งสส.ระบบบัญชีรายชื่อแบบเปิด เดิมเรากำหนดให้บัญชีรายชื่อแบ่งออกเป็น 6 ภาค แต่พิจารณาแล้วเกรงว่าจะเกิดความยุ่งยากต่อพรรคการเมืองในการส่งรายชื่อผู้สมัคร และพรรคการเมืองขนาดเล็กที่ไม่ได้ส่งผู้สมัครในภาคหนึ่งภาคใดก็จะไม่ได้คะแนนในส่วนของบัญชีรายชื่อที่จะมาสะสมเป็นคะแนนระดับประเทศ อีกทั้งการคิดคะแนน การคิดจำนวนสส.เมื่อได้ยอดรวมแล้วการจะส่งกลับไปสู่ภาคต่างๆ ก็อาจจะเกิดปัญหาได้ ดังนั้นเราจึงเห็นชอบให้จัดทำเป็นบัญชีรายชื่อเดียวทั้งประเทศ เช่นเดียวกับการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านๆมา ดังนั้น เมื่อเป็นบัญชีรายชื่อเดียวจึงทำให้เราลดจำนวนส.ส.บัญชีรายชื่อลงเหลือ 150 คน จากเดิม 200 คน และไปเพิ่มจำนวนส.ส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้งเป็น 300 คนจากเดิม 250 คน ดังนั้นโครงสร้างใหญ่ยังเหมือนเดิม คือมีจำนวนส.ส. 450 - 470 คน
พล.อ.เลิศรัตน์ กล่าวว่า ส่วนโครงสร้างของวุฒิสภา เข้าใจว่าในวันนี้จะยังไม่มีการพิจารณาแต่อาจจะพิจารณาได้ในวันที่ 8 ก.ค.นี้ โดยหลักใหญ่ได้กำหนดกระบวนการในการได้มาซึ่งสว.ไว้ด้วยกัน 5 แนวทาง เมื่อถึงเวลาคงจะมีการพิจารณากันอีกครั้งว่าจะยืนตามหลักการเดิมหรือปรับจำนวนไว้อย่างไร ซึ่งเรื่องนี้แก้ไม่ยากเนื่องจากไม่ได้มีหลายมาตรา ทั้งนี้ที่ประชุมพิจารณาอย่างไรก็ต้องว่ากันอย่างนั้น เพราะมีความสัมพันธ์กับการกำหนดอำนาจหน้าที่ของส.ว.ด้วย ซึ่งเรายังไม่ได้กำหนดความชัดเจนตรงนั้น
เมื่อถามว่า มีสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.)ออกมาเรียกร้องให้ทางกมธ.ยกร่างฯรายงานความคืบหน้าการพิจารณาให้ที่ประชุมสปช.ได้รับทราบ พล.อ.เลิศรัตน์ กล่าวว่า ไม่มีหรอก เรื่องการทำงานก็เป็นไปตามที่กำหนดไว้ ซึ่งเราได้มีการแจ้งความคืบหน้าให้ทางวิปสปช. ได้รับทราบอยู่แล้ว สปช.มีจำนวนมาก็ต้องมีความเห็นที่แตกต่างกัน แต่เชื่อว่าสิ่งที่เราได้กำหนดไว้คนที่อยู่ตรงนี้จะเข้าใจการทำงานของเราซึ่งมีเวลาจำกัดที่จะต้องพิจารณารายมาตราให้เสร็จภายในสิ้นเดือนก.ค.นี้
เมื่อถามว่า ความไม่ชัดเจนในบางประเด็นจะส่งผลกระทบต่อการโหวตร่างรัฐธรรมนูญในอนาคตหรือไม่ ไม่มีเพราะทุกคนรู้ดีว่าการพิจารณาเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญต้องดูภาพรวม ส่วนตัวมั่นใจว่ากมธ.ยกร่างฯทุกคนร่างรัฐธรรมนูญตั้งแต่ร่างแรกจนถึงร่างสุดท้ายอยู่บนพื้นฐานประโยชน์ของประชาชนและประเทศชาติ ดังนั้นเชื่อว่าประชาชนและสปช.จะเข้าใจดี







