
สถานการณ์ต่างประเทศกดดันผู้ว่า ธปท.ใหม่
โดย...ชลลดา อิงศรีสว่าง
โดย...ชลลดา อิงศรีสว่าง
หากไม่มีอะไรผิดพลาด การประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในวันที่ 7 ก.ค.นี้ สมหมาย ภาษี รมว.คลัง จะต้องนำเสนอรายชื่อผู้เหมาะสมที่จะดำรงตำแหน่งผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) คนใหม่ ที่คณะกรรมการสรรหาผู้ว่าการ ธปท.เสนอมา 2 คน คือ ศุภวุฒิ สายเชื้อ กรรมการผู้จัดการฝ่ายวิจัย บริษัทหลักทรัพย์บล.ภัทร และ วิรไท สันติประภพ คณะกรรมการนโยบายและกำกับดูแลรัฐวิสาหกิจ (คนร.หรือซูเปอร์บอร์ด) และคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.)
ครม.จะต้องเลือก 1 ใน 2 คนนี้ เป็นผู้ว่าการ ธปท.คนใหม่ แทน ประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการ ธปท. ที่จะเกษียณอายุงานในวันที่ 30 ก.ย.นี้ ตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ใน พ.ร.บ.ธนาคารแห่งประเทศไทย
เมื่อเปรียบเทียบความรู้และความสามารถทางวิชาการแล้ว ทั้งสองคนมีไม่แตกต่างกัน ศุภวุฒินั้นเป็นนักเศรษฐศาสตร์ที่มีประสบการณ์ทำงานที่ยาวนานกว่า ซึ่งงานวิจัยของ บล.ภัทร นั้นเป็นที่ยอมรับของนักลงทุนไทยและต่างชาติว่ามีมุมมองที่แหลมคมและแม่นยำ
ด้าน วิรไทย นั้น แม้จะไม่ได้ทำงานประจำเหมือนศุภวุฒิ แต่ก็เป็นที่ปรึกษาอยู่หลายองค์กร ถึงเวลานี้ในเรื่องความรู้ความสามารถไม่มีใครกังขาทั้งคู่ แต่ขณะนี้อยู่ที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี แล้วว่าจะชอบสไตล์การทำงานของใคร
อย่างไรก็ดี ผู้ที่จะมานั่งในตำแหน่งผู้ว่าการ ธปท. นอกจากจะต้องมีความเป็นตัวของตัวเองสูง มีความแข็งแกร่ง สามารถรับมือกับแรงกดดันทางการเมืองในวันข้างหน้าได้ จะต้องมีวิสัยทัศน์ และมีความฉับไวในการตัดสินใจ ที่จะรับมือความผันผวนของตลาดเงินตลาดทุนโลกที่ผูกติดกัน ไม่ว่าจะเกิดเหตุการณ์ที่ส่วนไหนของโลกก็จะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยทั้งสิ้น
การบริหารนโยบายการเงินของไทยไม่ง่ายเหมือนในอดีตอีกต่อไป และในระยะเวลา 4-5 ปีข้างหน้าจากนี้ไป ประเทศไทยที่กำลังเข้าสู่ภาวะเศรษฐกิจชะงักงัน ผู้ว่าการ ธปท.คนใหม่ ต้องใช้ฝีมือในการบริหารนโยบายการเงินมากกว่าปกติ
สิ่งที่ผู้ว่าการ ธปท.คนใหม่ เข้ามาแล้วจะต้องเจอทันที คือ ความผันผวนของค่าเงิน ซึ่งจะเกิดจากการที่เศรษฐกิจโลกเสียสมดุล ขณะนี้ชัดเจนว่าสหภาพยุโรป (อียู) เศรษฐกิจจะไม่ฟื้นตัวในปีนี้ แถมยังมีปัญหาจากการชำระหนี้ของกรีซที่ทำให้ค่าเงินยูโรจะอ่อนค่าต่อเนื่อง และค่าเงินเหรียญสหรัฐแข็งค่าขึ้นอย่างรวดเร็ว
นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยลบของเศรษฐกิจโลกที่จะท้าทายผู้ว่าการ ธปท.คนใหม่ คือ ฟองสบู่เศรษฐกิจจีนที่ทำท่าจะแตก แต่รัฐบาลจีนคอยประคองไว้ด้วยการสกัดฟองสบู่เป็นระยะ ใช้ทั้งมาตรการทางการเงินและการคลังเข้าช่วย
ส่วนญี่ปุ่นเองเศรษฐกิจก็ดีขึ้นจากการใช้นโยบายค่าเงินอ่อน ทำให้การท่องเที่ยวไหลดีขึ้น แต่เศรษฐกิจในภาพรวมก็ยังเปราะบางโดยเฉพาะการบริโภคในประเทศ
ปัจจัยเหล่านี้ทำให้การส่งออกของไทยในปีนี้ อาจจะติดลบเกินกว่า 2% ได้ เพราะประเทศผู้ซื้อไม่มีกำลังซื้อ ส่วนประเทศผู้ขายก็แข่งขันกันลดราคาแบบใครขายถูกกว่าจึงจะได้ออร์เดอร์ ฉะนั้นผู้ส่งออกจะหันมากดดัน ธปท.ให้รักษาค่าเงินให้อ่อนค่าไว้เพื่อไม่ให้การส่งออกหดตัวลงจนดูเลวร้ายมากเกินไป อีกทั้งการดำเนินนโยบายดอกเบี้ยก็ไม่ง่าย เพราะต้องรักษาสมดุลของเงินไหลออกและการกระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศ
สถานการณ์ในต่างประเทศยังคงมีความผันผวนสูงและกดดันเศรษฐกิจไทย รวมทั้งผู้ว่าการ ธปท.คนใหม่แล้ว สถานการณ์ในประเทศเองก็กดดันผู้ว่าการ ธปท.คนใหม่ไม่แพ้กัน ซึ่งจะเป็นเรื่องของการลองของผู้ว่าการ ธปท.ใหม่จะรับมือกับปัญหาภายในของ ธปท. ที่มีปัญหาหาคนที่มีความเก่งกาจในเรื่องการบริหารเงินไม่ง่าย โดยผู้ที่มีฝีมือดีที่สุดในยุคนี้และโตมาจากสายงานบริหารเงิน คือ ไพบูลย์ กิตติศรีกังวาน รองผู้ว่าการ ธปท. ที่จะให้ความร่วมมือในการทำงานมากน้อยแค่ไหน เพราะเป็นผู้สมัครเป็นผู้ว่าการ ธปท.คนหนึ่ง แต่บอร์ดสรรหาไม่นำเสนอชื่อเป็นตัวเต็ง
งานต่อเนื่องที่ผู้ว่าการ ธปท.คนเก่าดำเนินการค้างไว้ และเป็นงานเฉพาะหน้าที่จะต้องจัดการให้ราบรื่น โดยเฉพาะในช่วงที่เศรษฐกิจของประเทศยังมีปัญหา การส่งออกชะลอตัวลง ความเชื่อมั่นลดลง และภาคต่างประเทศยังผันผวน
งานสำคัญ คือ การตรวจสอบธนาคารเฉพาะกิจของรัฐที่ ธปท.รับนโยบายจากซูเปอร์บอร์ดมา ให้ดูแลและตรวจสอบธนาคารเฉพาะกิจของรัฐ หวังจะให้เป็นมาตรฐานที่ดี และลดการเข้าแทรกแซงจากการเมืองเข้ามาทำให้ธนาคารเสียหาย ซึ่งจะเป็นการเพิ่มงานของ ธปท.ให้เพิ่มขึ้นอีกมาก
นอกจากนี้ จะต้องคอยสอดส่องฐานะของธนาคารพาณิชย์ว่าจะแข็งแกร่งรองรับความผันผวนของเศรษฐกิจได้มากน้อยแค่ไหน เพราะสภาพเศรษฐกิจที่อึมครึมนี้
ส่งผลให้หนี้เสียในระบบธนาคารพาณิชย์เริ่มเพิ่มปริมาณขึ้นเรื่อยๆ ในขณะที่ธนาคารจะมีกำไรจากการประกอบการลดลงเพราะสินเชื่อไม่ขยายตัว
ธปท.ยังต้องปรับปรุงและพัฒนาระบบการชำระเงินของประเทศให้ทันสมัยและมีประสิทธิภาพ รองรับเศรษฐกิจดิจิทัลที่รัฐบาลกำลังโปรโมท และพยายามดึงให้บริษัทต่างชาติย้ายฐานสำนักงานใหญ่มาไว้ที่ไทย ซึ่งระบบการชำระเงินจะต้องดีพอและปลอดภัย รองรับปริมาณการเพิ่มขึ้นของทรานเซ็กชั่นที่จะเกิดขึ้นในอนาคต
และงานที่ดูเหมือนไม่สำคัญแต่สำคัญ คือ การให้ความรู้เรื่องการเงินกับประชาชน และสร้างโอกาสให้คนที่เข้าไม่ถึงแหล่งเงินให้เข้าถึงแหล่งเงินได้มากขึ้น
สุดท้ายความน่าหนักใจที่สุดของผู้ว่าการ ธปท.คนใหม่ที่จะต้องเจอ คือ แรงกดดันทางการเมืองที่จะมีอย่างมหาศาล เพราะตามโรดแมปของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) หากร่างรัฐธรรมนูญเสร็จก็จะจัดให้มีการเลือกตั้ง อาจจะเกินเวลา 1 ปี แต่จะไม่เกินเวลาที่ผู้ว่าการ ธปท.อยู่ในตำแหน่ง 5 ปี อย่างแน่นอน







