
ยธ.แจ้งสิทธิ14นศ.ใช้กองทุนยุติธรรมประกันตัวได้
ไพบูลย์สั่งแจ้งสิทธิ 14 นศ. ใช้กองทุนยุติธรรมประกันตัวได้ ระบุเรือนจำขังตามคำสั่งศาลทหาร ไม่สามารถนำตัวไปขังที่อื่นได้
ไพบูลย์สั่งแจ้งสิทธิ 14 นศ. ใช้กองทุนยุติธรรมประกันตัวได้ ระบุเรือนจำขังตามคำสั่งศาลทหาร ไม่สามารถนำตัวไปขังที่อื่นได้
เมื่อวันที่ 2 ก.ค.ที่กระทรวงยุติธรรม พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวถึงกรณีกรมราชทัณฑ์ควบคุมตัว14 นักศึกษา กลุ่มประชาธิปไตยหม่ ว่า เรือนจำได้ควบคุมตัวนักศึกษาทั้ง 14 ราย ตามคำส่ังศาลทหาร ที่พนักงานสอบสวนไปขออำนาจศาลฝากขัง ซึ่งทางกรมราชทัณฑ์ก็ต้องนำตัวมาควบคุม ที่เรือนจำตามกฎหมาย ส่วนการแยกแดนของนักศึกษา เป็นไปตามขั้นตอนและระเบียบของเรือนจำ ซึ่งเมื่อเข้าไปในเรือนจำ ช่วงแรกก็ต้องอยู่ในแดนแรกรับ หลังจากนั้นก็ต้องเข้าสู่กระบวนการจำแนก แยกแต่ละคนไปยังแดนต่างเพราะ ตามระเบียบแล้ว หากเป็นคดีเดียวกันจะไม่ขังรวบกัน
พล.อ.ไพบูลย์ กล่าวอีกว่า ได้มอบหมายให้นายวิทยา สุริยะวงค์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์และพ.ต.อ.ณรัชต์ เศวตนันทน์ อธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิเสรีภาพ เดินทางไปยังเรือนจำเพื่อแจ้งสิทธิตามขั้ยตอนในเรื่องของกองทุนยุติธรรม ในการประกันตัวหรือต้องการความช่วยเหลือหรือไม่
"ผมสั่งอธิบดีที่เกี่ยวข้องไปทำหน้าที่ของกระทรวง ในเรื่องการชี้แจง แจ้งสิทธิที่สามารถใช้เงินจากกองทุนยุติธรรมในการประกันตัวได้ ซึ่งเป็นหน้าที่ ของกระทรวงที่ให้กับบุคคลคนอื่นทั่วไป ให้ญาติ พ่อ แม่ ยื่อนคำร้องได้ ได้ แต่ถ้าไม่ประกันก็ไม่เป็นแล้วแต่ เพราะกระทรวงถือว่าทำหน้าที่แล้ว ส่วนเหตุผลไม่ประกันเพราะอะไร หรือมีเงื่อนไขอะไร เป็นหน้าที่ของหน่วยงานความมั่นคง คดีนี้เป็นคดีความมั่นคงไม่ใช่คดีทางการเมืองอย่างให้เข้าใจ คนละประเด็น และเป็นการขัดคำสั่งคสช."พล.อ.ไพบูลย์กล่าว
นายวิทยา กล่าวว่า สำหรับขั้นตอนการแยก นักศึกษาชายทั้ง 13 คน เป็นไปตามขั้นตอนการจำแนกผู้ต้อง ช่วงแรกเข้ามาเป้าเหมือนการปฐมนิเทศ เรียนรู้การใช้ชีวิตในเรือนจำเบื้องต้น จากนั้น พอปรับได้แล้ว ก็ต้องถูกแยกไปยังแดนต่างๆ อีกทั้งถ้าเป็นผู้ต้องขังคดีเดียวกัน เรือนจำจะไม่อนุญาติให้ขังรวมกัน ทั้งนี้การแยกกลุ่มนักศึกษาไปยังแดนต่างเป็นไปตามขั้นตอนของเรือนจำไม่ได้เป็นเหตุพิเศษ แต่อย่างใด เพราะแดนแรกรับจะมีผู้ต้องขังใหม่เข้ามาทุกวัน เจ้าหน้าที่ดูแลก็น้อย แต่เมื่อเข้าไปอยู่ยังแดนต่างๆแล้ว จะมีเจ้าหน้าที่ดูแลมากขึ้น มีกล้องวงจรปิดเฝ้าระวังความปลอดภัย 24 ชั่วโมง
ด้าน นายอายุฒน์ สินธพพันธ์ ผบ.เรือนจำพิเศษกรุงเทพ กล่าวว่า ได้เข้าไปตรวจความเรียบร้อย ภายในเรือนจำ หลังจากมีการแยกกลุ่ม 13 นักศึกษา ไปยังแดนต่าง ได้รับรายงานว่าทั้ง13 คน รับประทานอาหารได้ตามปกติ ใช้ชีวิตเหมือนผู้ต้องขังทั่วไป มี 3 ราย ได้ตัดผมสกินเฮด ซึ่งเป็นสิทธิที่กระทำได้ไม่มีปัญหา เพราะผู้ต้องขังสวนใหญ่ ก็ให้ตัดผมสั้นอยู่แล้ว
ผู้สื่อข่าวรายงาน สำหรับนักศึกษาทั้ง 13 ราย ที่ทางเรือนจำได้แยกขังประกอบด้วย นายภานุพงษ์ ศรีธนานุวัฒน์, นายพายุ บุญโสภณ ถูกแยกขังไป แดน 2 นายสุวิชา พิทังกร, นายอภิวัฒน์ สุนทรารักษ์, นายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา แดน 3 นายปกรณ์ อารีกุล, นายพรชัย ยวนยี, นายรัฐพล ศุภโสภณ แดน 4 นายรังสิมันต์ โรม, นายอภิสิทธิ์ ทรัพย์นภาพันธ์, นายศุภชัย ภูคลองพลอย แดน 5 นายทรงธรรม แก้วพันพฤกษ์, นายวสันต์ เสดสิทธิ แดน 6







