
เรือประมงนครศรีฯเริ่มจอดสนิทกลัวถูกจับ
นครศรีธรรมราช-ท่าเทียบเรือองค์การสะพานปลาเตรียมปิดตัวหลังเรือประมงทยอยเข้าจอดเทียบท่าป้องกันถูกจับโทษรุนแรง
นครศรีธรรมราช-ท่าเทียบเรือองค์การสะพานปลาเตรียมปิดตัวหลังเรือประมงทยอยเข้าจอดเทียบท่าป้องกันถูกจับโทษรุนแรง
นายประเทือง ทิพยมาศ นายกสมาคมประมง อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช กล่าวว่า ชาวประมงไม่ได้ต่อต้านหรือประท้วง แต่ต้องหยุดทำประมงเพื่อป้องกันตนเองไม่ให้โดนจับกุม เพราะหากโดนจับข้อหาและระวางโทษนั้นรุนแรงมาก ภาครัฐเองมีไม่เพียงพอที่จะดำเนินการต่ออาชญาบัตร ซึ่งในสภาวะเช่นนี้ผู้ประกอบการประมงเดือดร้อนตามๆ กัน เมื่อจูนไม่ตรงกันก็ต้องเป็นแบบนี้ เราไม่กดดันใคร และไม่มีใครกดดันเรา
"จะเห็นได้ว่าหลังเกิดกรณีชาวประมงหยุดทำการประมงจะส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมอื่นๆ ด้วย เช่น โรงน้ำแข็ง แพปลาใหญ่ แหล่งขายน้ำมันเรือ ซึ่งที่ผ่านมาอาชีพประมงนั้นถูกเมินจากรัฐบาลมาเนิ่นนานมาก หากย้อนถามและตรวจสอบในเรื่องของอาชญาบัตร หรือทำประมงให้ถูกต้อง ไม่ใช่เป็นความผิดของชาวประมงฝ่ายเดียว แต่เพราะภาครัฐไม่เอาใจใส่ในการแก้ไขปัญหาเสียมากกว่า ผิดต้องยอมรับผิดและช่วยแก้ไขร่วมกัน" นายประเทือง กล่าว
ที่จังหวัดนครศรีธรรมราช 6 อำเภอที่เรือทยอยเข้าจอด ประกอบด้วย อ.ขนอม สิชล ท่าศาลา เมือง ปากพนัง และ อ.หัวไทร โดยมีเรือประมงขนาดใหญ่ทยอยเทียบท่า เพื่อรับมือมาตรการเข้มงวดของกฎหมายประมง โดยเริ่มทยอยเข้าจอดตั้งแต่วันที่ 29 มิ.ย.58 ที่ผ่านมา หลังจากทางภาครัฐเข้มงวดกับเรือประมงที่ไม่มีอาชญาบัตรและจะจับกุมในวันที่ 1 ก.ค.58 นี้ ทำให้บรรยากาศของเรือประมงเงียบเหงา ไม่มีเรือหาปลาในทะเลทั้งขนาดเล็กและขนาดใหญ่
ขณะที่ผู้ประกอบการแพปลาได้เรียกร้องให้รัฐบาลแก้ปัญหาแบบมืออาชีพ โดยเฉพาะการออกอาชญาบัตรให้ตรงประเภทเครื่องมือทำประมง และให้ควบคุมการใช้อุปกรณ์ประมงแทนเพื่อควบคุมเครื่องมือทำลายล้าง หากยังไม่เร่งแก้ปัญหาอุตสาหกรรมต่อเนื่องจากการทำประมงจะได้รับผลกระทบทั้งหมด โดยเฉพาะแรงงานหลายหมื่นคนตกงาน ที่สำคัญราคาสินค้าสัตว์น้ำจะขยับสูงขึ้น เนื่องจากมีผู้ประกอบการร้านอาหารรายใหญ่จะคอยกวาดซื้อจนหมด







