
ระดับน้ำในเขื่อนเจ้าพระยาเพิ่มขึ้นเล็กน้อย
ชัยนาท-ระดับน้ำในเขื่อนเจ้าพระยาเพิ่มขึ้นเล็กน้อยหลังการทำฝนหลวงแต่มีปริมาณไม่มากพอให้ทำนา
ชัยนาท-ระดับน้ำในเขื่อนเจ้าพระยาเพิ่มขึ้นเล็กน้อยหลังการทำฝนหลวงแต่มีปริมาณไม่มากพอให้ทำนา
นายเอกสิทธิ์ ศักดีธนาภรณ์ ผู้อำนวยการโครงการเขื่อนเจ้าพระยา เปิดเผยว่า ที่จุดวัดน้ำ C13เหนือเขื่อนเจ้าพระยา ต.บางหลวง อ.สรรพยา จ.ชัยนาทระดับน้ำเพิ่มขึ้นเล็กน้อยคือ3ซ.ม.มาอยู่ที่ 13.35เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง(ม.รทก.) ต่ำกว่าจุดวิกฤต14.00ม.รทก. 65ซ.ม.ขณะที่อัตราการปล่อยน้ำยังคงที่70ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที(ลบ.ม./วิ
นายเอกสิทธิ์กล่าวว่าสาเหตุที่ระดับน้ำเหนือเขื่อนฯที่เริ่มเพิ่มขึ้นมานั้นเนื่องจากมีฝนตกเหนือเขื่อนเจ้าพระยาในพื้นที่ จ.กำแพงเพชร และ จ.นครสวรรค์ จากการทำฝนหลวงที่เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่สัปดาห์ที่แล้ว
แต่อย่างไรก็ตามยังต้องแจ้งขอความร่วมมือจากพี่น้องเกษตรกรว่ายังไม่ควรลงมือทำนาปีเพิ่มในช่วงนี้ เพราะปริมาณน้ำยังไม่มีมากเพียงพอที่จะจัดสรรเพิ่ม ขอให้ติดตามประกาศจากทางราชการอย่างใกล้ชิดซึ่งคาดว่าไม่เกินกลางเดือนกรกฎาคมปริมาณน้ำน่าจะสามารถจัดสรรเพื่อการทำนาปีเพิ่มได้
ส่วนที่บริเวณปากคลองมะขามเฒ่า อ.วัดสิงห์ ซึ่งเป็นคลองแยกจากแม่น้ำเจ้าพระยาและเป็นต้นแม่น้ำท่าจีน ที่จะไหลลงสู่ภาคกลางผ่าน จ.สุพรรณบุรี จ.นครปฐม และ จ.สมุทรสงคราม ในวันนี้กำลังประสบภาวะแล้งจัดจนน้ำแห้งขอดไม่มีน้ำดิบทำประปา ต้องย้ายท่อสูบจากเดิมไปสูบจากแม่น้ำเจ้าพระยาระยะทาง1.5ก.ม.เพื่อทำน้ำประปาให้ชาวบ้าน ซึ่งน้ำที่แห้งขอดทำให้ปลายท่องสูบน้ำดิบของโรงสูบน้ำประปาเทศบาลตำบลวัดสิงห์ไม่สามารถสูบน้ำได้อีกเนื่องจากภาวะภัยแล้ง น้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาลดต่ำกว่าปากคลอง ทำให้น้ำไม่สามารถไหลเข้าคลองมายังโรงสูบน้ำดิบเพื่อทำประปาได้
นายปิยะ ทองวัฒนา นายกเทศมนตรีตำบลวัดสิงห์ กล่วว่า การสูบน้ำในช่วงภัยแล้งจะเดินเครื่องสลับกันตลอด24ชั่วโมงเพื่อให้สามารถผลิตน้ำประปากักเก็บไว้และจ่ายให้ประชาชน ซึ่งมีค่าใช้จ่ายในส่วนของค่าไฟฟ้าถึงเดือนละ100,000บาท แต่ทางเทศบาลก็จำเป็นต้องแบกรับเพื่อไม่ให้ประชาชนขาดน้ำและเดือดร้อน







