
เตือนฉี่หนูระบาดครึ่งปี58ดับแล้ว7ราย
ศรีสะเกษ-สคร.7 เตือนเกษตรกรชาวนาระวังโรคฉี่หนูระบาดแนะสวมร้องเท้าบูทหากลงแช่น้ำนาน
ศรีสะเกษ-สคร.7 เตือนเกษตรกรชาวนาระวังโรคฉี่หนูระบาดแนะสวมร้องเท้าบูทหากลงแช่น้ำนาน
นพ.ศรายุธ อุตตมางคพงค์ ผู้อำนวยการสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 7 จ.อุบลราชธานี (สคร.7) ครอบคลุมพื้นที่จังหวัดศรีสะเกษ เปิดเผยว่า ในระยะนี้เริ่มมีการระบาดของโรคฉี่หนู หรือโรคเลปโตสไปโรซีส เนื่องจากช่วงนี้เป็นช่วงฤดูทำนาชาวนาต้องออกไปปักกล้าต้นข้าวดำนาที่ต้องลงไปแช่น้ำเป็นเวลานาน ซึ่งเชื้อจะอยู่ในฉี่ของสัตว์ โดยเฉพาะหนู ทั้งหนูนา หนูป่า หนูบ้าน หนูท่อ รวมทั้งสัตว์อื่นๆ เช่น สุนัข แมว โค แพะ แกะ เชื้อสามารถเข้าสู่ร่างกายได้โดยไชเข้าทางผิวหนังตามรอยแผล รอยขีดข่วน เยื่อบุของตา จมูก ปาก หรือผิวหนังปกติที่แช่น้ำเป็นเวลานาน และอาจติดเชื้อโดยตรงจากการสัมผัสเชื้อ และกินอาหารหรือน้ำที่มีเชื้อโรคปนเปื้อนอยู่
ซึ่งจากการรายงานโรคฉี่หนู พบว่าตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.– 12 มิ.ย. 2558 ทั่วประเทศมีผู้ป่วยโรคฉี่หนู ทั้งสิ้น 492 ราย เสียชีวิต 7 ราย ส่วนในพื้นที่รับผิดชอบของ สคร.7 ทั้ง 7 จังหวัดพบผู้ป่วยทั้งสิ้น 119 ราย ไม่มีเสียชีวิต จังหวัดที่พบผู้ป่วยมากที่สุด คือจังหวัดศรีสะเกษ มีผู้ป่วย 60 ราย รองลงมาคือ จังหวัดอุบลราชธานี พบผู้ป่วย 42 ราย ผู้ป่วยส่วนใหญ่เป็นเกษตรกรอายุ 35-54 ปี
นพ. ศรายุธ กล่าวต่อว่า หากผู้ป่วยที่มีอาการเริ่มด้วยมีไข้เฉียบพลัน หนาวสั่น ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อโดยเฉพาะหลัง ต้นขาและน่อง ปวดศีรษะ ตาแดง คลื่นไส้ และปวดท้องให้รีบไปพบแพทย์ทันทีภายใน 24 ชั่วโมง อย่าปล่อยทิ้งไว้ หรือหาซื้อยากินเอง จะทำให้เชื้อลุกลาม และเมื่อมีอาการหนักแล้ว เชื้อจะแพร่กระจายไปยังอวัยวะต่างๆอาจจะทำให้เสียชีวิตได้
อย่างไรก็ตาม วิธีการป้องกันเบื้องต้นเกษตรกรควรสวมใส่รองเท้าบูทเมื่อลงแช่น้ำเป็นเวลานาน และหลังเสร็จจากการทำนาขึ้นจากน้ำให้รีบล้างมือ ล้างเท้าด้วยสบู่ให้สะอาด โดยเฉพาะผู้ที่มีบาดแผลตามร่างกาย เนื่องจากโรคเลปโตสไปโรซิส เกิดจากการสัมผัสปัสสาวะของสัตว์โดยตรง หรือติดโดยทางอ้อมจากแหล่งน้ำตามทุ่งนา และบริเวณที่มีน้ำขัง โดยเฉพาะในพื้นที่ที่เคยมีการระบาดของโรค ต้องมีการเฝ้าระวังป้องกันเป็นพิเศษ หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติมสามารถโทรศัพท์สายตรงได้ที่ สายด่วนควบคุมโรค โทร 1422







