
อัยการล่าชื่อค้านร่างรธน.
อัยการล่ารายชื่อขอ กมธ.ยกร่างฯ ทบทวนโครงสร้างบอร์ด ก.อ. ห่วงคนนอกล้วงลูก
อัยการล่ารายชื่อขอ กมธ.ยกร่างฯ ทบทวนโครงสร้างบอร์ด ก.อ. ห่วงคนนอกล้วงลูก
นางชนิญญา ชัยสุวรรณ รองอธิบดีอัยการ สำนักงานคดีปกครอง เปิดเผยว่า ขณะนี้ข้าราชการอัยการทั่วประเทศทั้งในส่วนกลางและภูมิภาคเตรียมเข้าชื่อเพื่อยื่นต่อคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ยกร่างรัฐธรรมนูญให้ทบทวนร่างรัฐธรรมนูญมาตรา 228 ว่าด้วยการให้บุคคลภายนอกที่ไม่เป็นข้าราชการอัยการทั้งในอดีตและปัจจุบันมาดำรงตำแหน่งประธานคณะกรรมการอัยการ (ก.อ.) และให้มีผู้ทรงคุณวุฒิจากบุคคลภายนอกจำนวนไม่น้อยกว่าหนึ่งในสามเข้ามาเป็นกรรมการ ก.อ.
นางชนิญญา กล่าวว่า สาเหตุที่ต้องคัดค้านร่างรัฐธรรมนูญมาตราดังกล่าว เพราะการให้คนนอกมาเป็นประธาน ก.อ. หรือกรรมการ ก.อ.ในจำนวนไม่น้อยกว่าหนึ่งในสาม อาจส่งผลให้การทำงานอัยการทั้งการวินิจฉัยคดีและการบริหารงานบุคคลขาดความเป็นอิสระ จึงเห็นว่าควรให้ประธาน ก.อ.มาจากบุคคลที่เป็นอัยการสูงสุดหรืออดีตอัยการที่มีความรู้ความสามารถ เพื่อเป็นหลักประกันในการทำงานให้กับข้าราชการอัยการ
“สมมติหากในอนาคตพรรคใดพรรคหนึ่งขึ้นมาเป็นรัฐบาล ก็สามารถเข้ามาแทรกแซงอัยการผ่านการส่งผู้ทรงคุณวุฒิเข้ามานั่งใน ก.อ.เพื่อกลั่นแกล้งฝ่ายตรงข้ามได้ ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าเป็นห่วงอย่างมาก” นางชนิญญา กล่าว
ด้าน นายปกรณ์ ปรียากร โฆษกคณะ กมธ.ยกร่างฯ กล่าวว่า ที่ประชุมคณะ กมธ.ยกร่างฯ เมื่อวันที่ 22 มิ.ย. มีความเห็นร่วมกันที่จะตัดคณะกรรมการดำเนินการจัดการเลือกตั้ง (กจต.) ออกจากร่างรัฐธรรมนูญ โดยจะให้การจัดการเลือกตั้งเป็นอำนาจของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ตามเดิม เนื่องจากเห็นว่า กจต.อาจไม่สามารถเข้ามาแก้ไขปัญหาที่ผ่านมาได้ อย่างไรก็ตามคณะ กมธ.ยกร่างฯ ยังเห็นควรให้มีการควบรวมผู้ตรวจการแผ่นดินและคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติเข้าด้วยกันตามที่เคยกำหนดไว้ในร่างรัฐธรรมนูญฉบับแรก แต่จะกำหนดรายละเอียดและอำนาจหน้าที่ให้มีความชัดเจนมากขึ้นต่อไป
นายคำนูณ สิทธิสมาน โฆษกคณะ กมธ.ยกร่างฯ กล่าวว่า คณะ กมธ.ยกร่างฯ จะเริ่มพิจารณาแก้ไขเป็นรายมาตราตั้งแต่วันที่ 25 มิ.ย. ส่วนกรณีที่ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวกำหนดให้มีสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศจำนวน 200 คน แต่ในส่วนของร่างรัฐธรรมนูญที่กำลังพิจารณามีจำนวน 120 คน ดังนั้นส่วนตัวคิดว่าสภาขับเคลื่อนฯ ที่นายกรัฐมนตรีจะใช้อำนาจตั้งขึ้นมา ควรแยกออกจากสภาขับเคลื่อนฯ ที่จะกำหนดไว้ในร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่







