
รมว.สธ.ยันคุมไวรัสเมอร์สอยู่
รมว.สธ.ระบุสถานการณ์เมอร์สในไทยดีขึ้น ผู้ป่วยชาวโอมานเคลื่อนไหวได้แล้ว มั่นใจ ควบคุมอยู่ไม่กระทบการท่องเที่ยวช่วงไฮซีซั่น
รมว.สธ.ระบุสถานการณ์เมอร์สในไทยดีขึ้น ผู้ป่วยชาวโอมานเคลื่อนไหวได้แล้ว มั่นใจ ควบคุมอยู่ไม่กระทบการท่องเที่ยวช่วงไฮซีซั่น
วันที่ 23 มิ.ย. นพ.รัชตะ รัชตะนาวิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่าสถานการณ์โรคระบาดเมอร์ส ในประเทศไทยดีขึ้น โดยผู้ป่วยชาวโอมานที่ติดเชื้อไข้หวัดเมอร์สมีอาการดีขึ้นสามารถที่จะเคลื่อนไหวได้บ้าง ทั้งนี้ญาติของผู้ป่วยจำนวน 3 คนยังแข็งแรงดี ส่วนผู้ที่สัมผัสใกล้ชิดกับผู้ติดเชื้อที่แต่เดิมมี 176 คนก็ค่อยๆ ลดลงเรื่อยๆ และบางคนก็ออกนอกประเทศไทยไปบ้างแล้ว อย่างไรก็ตามหากทีมแพทย์ตรวจเชื้อของผู้ป่วยชาวโอมานพบผลเป็นลบอีก 2 ครั้งภายใน 14 วันก็จะยืนยันได้ว่าผู้ป่วยอยู่ในอาการปลอดภัยแล้ว
นพ.รัชตะ กล่าวด้วยว่า ส่วนที่กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาเป็นห่วงและหวังให้ควบคุมสถานการณ์ได้ก่อนฤดูการท่องเที่ยวของไทยจะมาถึงนั้น ทางกระทรวงสาธารณสุข ก็พยายามสร้างระบบและมาตรการป้องกันพร้อมกับเฝ้าระวังผู้ป่วยรายใหม่อย่างเต็มที่ และไม่ได้ปิดกั้นการเดินทางมาท่องเที่ยวในประเทศไทยแต่อย่างใด ส่วนการเดินทางออกไปยังประเทศแถบตะวันออกกลางและเกาหลีใต้คนไทยยังสามารถเดินทางได้ตามปกติเพราะฉะนั้นหน้าที่ของเราคือสร้างเกราะกำบังภูมิคุ้มการประชากรไทยให้เข้มแข็งพอ และพร้อมที่จะคัดกรองตลอดเวลาว่าผู้ใดมีความเสี่ยงติดเชื้อโรคก่อนเข้าภายในประเทศไทย โดยสธ.ได้แจกแผ่นพับให้ผู้โดยสารขาเข้าประเทศทั้ง 37 เที่ยวบินว่าทุกคนมีความเสี่ยง และหากมีไข้ในระหว่างเดินทางหรือเมื่อเดินทางมาถึงต้องแจ้งสายด่วน 1669 โดยไม่ต้องเดินทางไปโรงพยาบาลเพราะเราจะส่งทีมแพทย์ไปรับถึงสนามบินทันที
"นักท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศขอให้มีความเชื่อมั่นว่าเรามีมาตรการเฝ้าระวังและเกราะป้องกันที่เข้มแข็งพอในการเฝ้าระวังโรคชนิดนี้ ตั้งแต่เครื่องบินก่อนลงจอดและขึ้นบิน รวมถึงระหว่างเดินทาง หรือแม้กระทั่งแท็กซี่ที่ออกจะสนามบินระหว่างประเทศ ตลอดจนโรงพยาบาลทุกแห่งทั้งรัฐและเอกชนที่มีความพร้อมในการรับผู้ป่วยอยู่แล้ว" นพ.รัชตะ กล่าว
เมื่อถามกรณีที่มีกระแสโรงพยาบาลเอกชน 2 แห่งปฏิเสธรับผู้ป่วยที่อาจเสี่ยงติดเชื้อ จึงส่งต่อสถาบันบำราศนราดูรแทนนั้น นพ.รัชตะ กล่าวว่า ได้นัดประชุมเพื่อทำความเข้าใจกับโรงพยาบาลเอกชนกว่า 100 แห่งเรื่องการขอให้ความร่วมมือ และยืนยันว่าโรงพยาบาลเอกชนไม่สามารถปฏิเสธผู้ป่วยแต่กระแสข่าวที่ออกมาทางโรงพยาบาลเอกชนได้ประสานกับสธ.ว่าหากมีความกังวลว่าผู้ป่วยอาจตัดเชื้อก็ให้ประสานส่งตัวไปยังสถาบันบำราศนราดูรได้
เมื่อถามว่าหากประชาชนที่เดินทางกลับมาจากเกาหลีใต้หรือพื้นที่เสี่ยงต้องนอนโรงพยาบาลเพื่อเฝ้าดูอาการถึง 14 วันทางสธ.จะรับผิดชอบค่าใช้จ่ายอย่างไรบ้าง นพ.รัชตะ กล่าวว่า คนไทยทุกคนมีหลักประกันสุขภาพอยู่แล้ว แต่ถึงแม้จะเดินทางไปโรงพยาบาลเอกชนทางสธ.ก็ดูแลค่าใช้จ่ายให้ทั้งหมดในส่วนของการเฝ้าระวัง
เมื่อถามว่านายกรัฐมนตรีได้สั่งการเพิ่มเติมมาตรการเฝ้าระวังของสธ.หรือไม่ นพ.รัชตะ กล่าวว่า ยังไม่ได้พบนายกฯ แต่ได้รายงานความคืบหน้าทุกระยะให้ทางนายยงยุทธ ยุทธวงศ์ รองนายกรัฐมนตรีที่กำกับดูแลสธ.รับทราบตลอดและทางสธ.เองก็ทำงานกันอย่างเต็มความสามารถ มีการประชุมเพื่อติดตามความคืบหน้าทุกระยะอยู่แล้ว
ภาพประกอบข่าวจากแฟ้มภาพ







