
‘มนุษย์ที่เมอร์สชอบ’ จากประสบการณ์เกาหลี
โดย...เพียงออ วิไลย [email protected]
โดย...เพียงออ วิไลย [email protected]
เป็นอีกสัปดาห์หนึ่งที่ “คิมแอยอง” ต้องดูแลเอาใจใส่ตนเองและเด็กๆ ลูกฝาแฝดของเธอเป็นพิเศษ ลูกสาวทั้งสองคนกำลังเรียนมัธยมและจำเป็นต้องเข้าชั้นเรียนพิเศษในตอนเย็นจนถึงราวสามทุ่ม เธอต้องย้ำทุกเช้า-เย็น ว่าให้เด็กๆ ระมัดระวังในการเดินทางออกนอกบ้าน อย่าไปในสถานที่เสี่ยง เช่น อาคารที่มีคนพลุกพล่านหรือโรงพยาบาล และหากมีอาการหวัด ตัวร้อนอ่อนเพลีย ต้องรีบบอกแม่ทันที... เธอปฏิบัติเหมือนแม่ทุกคนในเกาหลีที่มีความห่วงใยต่อคนในครอบครัว
“แอยอง” เธอเป็นเพื่อนรักที่รอว่าเมื่อไรเพื่อนจะไปเยี่ยม ทุกครั้งที่ไปเกาหลี “เชกา” ได้พักพิงในอพาร์ตเมนต์ขนาดใหญ่ของเธอ แต่คราวนี้เมื่อแจ้งไปว่าเลื่อนเดินทางไปเป็นปลายเดือน ก.ค. เธอบอกว่า “เลื่อนไปก่อนก็ดีเพราะต้องระวังมาก แต่ปลายเดือน ก.ค. ยังไม่แน่ใจว่า เมอร์สจะหมดไปหรือยัง” ทุกวันนี้คนเกาหลีแม้มิได้ตื่นตระหนกมาก แต่ในใจลึกๆ ก็ยังหวั่นเกรงว่ารัฐจะไม่สามารถควบคุมโรคได้อย่างเด็ดขาดในเวลาอันสั้น... ส่วนเด็กๆ อดที่จะบ่นไม่ได้ว่า รอของฝากจากเมืองไทยตามโพยที่ส่งมาให้อยู่ (โพยยาวมากค่ะ เป็นของที่ไม่มีในเกาหลี แล้วจะเล่าให้ฟังว่ามัน คือ อะไร)...
สองสามวันก่อน ประธานบริษัทเกาหลีที่ “เชกา” เคยทำงานด้วยกันมา 20 กว่าปี ได้เชิญไปทานอาหารพร้อมปรึกษาหารือเรื่องการงานเนื่องจากบริษัทประสบปัญหาในการทำความเข้าใจกับหน่วยงานราชการไทย สรุปออกมาว่า ต้องกลับไปช่วยเพราะเขาไม่มีบุคลากรที่มีความสุกงอม (แก่) พอจะไปชี้แจงด้วยเหตุและผลอันซับซ้อนของธุรกิจได้โดยไม่ต้องเสียเงินจ้างบริษัทที่ปรึกษาราคาแพง...บริษัทข้ามชาติขนาดกลางและเล็ก มักจะพบปัญหาในเรื่องแนวทางการปฏิบัติให้สอดคล้องกับกฎหมายในประเทศเจ้าบ้านเสมอๆ ค่ะ... หลังจากคุยกันแล้ว ประธานเปรยว่า สิ้นเดือนนี้เขาจะต้องกลับไปเกาหลี หวั่นใจอยู่เหมือนกันว่าจะเจอกับ“เมอร์ส” หรือไม่ อายุเขาก็ตรงตามสเปกของโรคเสียด้วยสิ เมื่อแจกแจงจากประสบการณ์ของเกาหลีแล้ว เราก็ได้ “สเปก” ของมนุษย์กลุ่มที่ “เมอร์ส” ชอบเป็นพิเศษมากลุ่มหนึ่งซึ่งมีโอกาสได้ “เมอร์ส” มาเป็นของตนเอง...ต่อไปนี้เป็นสถิติน่าเศร้าใจค่ะ ณ วันศุกร์ที่ผ่านมา ผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสร้ายที่ยังไม่มียาป้องกันนี้ ในเกาหลีมีจำนวน 166 คน ได้เสียชีวิตไปแล้ว 24 คน (14.45%) และ 36 คน (21.68%) สามารถหายเป็นปกติและกลับบ้านได้ ส่วนที่ยังคงอยู่ 106 คนนั้น อยู่ในขั้นวิกฤตที่อาจจะเสียชีวิตอีก 15 คน...
98.8% จากผู้ติดเชื้อทั้งหมด ได้รับเชื้อมาจากโรงพยาบาล ซึ่งมีทั้งผู้ป่วยที่ไปรับการรักษาในห้องเดียวกัน ญาติผู้ไปเฝ้าไข้ และมีบุคลากรทางการแพทย์ เช่น นางพยาบาล ผู้ช่วยบนรถพยาบาล รวมอยู่ด้วย... จำนวน 81 คน หรือเกือบครึ่งได้รับเชื้อในห้องฉุกเฉินเมื่อแรกรับตัวคนไข้...และจากผู้ป่วยทั้งหมด 90% หรือ 150 คน มีโรคประจำตัว โดยเฉพาะอย่างยิ่ง โรคที่เกี่ยวกับปอดหรือไต หรือมีอายุมากกว่า 50 ปีขึ้นไป... ความตื่นตัวเพิ่มมากขึ้นเมื่อพบผู้ป่วยเมอร์สมารักษาในไทย ดังนั้นผู้ที่มีความเสี่ยงคือผู้ที่อยู่ในสเปกตามที่กล่าวมา และได้สัมผัสหรือใกล้ชิดกับผู้ป่วย ซึ่งควรต้องป้องกันตนเองตามที่กระทรวงสาธารณสุขแนะนำ... โดยทั่วไปหากดูแลร่างกายให้แข็งแรงมีภูมิต้านทานดีพักผ่อนเพียงพอ แม้ว่าจะติดเชื้อไปก็สามารถหายได้เหมือนผู้ป่วย 36 รายของเกาหลีค่ะ...







