
ว่าด้วยระบบสัดส่วนผสม
หลายท่านสอบถามกันมาว่าที่จั่วหัวไปเมื่อคราวที่แล้ว “ทางแก้ระบบสัดส่วนผสมบางประการ”
โดย...เจษฏ์ โทณะวณิก
หลายท่านสอบถามกันมาว่าที่จั่วหัวไปเมื่อคราวที่แล้ว “ทางแก้ระบบสัดส่วนผสมบางประการ” แปลว่าสิ่งที่เสนอมานั้น คือ การแก้ระบบสัดส่วนผสมหรือ อ่านๆ ดูแล้วเหมือนเป็นระบบสัดส่วนผสมเช่นกัน ซึ่งการตั้งข้อสังเกตเช่นนี้ดีมากเนื่องจากจั่วหัวไว้ในคราวก่อนไม่ชัดเจน
เพราะที่บอกว่า “ทางแก้” นั้น หมายถึง แก้สิ่งที่นำเสนอโดยร่างรัฐธรรมนูญที่นำเสนอให้มีระบบสัดส่วนผสม (Mixed Member Proportional-MMP) โดยการมีระบบเขตที่เป็นแบบเขตเดียวคนเดียวผสมกับระบบบัญชีรายชื่อที่เป็นระบบบัญชีเปิด (Open List) ซึ่งได้คุยกันไปหลายคราวว่าในระบบเขตจะมีคะแนนเสียงที่หายไป หรือที่เรียกกันว่า “เสียงตกน้ำ” (Fallen Votes) ซึ่งไม่ได้ถูกนำมาพิจารณาอันใด
ขณะที่ระบบบัญชีรายชื่อจะเป็นการเลือกอีกครั้งหนึ่ง และการเลือกในระบบนี้จะเป็นตัวชี้ร้อยละของคะแนนเสียงทั้งหมดที่พรรคหนึ่งๆ ได้ ซึ่งจะเป็นตัวกำหนดจำนวนสมาชิกสภาผู้แทน (สส.) โดยจะมีการคำนวณให้เป็นสัดส่วนกันระหว่างระบบเขตกับระบบบัญชีรายชื่อ ทั้งนี้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งสามารถที่จะเลือกผู้สมัครที่อยู่ในบัญชีรายชื่อได้ด้วย ส่งผลให้คะแนนของบัญชีพรรคก็จะมีคะแนนของผู้สมัครที่อยู่ในบัญชีดังกล่าวร่วมอยู่ด้วย
ที่ว่าไปนั้นคือ ระบบที่นำเสนอโดยร่างรัฐธรรมนูญ ดังนั้นที่ว่าแก้ คือ แก้ระบบนี้ ซึ่งอาจจะมีประเด็นอยู่สามสี่ประเด็นที่จะต้องขบคิด นั่นคือ
หนึ่ง คะแนนเสียงที่ตกน้ำในระบบเขต ก็ยังคงตกน้ำอยู่ดี
สอง ในระบบบัญชีรายชื่อเป็นการเลือกครั้งที่สอง โดยทั่วไปเป็นการเลือกพรรคซึ่งคะแนนนี้ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับคะแนนเสียงที่ตกน้ำไป
สาม เมื่อมีการทำบัญชีเป็นแบบบัญชีเปิดเท่ากับผู้สมัครที่อยู่ในบัญชีจะต้องหาเสียง เพื่อให้ตนได้รับการเลือกเป็นจำนวนมากพอที่จะรักษาลำดับในบัญชีไว้ หรือเพื่อเลื่อนลำดับขึ้น
สี่ เนื่องจากมีการเลือกในระบบเขตระบบบัญชีรายชื่อ และการเลือกผู้สมัครในบัญชีรายชื่อ จึงมีการกาสามที อาจจะเกิดความสับสนในการลงคะแนนได้
ทางแก้ซึ่งก็ยังเป็นระบบสัดส่วนผสม แต่อาจจะทำให้คลี่คลายสามสี่ประเด็นที่ยกขึ้นมานั้นได้ ทางหนึ่งที่พอจะเป็นไปได้ คือ การใช้ระบบการกาครั้งเดียว แต่นำเอาผลของการกาครั้งเดียวนี้มาพิจารณาสองครั้ง
ทั้งนี้ ครั้งแรกใช้ในการกำหนดผู้ที่จะเป็นผู้แทนในเขต ครั้งที่สองเป็นคะแนนที่รวมกันของพรรคหนึ่งๆ จากบรรดาคะแนนที่ผู้มีสิทธิเลือกตั้งได้ลงให้ในทุกๆ เขต โดยนำเอาคะแนนของผู้สมัครทุกๆ คน ทุกๆ พรรค
ที่ได้รับคะแนนมารวมกันหมดเพื่อเป็นตัวชี้ร้อยละของคะแนนเสียงทั้งหมดที่พรรคแต่ละพรรคได้
จากนั้นนำเอาบรรดาผู้ที่ได้รับคะแนนทั้งหลายในเขตแต่ละเขตของแต่ละพรรคที่ไม่ได้เป็นผู้ได้รับเลือกในระบบเขต มาจัดเรียงตามร้อยละที่แต่ละคนได้รับเลือกในแต่ละเขต ไล่เรียงลงไปในระบบบัญชีรายชื่อของแต่ละพรรคตามลำดับมากไปหาน้อย เพื่อเป็นการกำหนดลำดับผู้ที่จะได้รับเลือกเป็นสมาชิกสภาผู้แทนในระบบบัญชีรายชื่อ
การใช้วิธีการที่กล่าวไปนั้นจะทำให้ หนึ่ง คะแนนเสียงที่ตกน้ำในระบบเขต ถูกนำขึ้นน้ำมาอยู่ในระบบบัญชีรายชื่อ สอง คะแนนในระบบบัญชีรายชื่อมาจากบรรดาผู้ที่ลงสมัครในเขตต่างๆ ของแต่ละพรรค สาม ผู้ที่จะมาอยู่ในบัญชีรายชื่อคือ บรรดาผู้ที่เคยอยู่ในเขต และได้รับการลงคะแนนให้โดยผู้มีสิทธิเลือกตั้งแล้ว สี่ กาเพียงทีเดียว จึงลดความสับสน
ทางแก้ที่ว่านี้ คะแนนเสียงไม่ตกน้ำจริง ผู้สมัครในพรรคเดียวกันไม่แย่งกันหาเสียง พรรคต้องสามัคคีกัน และตีกันข้ามพรรคก็อาจจะเสียผล แต่ก็มีคนท้วงว่า เอาผู้ที่แพ้ในเขตมาจัดในบัญชีรายชื่อใหม่ อาจจะฟังแปลกอยู่ ก็มาว่ากันต่อไปครับ







