
สแกนอาหรับ เข้ม37สายการบินสกัดเมอร์สแพร่-ไม่ติดเชื้อเพิ่ม-เฝ้าอาการ85คน
ผลการตรวจเชื้อไวรัสเมอร์สญาติของผู้ป่วยชาวโอมานที่ติดเชื้อรายแรกในประเทศไทยเมื่อวันที่ 19 มิ.ย.
ผลการตรวจเชื้อไวรัสเมอร์สญาติของผู้ป่วยชาวโอมานที่ติดเชื้อรายแรกในประเทศไทยเมื่อวันที่ 19 มิ.ย. ล่าสุดกระทรวงสาธารณสุขยืนยัน ญาติทั้ง 3 ราย มีผลการตรวจเป็นลบ 2 ราย อีก 1 ราย ยังไม่สามารถยืนยันผล และจะต้องตรวจรอบสุดท้ายอีกครั้ง
อาการผู้ป่วยชาวโอมานที่รักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลสถาบันบำราศนราดูร ศ.นพ.รัชตะ รัชตะนาวิน รมว.สาธารณสุข (สธ.) แถลงว่ายังทรงตัว ขณะนี้ถือว่ายังไม่พบผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่ม
อย่างไรก็ตาม ลูกชายของผู้ป่วยเริ่มมีอาการไอ ส่วนน้องชายเริ่มมีไข้ต่ำ จึงได้นำเยื่อโพรงจมูกส่งตรวจในห้องปฏิบัติการแล้ว จะทราบผลเร็วๆ นี้ ขณะเดียวกันได้แยกญาติผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงสูงไว้ในห้องแยกเชื้อ จึงไม่มีโอกาสที่เชื้อจะแพร่กระจายออกนอกโรงพยาบาล
ศ.นพ.รัชตะ กล่าวอีกว่า ได้ติดตามผู้ที่ต้องสังเกตอาการเพิ่มเติม รวมถึงผู้โดยสารในเที่ยวบินทั้งหมด ซึ่ง 2 แถวหน้า 2 แถวหลัง มีคนไทยชาว จ.บุรีรัมย์ 1 คน ขณะนี้อยู่ระหว่างติดตามตัว ส่วนคนขับแท็กซี่ 2 คน ติดตามตัวได้เพียง 1 คน ยังมีอาการปกติ
สรุปตัวเลขล่าสุดผู้สัมผัสใกล้ชิดผู้ป่วยที่รอสังเกตอาการเหลือ 85 คน นอกจากนี้ ได้ติดต่อ 37 สายการบินที่มีเที่ยวบินจากประเทศตะวันออกกลางให้ประกาศก่อนจะลงจอดในไทยว่า หากผู้ป่วยมีอาการให้แจ้งเจ้าหน้าที่ทันที รวมถึงได้ทำแผ่นพับคำแนะนำ 3 ภาษา แจกจ่ายให้ผู้โดยสารทุกคน
นพ.สุรเชษฐ์ สถิตนิรามัย รักษาการปลัด สธ. เปิดเผยในช่วงค่ำวานนี้ว่า ผลการตรวจญาติผู้ป่วยชาวโอมาน 3 คน ยังไม่เสร็จสิ้น จึงยังไม่สามารถยืนยันผล ต้องรอการตรวจซ้ำในอีก 1-2 วันข้างหน้า จึงจะมีความชัดเจน
“ยืนยันผู้ป่วยในประเทศ 1 คนเท่าเดิม ไม่มีการติดเชื้อเพิ่ม ที่มีข่าวการกักตัวล่ามชาวไทยและชาวเกาหลีใน จ.เชียงใหม่ เป็นเพียงข่าวลือ” นพ.สุรเชษฐ์ ระบุ
สุรสิงห์ วิศรุตรัตน์ รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ ระบุว่า พบผู้ต้องสงสัยติดเชื้อไวรัสเมอร์ส 1 ราย เป็นชายอายุประมาณ 20 ปี พักอาศัยอยู่ในตัวเมืองเชียงใหม่ เข้ารับการรักษาเมื่อวันที่ 18 มิ.ย. ด้วยอาการไข้สูง เพิ่งเดินทางกลับจากเกาหลีใต้ จะทราบผลตรวจอย่างแน่ชัดในวันที่ 20 มิ.ย.นี้
ขณะที่โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ ซึ่งผู้ป่วยชาวโอมานเดินทางมารักษาโรคหัวใจและตรวจพบการติดเชื้อไวรัสเมอร์ส ก่อนจะถูกส่งตัวไปที่สถาบันบำราศนราดูรนั้น ศ.นพ.ชาญวิทย์ ตันติ์พิพัฒน์ รองประธานกรรมการ บริษัท โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ แถลงว่า จนถึงขณะนี้ไม่มีผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสเมอร์สรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลเพิ่มเติม
“โรงพยาบาลได้ตรวจอาการแพทย์ พยาบาล และบุคลากรทางการแพทย์ทั้งหมดที่สัมผัสกับผู้ป่วยชาวโอมาน มีการเฝ้าระวังอาการ 58 คนปัจจุบันโรงพยาบาลมีคนไข้ชาวอาหรับเข้ามารับการรักษาราว 20% และมีระบบเฝ้าระวังและมาตรการรองรับสถานการณ์โรคเมอร์สตั้งแต่ปี 2555 ” ศ.นพ.ชาญวิทย์ กล่าว
สำหรับบรรยากาศในโรงแรมที่ผู้ติดเชื้อชาวโอมานและญาติไปใช้บริการนั้น ได้อนุญาตให้พนักงาน 4 ราย ลาพักงานเพื่อเฝ้าสังเกตอาการ ขณะที่พนักงานโรงแรมต่างใส่หน้ากากอนามัยป้องกันเชื้อโรค แต่ผู้ใช้บริการชาวอาหรับไม่คึกคัก เนื่องจากเป็นช่วงละศีลอด คงมีแต่ลูกค้าที่มารักษาพยาบาลในย่านนี้
มาตรการเฝ้าระวังด้านอื่นๆ ล่าสุด ศิโรตม์ ดวงรัตน์ ผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ บริษัท ท่าอากาศยานไทย (ทอท.) สั่งติดตั้งเครื่องเทอร์โมสแกนเพิ่มอีก 1 จุด บริเวณอาคารเทียบเครื่องบินเอฟ ทำให้สุวรรณภูมิมีจุดคัดกรองผู้โดยสารรวม 4 จุด โดยจะตั้งค่าเครื่องเทอร์โมสแกนให้สามารถจับอุณหภูมิร่างกายลดลงเหลือ 36.5 องศา
นอกจากนี้ เตรียมจัดหาเครื่องเทอร์โมสแกนเพิ่มอีก 3 เครื่อง รวมเป็น 7 เครื่อง ให้ครอบคลุมทั่วทุกพื้นที่สนามบิน ขณะเดียวกันได้จัดหลุมจอดไว้รองรับเที่ยวบินที่เดินทางมาจากประเทศสุ่มเสี่ยง 7 ประเทศ รวมถึงประเทศแถบตะวันออกกลาง
อีกทั้งให้เจ้าหน้าที่เพิ่มความถี่การทำความสะอาดทุกพื้นที่ อาทิ ห้องน้ำ เคาน์เตอร์เช็กอิน ด่านตรวจคนเข้าเมือง จุดให้บริการรถแท็กซี่ พร้อมติดตั้งเจลล้างมือกระจายตามจุดต่างๆ กว่า 200 จุด เตรียมหน้ากากอนามัยแจกจ่ายฟรีแก่ผู้โดยสารและผู้ปฏิบัติงาน
เช่นเดียวกับท่าอากาศยานเมืองท่องเที่ยวสำคัญทั้ง จ.ภูเก็ต เชียงใหม่ เชียงราย อุดรธานี ขอนแก่น และ อ.หาดใหญ่ รวมถึงด่านชายแดนติดประเทศเพื่อนบ้าน ต่างตื่นตัวมีมาตรการตรวจเข้มชาวไทยและต่างชาติที่เข้าออก







