
เฟดขึ้นดอก
ถือว่าเป็นไปตามคาดหมายหลังผลการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ที่มีการส่งสัญญาณกันถึงการขึ้นอัตราดอกเบี้ย ซึ่งเฟดได้แสดงความวิตกกังวลต่อสภาพเศรษฐกิจสหรัฐอยู่บ้าง จนเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้เฟดเลือกที่จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างค่อยเป็นค่อยไป
ถือว่าเป็นไปตามคาดหมายหลังผลการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ที่มีการส่งสัญญาณกันถึงการขึ้นอัตราดอกเบี้ย ซึ่งเฟดได้แสดงความวิตกกังวลต่อสภาพเศรษฐกิจสหรัฐอยู่บ้าง จนเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้เฟดเลือกที่จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างค่อยเป็นค่อยไป
ประเด็นสำคัญของการแถลงของ เจเน็ต เยลเลน ผู้ว่าการธนาคารกลางสหรัฐ ก็คือเฟดจะต้องแน่ใจว่าเศรษฐกิจสหรัฐนั้นจะต้องดีจริงๆ ไม่ใช่ว่าดีลวงๆ เหมือนที่ผ่านมา โดยเฉพาะตลาดแรงงานสหรัฐ ซึ่งเยลเลนบอกว่าจะต้องมีการสร้างงานประจำมากกว่าที่เป็นอยู่ ขณะที่ระดับเงินเฟ้อของสหรัฐก็ควรที่จะต้องเฉียดเป้าหมายที่ 2% ครับ ซึ่งโอกาสที่เฟดจะขึ้นดอกเบี้ยในปีนี้ก็ถือว่ามีมากเช่นกัน นักวิเคราะห์คาดเอาไว้ว่าน่าจะเป็นราวเดือน ก.ย.
อัตราการว่างงานของสหรัฐในขณะนี้อยู่ที่ 5.5% ครับ ถือว่าดีมากถ้าเทียบกับเมื่อราว 6 ปีก่อนซึ่งสูงถึงเกือบ 10% ทีเดียว แต่กระนั้นแม้ว่าอัตราการว่างงานจะลดลง แต่ก็ยังมีปัญหาอย่างที่เรียนท่านผู้อ่านไว้หลายครั้งว่า งานที่สร้างขึ้นใหม่นั้นเป็นงานพาร์ตไทม์ หรือตำแหน่งงานชั่วคราวเป็นจำนวนมาก เพราะภาคธุรกิจยังไม่เกิดการฟื้นตัว และพร้อมที่จะขยายหรือลงทุนอะไรใหม่ๆ อย่างเต็มที่ ภาคธุรกิจสหรัฐส่วนหนึ่งยังเน้นไปที่การลดต้นทุนเพื่อทำผลกำไร ดังนั้น งานหนักสำหรับสหรัฐหลังจากนี้ไปก็คือจะทำอย่างไรให้การสร้างงานที่เป็นตำแหน่งงานประจำนั้นกลับมาสู่ระดับเดิมก่อนวิกฤตเศรษฐกิจในช่วงก่อนปี 2008 ได้
ขณะที่อัตราเงินเฟ้อของสหรัฐนั้นในเดือนล่าสุดเมื่อเดือน พ.ค.นั้นอยู่ที่ -0.2% เรียกว่ายังห่างไกลกว่าเป้าหมายที่ 2% อย่างยิ่ง ซึ่งแน่นอนว่าในสภาพที่ราคาน้ำมันยังอยู่ในภาวะตกต่ำอย่างเช่นในปัจจุบันถือว่าเป็นเรื่องยากที่ดัชนีเงินเฟ้อของสหรัฐจะเพิ่มขึ้นได้อย่างรวดเร็ว อีกทั้งความเชื่อมั่นของผู้บริโภคสหรัฐ แม้ว่าจะดีขึ้นกว่าเดิม แต่ก็ยังไม่อยู่ในโหมดที่เรียกว่าเสถียรนัก
นอกจากนั้น ความเสี่ยงจากการแข็งค่าของเงินเหรียญสหรัฐนั้นยังเป็นสิ่งท้าทายมากสำหรับภาคธุรกิจสหรัฐ ซึ่งจะเป็นสิ่งกีดขวางการลงทุนใหม่ๆ ของภาคเอกชนสหรัฐไม่น้อยทีเดียว
ประเด็นเหล่านี้ล้วนแต่เป็นสิ่งที่เฟดต้องให้น้ำหนักครั้งแล้วครั้งเล่าก่อนที่จะประกาศขึ้นดอกเบี้ยอย่างเป็นทางการครับ ไม่เช่นนั้น หากด่วนขึ้นเร็วเกิน เศรษฐกิจสหรัฐเองที่จะเป็นอันตรายอย่างยิ่งครับ







