posttoday
ปฏิรูปตำรวจ?

ปฏิรูปตำรวจ?

18 มิถุนายน 2558

โดย...ภุมรัตน ทักษาดิพงศ์

โดย...ภุมรัตน ทักษาดิพงศ์

ตำรวจเป็นเจ้าหน้าที่รัฐหน่วยงานเดียวที่ประชาชนมอบความไว้วางใจให้ถืออาวุธ และได้รับอำนาจในการวิสามัญฆาตกรรมคนร้ายได้ เพื่อให้ความปลอดภัย คุ้มครองชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน
โดยหลักการแล้ว ตำรวจกับประชาชนจะใกล้ชิดกันมากที่สุด แต่ในความจริงดูเหมือนว่าประชาชนกับตำรวจค่อนข้างจะห่างไกลกันมาก สิ่งที่สังคมเรียกร้องให้ปฏิรูปในลำดับต้นๆ คือ การปฏิรูปตำรวจ คณะกรรมาธิการปฏิรูปกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม สภาปฏิรูปแห่งชาติ ให้ความสำคัญต่อการปฏิรูปตำรวจอย่างมาก โดยเสนอแนวทางปฏิรูปถึง 15 ประเด็นใน 15 ประเด็นที่คณะกรรมาธิการปฏิรูปกฎหมายและกระบวนการยุติธรรมของสภาปฏิรูปแห่งชาติเสนอประเด็นที่สองฝ่ายไม่น่ามีความขัดแย้งกันและน่าจะทำได้เลยคือ (1) ให้ตำรวจเป็นอิสระและปราศจากการแทรกแซงทางการเมือง (3) ถ่ายโอนภารกิจที่ไม่ใช่เป็นงานหลักกลับไปให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น ตำรวจรถไฟ ตำรวจป่าไม้ ตำรวจทางหลวง ตำรวจท่องเที่ยว เป็นต้น เพื่อลดภาระ เพื่อตำรวจจะได้ทำงานหลักด้านการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมได้เต็มที่ (4) กำหนดให้มีการสร้างการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนในกิจการตำรวจซึ่งเวลานี้ตำรวจก็ทำอยู่แล้ว แต่อาจปรับปรุงตัวแทนภาคประชาชนบ้าง (6) พัฒนาคุณภาพของตำรวจและวางมาตรฐานการแต่งตั้งโยกย้ายอย่างเป็นธรรมเพื่อสร้างขวัญ กำลังใจ แรงจูงใจในการทำงาน และนำไปสู่การแก้ไขปัญหาการใช้เงินซื้อตำแหน่ง (8) ให้มีอุปกรณ์การบันทึกภาพและเสียงในทุกขั้นตอนตั้งแต่การจับกุมจนถึงการสอบสวนอย่างต่อเนื่อง (9) พัฒนาระบบงบประมาณของตำรวจให้เพียงพอแก่การปฏิบัติภารกิจหลักของตำรวจ ที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอาจต้องสนับสนุนด้วย (10) ปรับปรุงระบบงานด้านนิติวิทยาศาสตร์ แก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้อง พัฒนาบุคลากร (11) ป้องกันการทุจริตคอร์รัปชั่น การเรียกรับสินบน การซื้อขายตำแหน่ง (12) จัดซื้ออุปกรณ์เทคโนโลยีในการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน จัดหาเครื่องมือเครื่องใช้ที่จำเป็นอย่างเพียงพอ มิต้องหวังพึ่งเงินนอกระบบ (13) ส่งเสริมให้ท้องถิ่นและภาคเอกชนมีส่วนร่วมในกิจการตำรวจด้านต่างๆ (14) ทบทวน ฝึกอบรม ให้ความรู้ ปรับหลักสูตรการศึกษาของโรงเรียนตำรวจเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของบุคลากรและการทำงาน (15) ให้ประชาชนประเมินผลความพึงพอใจในการทำงาน และการให้บริการของตำรวจ

เรื่องทั้งหมดข้างต้นนี้ ไม่ได้เป็นประเด็นขัดแย้งอะไรเลย แต่จะทำให้ตำรวจมีพัฒนาการและประสิทธิภาพในการทำงานมากขึ้น ปลอดจากการแทรกแซงจากฝ่ายการเมือง ตำรวจส่วนใหญ่คงพอใจสำหรับประเด็นขัดแย้งหรือที่คณะกรรมาธิการอาจคิดว่าเป็นหัวใจของการปฏิรูปตำรวจ คือ (2) กระจายอำนาจบริหารราชการไปสู่ระดับจังหวัด (5) การถ่วงดุลการสอบสวนโดยไม่กระทบต่อความรวดเร็วในกระบวนการยุติธรรมขั้นต้น โดยให้อัยการ นายอำเภอ ผู้ว่าราชการจังหวัดคอยตรวจสอบถ่วงดุลกรณีประชาชนร้องขอความเป็นธรรม และ (7) ปฏิรูปการสอบสวนโดยแยกระบบการสอบสวนเป็นอิสระ ไม่ขึ้นกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ซึ่งเป็นเรื่องใหญ่และต้องใช้เวลาพิจารณาอย่างรอบคอบ รอบด้าน หากทำไม่เสร็จในคณะรัฐบาล คสช. ก็ให้รัฐบาลชุดต่อไปดำเนินการต่อ

สำนักงานตำรวจแห่งชาติมีคณะทำงานกำหนดแนวทางปฏิรูปองค์การตำรวจเช่นกัน สิ่งที่ค้นพบและตรงกับคณะกรรมาธิการ คือ การบริหารงานบุคคลถูกแทรกแซงจากนักการเมืองและผู้มีอำนาจ ไม่เป็นไปตามระบบคุณธรรม ตำรวจดีและเก่งไม่สามารถเจริญเติบโตได้ การรวมศูนย์อำนาจไว้ในส่วนกลาง มีผลต่อประสิทธิภาพการทำงาน ขาดความคล่องตัว คณะทำงานมีข้อเสนอแนะหลายอย่างทั้งการปรับโครงสร้าง การกระจายอำนาจและงบประมาณ การถ่ายโอนภารกิจ การแก้ไขปัญหาความขาดแคลนด้านกำลังพล งบประมาณ อุปกรณ์ สำหรับประเด็นที่ยังเห็นต่างอย่างมีนัยสำคัญ ก็คือ การแยกการสอบสวนออกจากสืบสวน ตำรวจมองว่าสืบสวนกับสอบสวนต้องไปด้วยกันและต้องอยู่กับตำรวจ อีกฝ่ายหนึ่งมองว่าตำรวจสืบสวนจับกุมและสอบสวนด้วย ผู้ต้องหาอาจไม่ได้รับความเป็นธรรม ดังนั้น ต้องให้หน่วยงานอื่นทำหน้าที่ในการสอบสวนเพื่อเป็นการถ่วงดุล แต่ตำรวจอ้างว่าอัยการทำหน้าที่ถ่วงดุลอยู่แล้ว หากอัยการเห็นว่าผลการสอบสวนมีหลักฐานไม่ชัดเจน อัยการก็ส่งกลับมาให้ตำรวจสอบสวนเพิ่มเติม หรืออัยการสั่งไม่ฟ้อง ต่างฝ่ายต่างมีเหตุผลที่รับฟังได้และต้องใช้เวลาในการคุยกัน

อะไรที่พอตกลงกันได้ รัฐบาลชุดนี้ควรดำเนินการไปก่อน ที่ตกลงกันยังไม่ได้ก็ปรึกษาหารือกันซึ่งต้องใช้เวลา แต่สำคัญที่สุดต้องเข้าใจด้วยว่าจะให้รัฐบาลปฏิรูปตำรวจแบบพลิกฝ่ามือนั้นคงไม่ได้ นายกรัฐมนตรีต้องใช้งานตำรวจ หากตำรวจเบี้ยวขึ้นมา ทหารก็เข้ามาทดแทนงานตำรวจทั้งหมดไม่ได้ อย่างไรก็ดี รัฐบาลได้ปฏิรูปตำรวจไปได้มากแล้ว ตำรวจยุคนี้ปฏิบัติหน้าที่ของตนเองแบบเอาจริงเอาจัง กระฉับกระเฉง มีผลงานออกมามากมาย ซึ่งแตกต่างจากสมัยรัฐบาลก่อนหน้านี้ที่ตำรวจมีภาพลักษณ์เป็น “ตำรวจมะเขือเทศ” วันนี้ตำรวจทำงานดีขึ้นมา ทำให้รัฐบาล คสช.และประชาชนพอใจ  

บางคนบอกว่าการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมของไทยนั้นไม่ยากเลย ใช้คาถา 3 คำเท่านั้น คือ “เล็ก ต่ำ เร็ว” ตำรวจซึ่งเป็นกระบวนการยุติธรรมขั้นต้นมีองค์การที่ใหญ่โตเกินไป ควรปรับแยกให้เล็กลง เพื่อความคล่องตัวและประสิทธิภาพในการทำงาน ส่วนอัยการสูงสุดนั้นสูงเกินไป ให้ต่ำลงมาสักนิด สำหรับศาลนั้น ประชาชนอยากให้พิจารณาตัดสินคดีความให้เร็วขึ้น เพราะที่ผ่านมาใช้เวลามากเหลือเกิน สูตร “เล็ก ต่ำ เร็ว” หากทำได้จะทำให้กระบวนการยุติธรรมเป็นที่พอใจของประชาชนมากขึ้น

ข่าวล่าสุด

ถ่ายทอดสด นิวคาสเซิ่ล พบ แอสตัน วิลล่า พรีเมียร์ลีก วันนี้ 16 ต.ค.69

ถ่ายทอดสด นิวคาสเซิ่ล พบ แอสตัน วิลล่า พรีเมียร์ลีก วันนี้ 16 ต.ค.69