
"พงศพัศ" สั่งเพิ่มโทษ3เท่าตร.เอี่ยวค้ายา
รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ สั่งให้ร้อยเวรเพิ่มโทษตำรวจค้ายาบ้าเป็น 3 เท่า ลั่นต้องล้างบางตำรวจสืบสวนทุกโรงพักทั่วประเทศ
รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ สั่งให้ร้อยเวรเพิ่มโทษตำรวจค้ายาบ้าเป็น 3 เท่า ลั่นต้องล้างบางตำรวจสืบสวนทุกโรงพักทั่วประเทศ
เมื่อวันที่ 15 มิ.ย. เวลา 10.00 น. พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เดินทางมาที่ สถานีตำรวจภูธรพระนครศรีอยุธยา โดยได้เข้าสอบปากคำ นายดาบตำรวจ บุญสืบ ชุ่มยิ้ม อดีตตำรวจงานสืบสวน ประจำสถานีตำรวจภูธรพระนครศรีอยุธยา ซึ่งถูกจับกุมในข้อหา เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เป็นเจ้าพนักงานเบียดบังเอาทรัพย์สินและสิ่งผิดกฎหมาย ซึ่งเป็นของกลางในคดี และมียาเสพติด ประเภทยาบ้า ไว้ในความครอบครอง เพื่อจำหน่ายและจำหน่าย หลังจากสอบปากคำนานกว่า 30 นาที ได้ให้พนักงานสอบสวนคุมตัวผู้ต้องหาไปฝากขังครั้งที่ 1 ที่ศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยพนักงานขอสอบสวนคัดค้านการประกันตัว
พล.ต.อ.พงศพัศ ได้ย้ำให้พนักงานสอบสวน เพิ่มเติมสำนวนคดี โดยให้เสนอเพิ่มโทษเป็น 3 เท่าของบุคคลทั่วไป เพราะว่า เป็นเจ้าหน้าที่ซึ่งดูแลงานด้านปรามปรามยาเสพติด แต่กลับเป็นผู้กระทำความผิดเสียเอง ทั้งนี้เน้นย้ำให้เร่งการติดตามตำรวจอีก 4 นาย ประจำโรงพักเดียวกัน ที่ถูกให้ออกจากราชการ และถูกออกหมายจับแล้ว เพราะร่วมในขบวนการนี้ โดยขอให้เร่งจับกุมโดยเร็วที่สุด หรืออดีตตำรวจทั้ง 4 นาย ทราบข่าวแล้วก็ขอให้ติดต่อมอบตัวโดยเร็วที่สุดด้วยเช่นกัน
จากนั้น พล.ต.อ.พงศพัศ ได้เดินทางไปที่บ้านพักข้าราชการตำรวจสถานีตำรวจภูธรพระนครศรีอยุธยา พบกับภรรยาของ 4 อดีตตำรวจที่ถูกออกหมายจับ โดยได้สอบถาม ว่าสามีติดต่อมาหรือไม่ ซึ่งภรรยาทุกคน ได้แต่ร้องไห้ พร้อมยืนยันว่าสามีหลบหนีออกไปหลายคืนแล้ว และยังไม่ติดต่อกลับมา โดยได้ขอความเป็นธรรมด้วยเช่นกัน
พล.ต.อ.พงศพัศ กล่าวว่า ตนเองรับผิดชอบงานด้านบริหาร ซึ่งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้กำชับเพื่อล้างระบบการทำงานของตำรวจประจำโรงพัก โดยเฉพาะงานสืบสวน ที่มีกระแสข่าวว่าตำรวจเข้าไปตบทรัพย์หรือกระทำผิดเสียเอง ซึ่งต่อไปจะต้องปรับรูปแบบการทำงาน ตัวบุคคล โดยหากใครทำงานมานาน จนเขี้ยวลากดิน และรู้ช่องจนอาศัยโอกาสไปสร้างประโยชน์โดยมิชอบ หากมีหลักฐานให้จับกุม หากเป็นเพียงเบาะแสให้ดำเนินการโยกย้าย และให้ตำรวจหนุ่ม ที่ผ่านมการเรียน ฝึกฝนอย่างดีไปทำหน้าที่แทน ส่วนผู้บังคับบัญชาสายตรง ก็เช่นกัน หากปล่อยให้ลูกน้องไปกระทำความผิดก็ต้องถูกโยกย้าย
ทั้งนี้เสนอให้ร้อยเวร เสนอเพิ่มโทษในสำนวนเป็น 3 เท่าจากคนทั่วไป และขอย้ำให้ตำรวจอีก 4 นายที่เหลือเข้ามอบตัว







