
กำปั้นซีเกมส์...มะเร็งระยะแรก
ผลงานซีเกมส์เป็นเพียงแค่สัญญาณเตือน ถ้าเป็นมะเร็งก็เพียงแค่ระยะแรก แต่ถ้าล้มเหลวในโอลิมปิกเกมส์ นั่นหมายถึงมะเร็งถึงขั้นสุดท้าย
โดย..ราชันเบอร์23
ผ่านสายตาแฟน ๆ หมัดมวยชาวไทยกันไปแล้วสำหรับขุนพลเสื้อกล้ามทีมชาติไทย ก่อนมาแข่งขันซีเกมส์ครั้งที่28ที่แดนลอดช่อง สมาคมมวยสากลแห่งประเทศไทยตั้งเป้าไว้ 6 เหรียญทอง จาก ชาย 4 เหรียญและหญิง2เหรียญ จากทั้งหมด10รุ่น(ชาย6หญิง4) สุดท้ายนักมยไทย พาเหรดเข้าชิงเพียงแค่ 5 รุ่น ซึ่งถือว่าต่ำกว่าเป้า แถมยังต้องมาลุ้นอีกว่ากำปั้นไทยทั้ง 5 รุ่นที่เข้าชิงจะคว้าเหรียญทองได้ครบทุกคนหรือไม่
สุดท้าย ทีมขุนพลเสื้อกล้ามไทย คว้ามาเพียง 2 เหรียญทอง จาก ทัศมาลี ทองจันทร์ รุ่น 57 กิโลกรัมหญิง ที่เอาชนะ คริสตินา เจมเบย์(อินโดนีเซีย)3-0 ส่วนอีก 1 เหรียญทอง จาก วุฒิชัย มาสุข แชมป์เอเชี่ยนเกมส์ คว้าเหรียญทองในรุ่น 64 กิโลกรัมชาย ที่เอาชนะ รัตถะ เวน นักชกคิวบา ที่โอนสัญชาติมาเล่นให้กัมพูชา 3-0 เสียง
ส่วนผลงานนักชกคนอื่นๆ แพ้ทั้งหมด รวมถึง อภิสิทธิ์ ขันโครกเครือ ถือเป็นอีกหนึ่งคนที่เป็นความหวังเหรียญทอง กับทำได้เพียงได้เแค่เหรียญเงิน ในรุ่น 75 กิโลกรัมชาย เท่านั้น โดยแพ้ ตรอง ฮอง ดินห์(เวียดนาม) 0-3 เสียง
ส่วน ธเนศ องค์จันต๊ะ ในรุ่น 56 กิโลกรัมชาย แพ้น็อก มาริโอ เฟอร์นานเดซ แชมป์เก่าจากฟิลิปปินส์ ยกที่ 2
ขณะที่ สายลม อาดี อีกหนึ่งความหวังเหรียญทองเจ้าของแชมป์ ซีเกมส์คราวที่แล้วรุ่น 60 กก แพ้ ฟิลิปปินส์ แบบน่าเสียดาย ในรอบตัดเชือก และจุฑามาศ รักสัตย์ รุ่น 48 กก.หญิง แพ้ให้กับ โจซี กาบูโก้(ฟิลิปปินส์) 0-3 เสียง
เรียกได้ว่าเป็นผลงานที่เลวร้ายในประวัติศาสตร์ เพราะที่ผ่านมา อย่างแย่ก็ต้องได้4-5เหรียญทองเป็นอย่างต่ำ
บางคนอาจจะคิดว่า ว่ามวยสากล สมัยนี้ ต่อยยาก ทุกประเทศ เขาพัฒนากันหมดแล้ว ดูอย่างเวียดนามกับเมียนมา เขายังเอาอดีตนักชกทีมชาติไทย ไปเป็นโค้ชเลย และ จะให้เรากวาดเหรียญทองเหมือนยุคก่อน ๆคงเป็นเรื่องยาก
ก็อาจจะถูก.. แต่ไม่ถูกทั้งหมด สิ่งที่สำคัญ เราพัฒนากำปั้นของเราด้วย
ทำให้บรรดาอดีตฮีโร่กำปั้นออกมาวิจารณ์กันยับถึงความตกต่ำและข้อผิดพลาดของสมาคมมวยฯถึงเรื่องบริหารจัดการและการเล่นพรรคเล่นพวก ทำให้นักมวยฝีมือดีไม่มีโอกาสได้ไปโชว์ของในเวทีระดับชาติ
ขอสรุปและชี้ให้เห็นแนวทางแก้ไขของมวยสากลสมัครเล่นชุดปัจจุบัน
เรื่องของ นักมวย สภาพร่างกายและจิตใจแย่สุด ๆ เทคนิคการชกไม่มี ใช้สไตล์เดิม ๆ ไม่มีการพัฒนา มวยใหม่ที่เข้ามาก็ต้องใช้เวลาในการปรับพื้นฐาน
อีกเรื่องที่เป็นหัวใจหลักของสมาคมฯ คือสต๊าฟโค้ชและ ฝ่ายเทคนิค ต้องทำงานแบบแระสานงาน ไม่ใช่ประสานงา อย่าเล่นพรรคเล่นพวก โอมาร์ มาลากอน เฮดโค้ชชาวคิวบาต้องเอาไปคุมเยาวชน เพราะบารมีไม่ถึงต้องเอาโค้ชที่นักมวยยอมรับไทยหรือเทศก็ได้
สุดท้าย ผู้บริหารสมาคมฯ ท่านนายกต้องมีเวลามาติดตามผลงาน พอสั่งไปแล้ว ต้องไล่บี้ดูว่าลูกน้องทำงานไปถึงไหนแล้ว คณะกรรมการบริหารต้องทุ่มเทมากกว่ามานั่งให้ครบองค์ ทุกภาคส่วนต้องรวมใจกันเป็นหนึ่งคิดถึงประเทศชาติเป็นหลัก ทุกอย่างคงได้รับการเยียวยาอย่างท่วงที
หมดเวลาที่จะใช้เวลาแบบฟุ่มเฟือยอีกแล้ว
ผลงานซีเกมส์เป็นเพียงแค่สัญญาณเตือน
ถ้าเป็นมะเร็งก็เพียงแค่ระยะแรก
แต่ถ้าล้มเหลวในโอลิมปิกเกมส์...
นั่นหมายถึงมะเร็งถึงขั้นสุดท้าย...ยากที่จะยื้อชีวิต...







