
ผลจากการยึดอำนาจ ช่วยให้คนสงสารพรรคเพื่อไทย
แกนนำพรรคเพื่อไทย พิชัย นริพทะพันธุ์ วิเคราะห์รากเหง้าของปัญหาการเมืองและแนวทางการแก้ไข
แกนนำพรรคเพื่อไทย พิชัย นริพทะพันธุ์ วิเคราะห์รากเหง้าของปัญหาการเมืองและแนวทางการแก้ไข โดยยกโมเดลการเมืองของต่างประเทศให้เห็นว่า ประเทศที่เจริญมักจะมีพรรคการเมืองใหญ่เพียงไม่กี่พรรคเท่านั้น เพื่อให้มีนโยบายที่จะขับเคลื่อนไปได้ โดยให้พรรคการเมืองแข่งกันว่าตัวเองมีจุดดีอย่างไรที่จะให้ประชาชนเลือกได้
อย่างไรก็ตาม การร่างรัฐธรรมนูญขณะนี้กลับมีทิศทางที่จะไปกำหนดว่า ต้องการมีพรรคทางเลือกมากกว่านี้ เพื่อให้ประชาชนได้มีทางเลือกที่มากขึ้น กรณีนี้จึงเป็นการคิดแทนประชาชน เท่ากับว่าคุณดูถูกประชาชน ปัญหาหลักของประเทศไทยคือ ต้องพัฒนาพรรคการเมืองที่มีอยู่แล้วให้มีความสามารถการแข่งขันนโยบายที่ใกล้เคียงกัน เมื่อพรรคใดได้เป็นรัฐบาลสามารถบริหารประเทศด้วยนโยบายที่ดีให้เจริญก้าวหน้าได้
สำหรับกระแสที่บอกว่า พรรคเพื่อไทยจะตั้งพรรคใหม่ พิชัย อธิบายว่า ข่าวนี้มีที่มาจากการร่างรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน ที่ออกแบบมาให้เราต้องคิดว่าต้องตั้งพรรคใหม่หรือไม่ แต่ส่วนตัวคิดว่า ถ้าไปตั้งพรรคใหม่ขึ้นมา เท่ากับว่าหลอกประชาชน เพราะถ้าประชาชนเลือกพรรคใดก็คือพรรคเพื่อไทยเหมือนกัน เราไม่จำเป็นต้องสร้างความสับสนให้ประชาชน
“พรรคเพื่อไทยไม่ใช่ซูเปอร์แมน ทุกพรรคมีขึ้นมีลง แต่เมื่อถึงเวลาที่พรรคเพื่อไทยขาลง กลับมาทำการปฏิวัติเสียก่อน แบบนี้เท่ากับทำให้พรรคเพื่อไทยก้าวสู่ขาขึ้นอีก แทนที่ปล่อยให้ระบบเดินไปอัตโนมัติ”
ข้อกังขาที่ว่า เหตุใดพรรคเพื่อไทยก้าวข้าม พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ไม่ได้ พิชัย อธิบายว่า อยู่ที่ประชาชน ถ้าอีกฝั่งหนึ่งยังทำให้ประชาชนคิดถึง พ.ต.ท.ทักษิณ แล้วจะทำอย่างไร เราต้องมองข้ามตัวบุคคลและสู้กันที่นโยบาย
“ที่ผ่านมาคนที่คิดถึงคุณทักษิณ เพราะนโยบายที่สามารถจับต้องได้ อย่ามองว่าทุกอย่างในประเทศเพราะคุณทักษิณเพียงคนเดียว มันไม่ใช่ ประเทศนี้ต้องคิดนอกกรอบ ใครทำอะไรก็ตามอยากให้เห็นประโยชน์ประเทศเป็นหลัก ไม่ใช่ในประเทศนี้จะทำอะไรก็ได้ เพื่อไม่ให้ใครคนนั้นคนนี้มามีอำนาจแข่ง ตามหลักพระพุทธศาสนาทุกอย่างมีขึ้นและมีลง อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา แต่คุณกลับไปทำให้เขาไม่เสื่อมเองจึงเป็นปัญหา
...นักการเมืองทุกคนต้องกลับมามองว่า ทำอย่างไรให้ประเทศเจริญ ต้องยึดหลักประโยชน์ประเทศ มากกว่าพรรค มากกว่าพวก ประเทศเราเป็นประเทศเล็ก ถ้าเรายังวนเวียนอยู่กับปัญหาแบบนี้ไปเรื่อยๆ ประเทศเราจะเจ๊ง จะก้าวถอยหลัง ทำอย่างไรให้ประชาชนมีความสุขภายใต้เงื่อนไขที่ว่าต้องมีรายได้เพิ่ม อะไรที่ทำแล้วประเทศเราไม่เจริญ อย่าไปทำ เราต้องตั้งทิศทางให้ประเทศชัดเจน ไม่ว่าพรรคไหนเข้ามาก็ต้องทำตามแนวทางสานต่อนโยบายที่ดีต่อไป ทุกคนอย่าไปเล่นการเมืองมากจนเกินไป ไม่ใช่ตัวเองไม่มีอำนาจ ไม่ใช่รัฐบาลแล้วออกมาประท้วงเพื่อให้ตัวเองมีอำนาจ”
เสียงตอบโต้จากฝั่งรัฐบาล คสช.พุ่งมาที่พิชัยว่า ชอบวิจารณ์ เสนอแนะ แต่ทำไมช่วงเป็นรัฐบาลกลับไม่ยอมทำ แกนนำพรรคเพื่อไทยผู้นี้ ชี้แจงว่า “ที่ผ่านมาผมไม่ใช่ไม่ทำ แต่ระยะเวลามีเท่านั้น อะไรที่กำลังจะดำเนินการต่อเนื่องต้องสะดุด เพราะอุบัติเหตุการเมือง ผมได้ยกเลิกเบนซิน 91 ทำให้มีการใช้เอทานอล ที่ผสมในน้ำมันแก๊สโซฮอล์เพิ่มจากวันละล้านกว่าลิตรเป็นกว่า 3 ล้านลิตรต่อวัน ขณะที่รัฐบาลนี้ยังยกเลิกแก๊สโซฮอล์ 91 ยังไม่ได้
นอกจากนี้ ยังเปลี่ยนระบบสนับสนุนราคาไฟฟ้าพลังแสงแดดจากระบบแอดเดอร์เป็นระบบฟีดอินทารีฟ เพื่อลดภาระค่าไฟฟ้าแก่ประชาชน ลดการเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมันฯ ชั่วคราว ลดภาระประชาชน เป็นผลงานแรกของรัฐบาลเพื่อไทย ทำให้เบนซินชนิดต่างๆ ลดลงกว่า 6-8 บาท เป็นการช่วยเหลือค่าครองชีพประชาชนในช่วงนั้น การลอยตัวราคาค่าก๊าซ LPG-NGV เหมือนที่รัฐบาลนี้ทำ เพราะจำเป็น เนื่องจากมีการอุดหนุนราคากันมาก กองทุนน้ำมันฯ ในขณะนั้นต้องใช้เงินถึงกว่า 5 หมื่นล้านบาท เพื่อสนับสนุนราคาก๊าซ แต่ขณะที่ทำตอนนั้นมีการประท้วงกันมาก อีกทั้งยังออกบัตรเครดิตการ์ดพลังงาน เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงแหล่งทุน เป็นหลักคิดเบื้องต้นให้ประชาชนหาเช้ากินค่ำมีเงินหมุนเวียน และสามารถต่อยอดได้ในต้นทุนการเงินที่ต่ำ
อดีต รมว.พลังงาน ร่ายผลงานต่อว่า ได้จัดทำแผนพลังงานใหม่ เพื่อให้มีความมั่นคงในอนาคต ตามนโยบาย โรง-ท่อ-บ่อ-ถัง เพื่อให้โรงผลิตไฟฟ้าให้เพียงพอ มีการกระจายเชื้อเพลิงเป็นถ่านหินและนิวเคลียร์ ทำท่อส่งน้ำมันไปเหนือ-อีสาน เพื่อลดปริมาณรถขนน้ำมันปีละกว่าล้านเที่ยว และท่อส่งน้ำมันระหว่างสองมหาสมุทรทำไทยเป็นศูนย์กลางพลังงานในภูมิภาค หาบ่อน้ำมันและบ่อก๊าซเพื่ออนาคตของประเทศ และมีถังสำรองน้ำมันเพียงพอในกรณีฉุกเฉินเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน
“ผมขอโต้แย้งในข้อกล่าวหาที่ระบุว่า ผมเดินทางไปทำธุรกิจตัดไม้ที่แอฟริกานั้น ไม่เป็นความจริง และไม่มีคอนเนกชั่นใดๆ แต่ถามว่า มีคอนเนกชั่นกับผู้นำประเทศต่างๆ หรือไม่ ก็มีบ้าง แต่ต้องถามว่า การที่ประเทศหนึ่งมีผู้บริหาร ต้องเป็นผู้บริหารที่มีคอนเนกชั่นหรือมีผู้บริหารที่ไม่รู้เรื่องอะไรเลย ไม่รู้จักวิธีการดำเนินการธุรกิจเลย ดังนั้นการที่เรามีความรู้มีประสบการณ์ด้านธุรกิจย่อมดีกับการอยู่ฝ่ายบริหาร”







