
อย่ากดให้ทุกอย่างนิ่ง สุดท้ายประชาชนจะอดอยาก
หลักคิดสำคัญของการเป็นผู้นำที่ดี คือ ทำอย่างไรให้คนในประเทศมีความสุข มีรายได้ มีสภาพความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น
โดย...เลอลักษณ์ จันทร์เทพ
“หลักคิดสำคัญของการเป็นผู้นำที่ดี คือ ทำอย่างไรให้คนในประเทศมีความสุข มีรายได้ มีสภาพความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ไม่ใช่คิดแต่ว่าจะกดให้ทุกอย่างสงบ แล้วประชาชนอดอยาก” พิชัย นริพทะพันธุ์ อดีต รมว. พลังงาน และแกนนำพรรคเพื่อไทย กล่าวกับทีมข่าวโพสต์ทูเดย์ ก่อนจะฉายภาพอนาคตประเทศไทย หลังจากกลุ่มสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) มีแนวคิดเสนอต่ออายุ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ออกไปอีก 2 ปี ผ่านการทำประชามติที่จะถึงต้นปีหน้า
อดีต รมว.พลังงาน เริ่มบทสนทนาว่า หากประเทศไทยยังอยู่ภายใต้การบริหารของรัฐบาลคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ประเทศไทยน่าเป็นห่วงมาก เพราะดูจากสัญญาณทางเศรษฐกิจที่ความมั่นใจของผู้บริโภคต่ำสุดในรอบ 11 เดือน ขณะเดียวกันความมั่นใจในภาคอุตสาหกรรมก็ต่ำสุดใน 7 เดือน สอดคล้องกับข้อมูลที่ว่า ตั้งแต่ต้นปีมานี้แทบจะไม่มีการลงทุนขนาดใหญ่เกินกว่า 5,000 ล้านบาท ในประเทศไทยเลย
ขณะที่การส่งออกที่เป็นหลักสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศกลับติดลบ หรืออยู่ที่ -4.69% ในไตรมาสแรก ทำให้เชื่อว่าการส่งออกปีนี้จะเป็นบวกขึ้นมาได้ยาก ส่วนภาวะเงินเฟ้อติดลบติดต่อกัน 5 เดือน ซึ่งต่ำที่สุดในรอบ 5 ปี ถึงแม้ธนาคารแห่งประเทศไทยจะบอกว่ายังไม่ใช่ภาวะเงินฝืด แต่รัฐบาลต้องถามคนในประเทศว่าฝืดหรือไม่
พิชัย เสนอแนะแนวทางการบริหารประเทศด้านเศรษฐกิจ ว่า ประเทศไทยอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ ต้องพัฒนาตัวเองเป็นอุตสาหกรรมที่มีเทคโนโลยีที่มีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้น เพราะสถานการณ์ปัจจุบัน อุตสาหกรรมเดิมก็เริ่มจะเสื่อมถอย ไม่ว่าจะเป็นอุตสาหกรรมสิ่งทอ อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ ฮาร์ดดิสก์ หรือโทรทัศน์จอแบน มือถือสมาร์ทโฟน และในส่วนเครื่องยนต์ที่เป็นอนาคตของประเทศไทย ก็ปรากฏว่าผู้ผลิตรายใหญ่ขยายฐานการผลิตไปที่ประเทศอื่นมากกว่าที่จะลงทุนในประเทศไทยเป็นหลัก
ทั้งนี้ เนื่องจากไม่สามารถแข่งขันได้ในเรื่องต้นทุน ปัจจัยเหล่านี้คือสิ่งสะท้อนกับอนาคตว่าเราควรจะไปทางไหน และการที่รัฐบาลจะแก้ปัญหาเรื่องต้นทุน โดยบอกว่าจะเลิกนโยบายค่าแรง 300 บาท ต้องถามว่าจะให้คนมีรายได้น้อยลงอย่างนั้นหรือ แนวคิดนี้เป็นการแก้ปัญหาผิดทาง การที่คุณก้าวขึ้นไปไม่ได้ แต่ยังกลับจะถอยหลังกลับมาอีก สะท้อนว่ารัฐบาลล้มเหลว
รัฐบาลเฉพาะกาลทำให้เศรษฐกิจดียาก
พิชัย แจงปัญหาที่รัฐบาล คสช.จะต้องพบเจอในอนาคต หากคิดจะขยายโรดแมปออกไปว่า ได้พูดมาตลอดว่าให้รัฐบาลและ คสช.กำหนดวันเลือกตั้งมา ไม่ใช่ติดใจแล้วจะไปต่อ โดยไม่สนใจว่าเศรษฐกิจการบริหารประเทศจะเป็นอย่างไร หากมีการกำหนดวันเลือกตั้งชัดเจน จะได้มีโอกาสไปเจรจาเขตการค้าเสรีได้กับต่างประเทศได้มากกว่านี้ เพราะสิ่งหนึ่งที่ไม่มีการลงทุน เนื่องจากเราเจอปัญหาการกีดกันทางการค้า เช่น การยกเลิกสิทธิพิเศษทางการค้า (GSP) ของกลุ่มประเทศอียู
นอกจากนี้ ยังเจอปัญหาอื่นๆ อีก เช่น มาตรฐานขององค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ICAO) การค้ามนุษย์ที่สหรัฐจัดให้ไทยอยู่ในระดับต่ำสุด โดยเฉพาะปัญหากลุ่มคนโรฮีนจาที่พบในไทย ปัญหาการประมงจากกลุ่มประเทศอียู ซึ่งโอกาสที่ประเทศไทยจะโดนลงโทษในเรื่องดังกล่าวเป็นไปได้สูง ปัจจัยปัญหาทางเศรษฐกิจเหล่านี้จะส่งผลรุนแรงกับเศรษฐกิจที่ย่ำแย่อยู่แล้วให้ทรุดลงไปอีก
กระแสสังคมที่มองมุมกลับผ่านโพลหลายสำนักที่ว่า คสช.บริหารประเทศสามารถแก้ปัญหาได้เร็วขึ้น เพราะใช้อำนาจพิเศษ ต่างจากรัฐบาลเลือกตั้งที่ต้องแก้ตามขั้นตอนและติดระบบราชการ พิชัย ชี้แจงว่า การเป็นรัฐบาลเฉพาะกาล ตราบใดที่ความมั่นใจการลงทุนจากต่างประเทศไม่มี ก็ไม่สามารถทำอะไรได้ เราต้องมองในภาพรวมของสัญญาณต่างๆ ที่แย่ลง ต้องทำสิ่งที่ผลักดันประเทศให้มีรายได้สูงขึ้น และต้องพัฒนาตนเองเป็นศูนย์กลางของประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน แต่ขณะนี้บ้านเมืองเราไม่สามารถเดินไปสู่จุดนั้นได้
สำหรับวิธีสร้างตัวเองให้เป็นศูนย์กลางอาเซียนได้ ต้องดูโมเดลประเทศเยอรมนีที่เป็นศูนย์กลางของอียู มีความมั่งคั่ง เพราะเป็นทั้งศูนย์กลางการผลิต ศูนย์กลางการส่งออก ศูนย์กลางการค้า ศูนย์กลางการให้บริการ ศูนย์กลางการคมนาคมติดต่อสื่อสาร ศูนย์กลางการเงินการธนาคาร ฯลฯ เยอรมนีรวยอยู่คนเดียว เพราะเยอรมนีสามารถสร้างความมั่นใจได้ ขณะเดียวกันก่อนหน้านี้ประเทศเราสามารถเป็นศูนย์กลางของภูมิภาคได้ แต่กลับเสียโอกาสเหล่านั้นไปเพราะเรื่องการเมือง การลงทุนที่มีก็ถูกย้ายไปประเทศเพื่อนบ้านหมด
“ความสูญเสียของไทย นั่นคือประโยชน์ของเพื่อนบ้าน ตอนนี้เพื่อนบ้านเจริญและไปไกลมากแล้ว เราต้องเปิดวิสัยทัศน์ดูกรอบการพัฒนาของโลก จะมามัวคิดแต่การพัฒนาแบบไทยๆ ไม่ได้ ถ้าโลกไม่เชื่อถือเรา มาคิดเอง ทำเอง ทำไม่ได้ ถ้าเรายิ่งช้าจะยิ่งเสียโอกาส เพราะการลงทุนต้องใช้เวลา ไทยเราได้เปรียบมีความพร้อมหมด แต่กลับมีปัญหาการเมืองทำให้ทุกอย่างสะดุด”
อดีต รมว.พลังงาน สำทับข้อห่วงใยเรื่องเศรษฐกิจและความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ว่า สิ่งที่ห่วงสุดคือการที่ไทยไปเชื่อมรับรัสเซียกับจีน ก่อนอื่นต้องทำความเข้าใจก่อนว่ารัสเซียมีปัญหาเยอะมากโดยเฉพาะเศรษฐกิจ การที่บอกว่าสหรัฐอเมริกาไม่ชอบไทยแล้วไปเข้าหารัสเซียไม่น่าจะถูกต้อง เพราะจะทำให้ประเทศไทยเจอปัญหาเพิ่มขึ้น เราอย่ามองข้ามความสามารถของสหรัฐอเมริกา เพราะเศรษฐกิจ การเมือง เขาเป็นมหาอำนาจ และรัสเซียที่พังเพราะสหรัฐอเมริกาจัดการ แล้วประเทศเราเล็กนิดเดียว เราต้องพึ่งส่งออก ถ้าส่งออกไม่โตอนาคตจะไม่ก้าวหน้า บางคนเข้าใจผิดที่เราจะพึ่งตัวเองได้ เราต้องเข้าใจเศรษฐกิจโลกด้วย
เลิกวิธีคิด กีดกันคนรวย
พิชัย ระบุว่า การแก้ปัญหาเศรษฐกิจต้องเร่งทำจีดีพีให้โตแล้วนำมากระจาย ทำให้บริษัทที่อยู่ในประเทศไทยให้รวยยิ่งขึ้น ยิ่งมีคนรวยยิ่งดี ไม่ใช่ไปคิดที่จะกีดกันคนรวย เพราะจะได้เกิดการกระจายรายได้ วันนี้คนจน ทั้งชาวนา ชาวไร่ กรรมกร รายได้ลดลง ตรรกะความคิดเก็บภาษีคนรวย แทนที่เขาจะคิดทำมาหากินอย่างไรให้เขารวยขึ้นส่งเสริมอย่างไร กลับต้องมาคิดว่าจะทำอย่างไรที่คนรวยจะต้องเสียภาษี ทั้งที่ดิน มรดก แล้วเขาจะเอาเวลาที่ไหนไปคิดเรื่องทำธุรกิจ ต้องคิดแต่เรื่องคำนวณเสียภาษี จะคิดแต่โยกย้ายทรัพย์สินอย่างไร
ทั้งนี้ ปัจจุบันประเทศที่ร่ำรวยที่สุดคือประเทศสิงคโปร์ ที่รอรับเงินไทย เพราะรู้ว่าเศรษฐีไทยไม่เสียภาษีอยู่แล้ว แล้วจะโอนเงินไปสิงคโปร์ ซึ่งก็จะเกิดปัญหาภายหลัง ส่วนคนจนก็จะแย่ เพราะจะล้มเลิกค่าจ้างแรงงานขั้นต่ำ 300 บาท แล้วแบบนี้ประเทศจะอยู่ยาก
กรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ บอกว่า เหตุที่ปัญหาหลายเรื่องยังไม่สามารถแก้ได้ทันใจ เพราะปัญหาของประเทศไทยถูกหมักหมมมานานนั้น อาจจะไม่ใช่ความคิดที่ถูกทั้งหมด รัฐบาลเองอาจมองเห็นปัญหาไม่ชัด ต้องรับฟังสิ่งที่คนอื่นหรือต่างประเทศเขามองสะท้อนประเทศไทยออกมาด้วย
พิชัย บอกว่า วันนี้ต่างชาติจัดปัญหาของไทย อันดับ 1 คือ ความไม่มั่นคงของรัฐบาลและเกิดการปฏิวัติ อันดับ 2 คือ นโยบายไม่คงที่ ถ้าไปดูประเทศที่มีการเมืองนิ่ง เศรษฐกิจดี แนวความคิดดี มีรัฐบาลเป็นที่ยอมรับของประชาชนอยู่ได้นาน เช่น มาเลเซีย สิงคโปร์ ที่ต่างกับประเทศเรา รัฐบาลอยู่ได้ 1-2 ปีก็ล้ม ไม่นานก็มีปฏิวัติ
“สิ่งที่นายกฯ พูดว่าปัญหาประเทศไทยหมักหมมมานาน ต้องดูว่าเกิดจากปัจจัยทางการเมืองเหล่านี้หรือไม่ ซึ่งเป็นปัญหาทางปฏิบัติเศรษฐกิจไม่เหมือนการเมืองที่จะโจมตีให้จากดีกลายเป็นเลวได้ เศรษฐกิจคือเงินในกระเป๋าที่โกหกไม่ได้ และเศรษฐกิจกับการเมืองไม่สามารถที่จะแยกออกจากกันได้ ถ้าทำการเมืองให้ต่างประเทศมั่นใจเศรษฐกิจก็จะเดินได้เช่นกัน ตอนนี้เงื่อนไขอยู่ที่การเมือง
...ถ้าจะอยู่นานก็บอกมาตรงๆ ผมเข้าใจว่าเขามีอำนาจ เขามีปืน แต่จะทำยังไงให้สังคมโลกยอมรับ นี่ผมมองในประโยชน์ของประเทศ อย่างไรก็ตามระบบประชาธิปไตยอาจจะไม่ใช่ระบบที่ดีที่สุด แต่เป็นระบบที่แย่น้อยสุด ประเทศไทยตอนนี้เหมือนกับที่เปิดน้ำอุ่นใส่ไปเรื่อยๆ สุดท้ายก็ตายเพราะน้ำเริ่มร้อนขึ้น เหมือนประเทศเสื่อมไปเรื่อยๆ เช่นกัน”







