
กรีซ...กรี๊ด!
ถ้าเป็นคนธรรมดา ก็คงจะร้องจนเสียงหลงไปแล้ว สำหรับกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ)
โดย ธนพล ไชยภาษี [email protected]
ถ้าเป็นคนธรรมดา ก็คงจะร้องจนเสียงหลงไปแล้ว สำหรับกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) ที่ต้องคอยนั่งปวดเศียรเวียนเกล้ากับปัญหาวิกฤตหนี้กรีซ ที่ถือว่าทำเอากองทุนแห่งนี้เสียกระบวนท่าไปไม่น้อย หนี้ยังไม่รู้ว่าจะได้คืนหรือไม่ มิหนำซ้ำยังต้องเจอกับปัญหาการเมืองในยุโรปจนทำให้ไอเอ็มเอฟไม่สามารถคอนโทรลลูกหนี้ได้อีกด้วย
กรณีของกรีซน่าจะเป็นเคสตัวอย่างของโลก ของการเป็นลูกหนี้ที่มีแรงต่อรองเจ้าหนี้ได้อย่างน่าเหลือเชื่อ เพราะมีอนาคตของค่าเงินยูโรเป็นตัวประกันในมือ
ในอดีตพรรคการเมืองต่างๆ ของกรีซนำเสถียรภาพทางการเงินของประเทศชาติมาเป็นตัวประกันใช้ในการหาเสียง เร่งพัฒนาประเทศแบบเกินตัวให้ทัดเทียมมาตรฐานยุโรปจนต้องกู้หนี้ยืมสินจนล้นตัว และในที่สุดเมื่อถึงเวลาคืนก็ไม่มีเงินชดใช้ สุดท้ายยุโรปก็ต้องเข้ามาช่วย
เจ้าหนี้หลักๆ ของกรีซก็มีอยู่ 3 สถาบันใหญ่ คือ สหภาพยุโรป กองทุนการเงินระหว่างประะเทศ ไอเอ็มเอฟ และธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) ซึ่งเป็นผู้เข้าไปช่วยเหลือกรีซเมื่อช่วงปี 2012 ให้รอดพ้นจากการล้มละลายได้ ภายใต้เหตุผลสำคัญก็คือยุโรปไม่ต้องการให้กรีซกลายเป็นหนี้เสีย เงินยูโรต้องสั่นคลอน แต่มีเงื่อนไขที่กรีซต้องรัดเข็มขัด ต้องปฏิรูปเศรษฐกิจประเทศใหม่ ว่ากันว่าหนี้ของกรีซนั้นมีสูงกว่า 180% ของจีดีพี ขณะที่รัฐบาลขาดดุลบัญชีเดินสะพัดสูงกว่า 13% ของจีดีพี ขณะที่เพดานของยูโรโซนนั้นไม่เกิน 3% ของจีดีพี
สองปีให้หลัง หลังการรัดเข็มขัด กรีซเริ่มทนกับสภาพยากจนข้นแค้นไม่ไหว เมื่อเลือกตั้งใหม่ได้นายกรัฐมนตรี ชื่อว่า อเล็กซิส ไซปราส จู่ๆ ก็ลุกขึ้นมาบอกเจ้าหนี้ว่าจะไม่จ่ายเงินแล้ว ต้องมาคุยปรับโครงสร้างหนี้กันใหม่ ทำเอาเจ้าหนี้มึนตึ้บไปไม่เป็นเหมือนกันครับ
จนมาถึงขณะนี้ การเจรจาก็ยังไม่ถึงที่สุด ยังไม่ได้ข้อตกลงใดๆ เจ้าหนี้เองก็ไม่ยอมรับแผนปฏิรูปของกรีซที่อ่อนเกินไป ส่วนกรีซก็ไม่ยอมรับแผนที่เจ้าหนี้เสนอ ในขณะนี้สถานการณ์ล่าสุดคือกรีซต้องได้เงินช่วยเหลือก้อนต่อไป 7,200 ล้านยูโร เพื่อปลดหนี้ที่รออยู่เพียบในอนาคตครับ โดยเส้นตายล่าสุดที่จะมาถึงคือวันที่ 30 มิ.ย.นี้
สำหรับไอเอ็มเอฟนั้น ทางด้าน ยูสมูน มันเด็ง อดีตเจ้าหน้าที่ของไอเอ็มเอฟ ซึ่งปัจจุบันเป็นที่ปรึกษาทางเศรษฐกิจของไอเอ็มเอฟ ถึงกับบอกว่า วิกฤตกรีซนั้นถือเป็นประสบการณ์ยอดแย่ของไอเอ็มเอฟทีเดียว ที่จะไม่ปล่อยให้เกิดขึ้นอีกในอนาคตแน่นอน เพราะ 1.ไอเอ็มเอฟไม่เคยสามารถควบคุมลูกหนี้อย่างกรีซได้เลยแม้แต่น้อย และ 2.ไอเอ็มเอฟต้องยอมโอนอ่อนตามเจ้าหนี้อื่นๆ คือยุโรปและธนาคารกลางยุโรป ซึ่งทำให้ความน่าเชื่อถือของไอเอ็มเอฟในสายตาลูกหนี้อื่นๆ นั้นเสียเครดิตไปพอสมควรทีเดียว
เรียกได้ว่า ไอเอ็มเอฟ เจองานนี้เข้า ก็แทบจะกรี๊ดดังๆ ครับ...!







