
ผีเฟด
เริ่มออกอาการให้เห็นกันชัดๆ สำหรับการไหลออกของกระแสทุนต่างชาติที่เกิดขึ้นในตลาดภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เมื่อ “ผีเฟด” กลับมาหลอกหลอนตลาดทุนโลกอีกครั้ง เมื่อกระแสความหวาดวิตกต่อการขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐจู่ๆ ก็ทำเอานักลงทุนทั่วโลกตกใจ หลังจากที่ตัวเลขสถานการณ์การจ้างงานในสหรัฐนั้นดีขึ้น
เริ่มออกอาการให้เห็นกันชัดๆ สำหรับการไหลออกของกระแสทุนต่างชาติที่เกิดขึ้นในตลาดภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เมื่อ “ผีเฟด” กลับมาหลอกหลอนตลาดทุนโลกอีกครั้ง เมื่อกระแสความหวาดวิตกต่อการขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐจู่ๆ ก็ทำเอานักลงทุนทั่วโลกตกใจ หลังจากที่ตัวเลขสถานการณ์การจ้างงานในสหรัฐนั้นดีขึ้น
เมื่อสามวันที่ผ่านมาดูเหมือนว่าค่าเงินริงกิตของมาเลเซียได้อ่อนค่าลงอย่างหนัก อันเป็นผลสืบเนื่องมาจากการไหลออกของทุนต่างชาติครับ ตามมาด้วยในวันถัดมาก็เป็นคราวของอินโดนีเซีย ขณะที่เงินบาทของไทยก็อ่อนตัวลงเช่นกัน
ทั้งนี้ มาเลเซียถือว่ามีความเปราะบางมากที่สุดกว่าใครเพื่อนครับ เพื่อว่าสัดส่วนต่างชาติที่ถือครองอยู่ในตลาดพันธบัตรของมาเลเซียนั้นมีอยู่ถึง 32% ขณะที่ไทยมีสัดส่วนอยู่ที่ 18% ดังนั้นค่าเงินริงกิตของมาเลเซียจึงมีความเปราะบางต่อการไหลออกของทุนต่างชาติอย่างยิ่ง
แต่เหนือสิ่งอื่นใด ต้องบอกว่าการไหลออกของทุนต่างชาติที่เกิดขึ้นนั้นถือว่าเป็นเพียงการทดสอบในระยะแรกเท่านั้น เพราะว่าในความเป็นจริงขณะนี้ยังไม่มีใครคาดเดาได้อย่างแน่นอนว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะเริ่มการขึ้นอัตราดอกเบี้ยเมื่อไหร่กันแน่ โดยที่ในขณะนี้ก็ได้แต่ทำการคาดเดาตามสถานการณ์ตัวเลขเศรษฐกิจที่ปรากฏออกมาเป็นระยะๆ ซึ่งสภาพเช่นนี้ว่ากันตามตรงก็เกิดขึ้นมาตั้งแต่ในช่วงครึ่งปีหลังของปีที่แล้ว
เรียกได้ว่า “ผีเฟด” ตามมาหลอกหลอนแบบผลุบๆ โผล่ๆ แต่ยังไม่รู้ว่าเมื่อไหร่จะโผล่ร่างออกมากันจริงๆ
ถือว่าเป็นตามความคาดหมายและเสียงเตือนของบรรดาสถาบันทางเศรษฐกิจระดับโลกก่อนหน้านี้ที่เตือนมาเสมอว่า ตลาดทุนของกลุ่มประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่และตลาดประเทศกำลังพัฒนานั้น มีความเสี่ยงต่อการไหลออกของทุนต่างชาติอย่างยิ่งยวด ถ้าหากเฟดปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยจริง
ในขณะนี้ ระยะเวลาที่นักลงทุนเชื่อว่าเฟดจะขึ้นดอกเบี้ยนั้นอยู่ที่ราวเดือน ก.ย.นี้ แต่ถ้าหากว่าสถานการณ์ทางเศรษฐกิจของสหรัฐดีขึ้นไปอีก ตัวเลขต่างๆ ออกมาเป็นบวกอย่างน่าพอใจ ก็อาจจะทำให้เฟดตัดสินใจขึ้นดอกเบี้ยเร็วกว่านั้นก็ได้
แต่กระนั้น มีสิ่งเดียวที่ยังพอจะรั้งไม่ให้เฟดรีบขึ้นดอกเบี้ยได้ ก็คือการแข็งค่าของเงินเหรียญสหรัฐ ที่กำลังจะเป็นตัวขัดขวางการเติบโตของภาคเอกชนในสหรัฐ
แต่ทว่าช่วงสองสามวันที่ผ่านมานี้ ค่าเงินเหรียญสหรัฐกลับอ่อนค่าลง เพราะเงินญี่ปุ่นเริ่มแข็งขึ้น เมื่อ ฮารุฮิโกะ คุโรดะ ผู้ว่าการธนาคารกลางญี่ปุ่น ส่งสัญญาณว่าเงินเยนอาจจะไม่อ่อนค่าลงไปมากกว่านี้แล้ว
ถ้าเงินเหรียญสหรัฐเริ่มอ่อนลงจริงหลังจากนั้น ก็มั่นใจได้เลยครับว่าผีเฟดจะโผล่ออกมาให้เห็นกันแบบจริงๆ จังๆ กับดอกเบี้ยสหรัฐขาขึ้นในเร็วๆ นี้ครับ







