
มนุษย์เงินเดือนรัดเข็มขัด กลัวรายได้หด-เงินออมลด
ครัวเรือนไทยเริ่มระมัดระวังการใช้จ่ายมากขึ้น เพราะกังวลใจต่อรายได้และเงินออมที่ลดลง
ธนาคารกสิกรไทยเปิดเผยผลสำรวจภาวะการครองชีพภาคครัวเรือนในเดือน พ.ค. 2558 พบว่า ครัวเรือนไทยเริ่มระมัดระวังการใช้จ่ายมากขึ้น เพราะกังวลใจต่อรายได้และเงินออมที่ลดลง
ทั้งนี้ ผลสำรวจภาวะการครองชีพภาคครัวเรือนของศูนย์วิจัยกสิกรไทย ครอบคลุมครัวเรือนในเขต กทม.และปริมณฑล กระจายอยู่ในหลายกลุ่มอาชีพทั้งข้าราชการ พนักงานบริษัท ธุรกิจส่วนตัว และรับจ้าง โดยกลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่มีรายได้มากกว่า 1.5 หมื่นบาท/เดือน
เชาว์ เก่งชน กรรมการผู้จัดการ ศูนย์วิจัยกสิกรไทย กล่าวว่า ภาวะเศรษฐกิจของครัวเรือนไทย ขณะนี้ยังคงมีสัญญาณที่อ่อนแอลง โดยเฉพาะสถานการณ์รายได้และเงินออมที่ยังไม่ปรับตัวดีขึ้น ขณะที่ภาระค่าใช้จ่ายในส่วนอื่นๆ และการผ่อนชำระหนี้ต่อเดือนของครัวเรือน ก็ยังคงไม่ปรับลดลงมามากนัก แม้อัตราเงินเฟ้อจะอยู่ในระดับต่ำ และอัตราดอกเบี้ยได้เริ่มทยอยปรับลดลงมาบ้างในช่วงที่ผ่านมา
ความกังวลต่อภาวะค่าครองชีพดังกล่าว สะท้อนผ่านมายังดัชนีภาวะเศรษฐกิจของครัวเรือน หรือดัชนี KR-ECI ที่ปรับตัวลดลงต่อเนื่องมาอยู่ที่ 45.0 ในเดือน พ.ค. 2558 ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 7 เดือน ขณะที่ดัชนีที่สะท้อนการคาดการณ์ในช่วง 3 เดือนข้างหน้า ก็ปรับตัวลงมาแตะระดับต่ำที่สุดในรอบ 9 เดือนที่ 46.2 ด้วยเช่นเดียวกัน
“กำลังซื้อภาคครัวเรือนที่ยังมีข้อจำกัดในการฟื้นตัว เป็นสัญญาณที่ตอกย้ำว่าการบริโภคภาคเอกชนจะยังคงเผชิญแรงกดดันที่ทำให้การฟื้นตัวเป็นไปอย่างช้าๆ โดยอาจขยายตัวที่ 1.2% ตลอดช่วงครึ่งแรกของปี 2558” เชาว์ กล่าว
ความกังวลใจด้านรายได้ของครัวเรือนในรอบนี้ เป็นของกลุ่มที่เป็นมนุษย์เงินเดือนที่เริ่มไม่มั่นใจว่าภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว จะเริ่มส่งผลต่อฐานะของนายจ้างอย่างไร หากได้รับผลกระทบและไม่มีสายป่านที่ยาวพอ ก็อาจจะส่งผลกระทบต่อรายได้ของลูกจ้างที่อาจจะลดลงได้
“หากธุรกิจได้รับผลกระทบ สิ่งที่ผู้ประกอบการจะทำคือพยายามประคองให้ผ่านพ้นช่วงเศรษฐกิจชะลอตัวไปให้ได้ ในชั้นแรกคือประหยัดค่าใช้จ่ายในทุกๆ ทางก่อน จะไม่ใช้วิธีเลิกจ้างคนงานจนกว่าจะไม่ไหวจริงๆ เพราะหากผ่านไปได้ก็ต้องจ้างงานใหม่” เชาว์ กล่าว
ตัวอย่างชัดเจนที่เห็นคือเมื่อปี 2557 ภาคท่องเที่ยวหดตัวแรงเป็นผลมาจากเศรษฐกิจโลก ทำให้ผู้ประกอบการที่เกี่ยวกับการท่องเที่ยวทั้งระบบ ไม่ว่าจะเป็นรถทัวร์ ร้านอาหาร ร้านขายของที่ระลึก โรงแรม ต้องลดการจ้างงานลงหมด แต่ในปีนี้กลายเป็นแรงงานในภาคอุตสาหกรรมรถยนต์ส่วนที่ขายในประเทศ ที่พนักงานขายรถยนต์ต้องเปลี่ยนอาชีพ พนักงานขายของสินค้าต่างๆ ก็ไม่สามารถที่จะขายได้ สุดท้ายก็ต้องโดนลดรายได้ หรือลดชั่วโมงการทำงาน เป็นต้น
สัญญาณล่าสุดจากเครื่องชี้เศรษฐกิจไทยในช่วง 1-2 เดือนที่ผ่านมา โดยเฉพาะภาพการระมัดระวังการใช้จ่ายของครัวเรือนทั้งในส่วนของสินค้าไม่คงทนและสินค้าคงทน รวมถึงการชะลอลงของอัตราเงินเฟ้อพื้นฐาน (ที่ไม่รวมราคาในหมวดอาหารสดและพลังงาน) ล้วนตอกย้ำว่าสถานการณ์การบริโภคของภาคครัวเรือนยังอยู่ในภาวะที่ค่อนข้างซบเซา ขณะที่ผลสำรวจภาคครัวเรือนล่าสุดของศูนย์วิจัยกสิกรไทย ก็สะท้อนภาพในเบื้องต้นว่ามีครัวเรือนจำนวนมากขึ้นที่กังวลต่อประเด็นค่าครองชีพ
นอกจากนี้ ประเด็นสำคัญที่ได้จากผลสำรวจล่าสุด คือ ครัวเรือนเริ่มมีความกังวลต่อภาวะการออมเงิน ทั้งนี้ดัชนีที่สะท้อนมุมมองต่อภาวะการออมของครัวเรือนในปัจจุบันและในช่วง 3 เดือนข้างหน้า ลดลงมาที่ระดับ 48.3 และ 49.1 ตามลำดับ ซึ่งเป็นระดับต่ำกว่า 50 เป็นครั้งแรก
จากการติดตามภาวะการครองชีพของภาคครัวเรือนตลอดช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา พบว่า ความเชื่อมั่นที่มีต่อการใช้จ่ายของครัวเรือนยังคงไม่ฟื้นกลับมาเป็นปกติ แต่กลับเริ่มมีความกังวลต่อการออมมากขึ้นนั้น อาจมีสาเหตุส่วนหนึ่งมาจากครัวเรือนส่วนใหญ่ โดยเฉพาะครัวเรือนในภาคเกษตร และครัวเรือนที่ไม่มีรายได้ประจำ ต่างต้องรับมือกับสถานการณ์ตึงตัวระหว่างรายได้และภาระค่าใช้จ่าย ทั้งในส่วนหนี้สินและรายจ่ายในชีวิตประจำวันส่วนอื่นๆ เป็นเวลานาน
อย่างไรก็ดี ความกังวลต่อประเด็นนี้อาจคลายตัวลง หากเศรษฐกิจเริ่มมีสัญญาณฟื้นตัวที่ชัดเจนขึ้น และทำให้กระแสรายได้และภาวะการมีงานทำของภาคครัวเรือนมีความสม่ำเสมอมากขึ้น







