
น้ำเขื่อนแห้ง!กรมชลฯประกาศให้ชาวนาชะลอปลูกข้าว
กรมชลประทานออกประกาศขอให้เกษตรกรชะลอการเพาะปลูกข้าว หลังน้ำในเขื่อนลดลงต่อเนื่อง-ปริมาณฝนตกต่ำกว่าเกณฑ์ปกติ
กรมชลประทานออกประกาศขอให้เกษตรกรชะลอการเพาะปลูกข้าว หลังน้ำในเขื่อนลดลงต่อเนื่อง-ปริมาณฝนตกต่ำกว่าเกณฑ์ปกติ
นายเลิศวิโรจน์ โกวัฒนะ อธิบดีกรมชลประทาน ได้ลงนามในประกาศกรมชลประทานลงวันที่ 9 มิ.ย. 2558 เรื่องขอให้เกษตรกรชะลอการเพาะปลูกข้าวนาปีในพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยาและผู้ใช้น้ำทุกภาคส่วนใช้น้ำอย่างประหยัดโดยระบุว่า ตามที่กรมได้มีการวางแผนการบริหารจัดการน้ำและการเพาะปลูกฤดูฝน25589 ในช่วงวันที่ 1 พ.ค. -31 ต.ค. 2558 ในลุ่มเจ้าพระยาซึ่งมีแหล่งน้ำต้นทุนคือเขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ซึ่งได้มีการจัดสรรน้ำมีปริมาณน้ำใช้การได้รวมทั้งสิ้น 3,819 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) มากกว่าปี 2557 ประมาณ 615 ล้าน ลบ.ม.รวมกับปริมาณฝนที่คาดว่าจะตกในเกณฑ์เฉลี่ยทั้งลุ่มน้ำจึงวางแผนระบายน้ำจากทั้ง 4 เขื่อนประมาณ 5,500 ล้านลบ.ม.
แต่จากการคาดการณ์ของกรมอุตุนิยมวิทยา เมื่อเดือน พ.ค.สรุปว่าปริมาณฝนในภาคเหนือและกลางต่ำกว่าเกณฑ์ปกติ 98.6 มิลลิเมตร(55%)และ 119.1 มม.(69%) ตามลำดับและต่ำกว่าปี 2557 ( 59 มม.หรือ 43%) และ 55 มม.(45% )ตามลำดับทำให้มีปริมาณน้ำไหลเข้าเขื่อนอยู่ในเกณฑ์น้อยและต้องระบายน้ำมากกว่าแผนที่วางไว้เพี่อเสริมน้ำฝนที่น้อยกว่าปกติทำให้ปริมาณน้ำในเขื่อนลดลงต่อเนื่อง โดยปัจจุบัน 9 มิ.ย. 2558ปริมาณน้ำใช้การได้ของเขื่อนภูมิพล 457 ล้านลบ.ม. เขื่อนสิริกิติ์ 831 ล้านลบ.ม. รวมสองเขื่อน 1,288 ล้าน ลบ.ม. หรือ 7% ของความจุน้ำใช้การได้
ที่ประชุมคณะอนุกรรมการติดตามและวิเคราะห์แนวโน้มสถานการณ์น้ำเมื่อวันที่ 9 มิ.ย. 2558 มีมติให้ระบายน้ำจากทั้ง 4 เขื่อนในเดือนมิ.ย.-ก.ค. ลงเหลือ 30-35 ล้าน ลบ.ม. เพื่อการอุปโภคบริโภคและการรักษานิเวศ และการทำนาที่มีการทำแล้วประมาณ 2 ล้านไร่จากภาวะดังกล่าวขอความร่วมมือเกษตรกรในลุ่มเจ้าพระยาที่ยังไม่ได้ปลูกข้าวชะลอการทำนาออกไปจนกว่าจะมีฝนตกชุกหรือมีปริมาณน้ำที่เพียงพอต่อการเพาะปลูกประมาณปลายก.ค. และขอให้ทุกภาคส่วนร่วมกันป้องกันการขาดแคลนน้ำในลุ่มเจ้าพระยา







