"ราชพฤกษ์โมเดล" เบื้องหลังปฏิบัติการล้อมจับแว้นป่วนเมือง
เบื้องหลังปฏิบัติการสกัดจับเด็กแว้นครั้งใหญ่ที่สุดในรอบหลายปี ภายใต้ชื่อ "ราชพฤกษ์โมเดล"
โดย...วรรณโชค ไชยสะอาด
กลายเป็นทอล์ก ออฟ เดอะ ทาวน์ไปเป็นที่เรียบร้อย
สำหรับปฏิบัติการล้อมจับแก๊งรถจักรยานยนต์ซิ่งครั้งใหญ่ที่สุดในรอบหลายปี ภายใต้ชื่อ “ราชพฤกษ์โมเดล” เมื่อกลางดึกของวันที่ 30 พ.ค.ที่ผ่านมา
ผลคือ มีเด็กแว้นและสาวสก๊อยถูกจับกุมทั้งสิ้น 437 คน พร้อมยึดจักรยานยนต์จำนวน 272 คัน
เหตุการณ์นี้ก่อให้เกิดกระแสชื่นชมจากสังคมอย่างกว้างขวาง ทั้งยังตอกย้ำให้สังคมได้รู้ว่า ถึงจะซ่าแค่ไหนก็ไม่มีใครอยู่เหนือกฎหมาย
วางแผนดีมีชัยไปกว่าครึ่ง
ปฏิบัติการล้อมจับแก๊งจักรยานยนต์ซิ่งกวนเมืองครั้งใหญ่ ภายใต้ชื่อเรียกขาน “ราชพฤกษ์โมเดล” ถือเป็นการร่วมมือกันของหน่วยงานหลายฝ่าย ตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตำรวจกองบัญชาการตำรวจนครบาล 8 (บก.น.8) ประกอบไปด้วย สน.ตลาดพลู สน.บางยี่เรือ และ สน.สำเหร่ ทหารสังกัด ชป.พท.ร้อย รส.ป.พัน.19 ค่ายสุรสีห์ จ.กาญจนบุรี 150 นาย และอาสาสมัครหน่วยกู้ภัยป่อเต็กตึ๊งอีก 100 นาย
เป้าหมายคือ กลุ่มเด็กแว้นจำนวนกว่า 500 คนที่นัดรวมตัวกันมาแข่งบนถนนราชพฤกษ์ยามค่ำคืนของวันเสาร์
พ.ต.อ.มานพ สุคนธ์ธนพัฒน์ ผกก.สน.ตลาดพลู หนึ่งในหัวหอกสำคัญ ย้ำชัดว่า สิ่งเจ้าหน้าที่ต้องคำนึงถึงมากที่สุดในปฏิบัติการครั้งนี้คือ การจับกุม ต้องมีผู้ได้รับบาดเจ็บน้อยที่สุด ไม่ว่าจะเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ-ทหารผู้ปฎิบัติการเอง หรือผู้ขับขี่กระทำความผิด และ ป้องกันการหลบหนี โดยกำหนดโซนในการจับกุมอย่างชัดเจนคือ สะพานยกระดับราชพฤกษ์
ปฏิบัติการราชพฤกษ์โมเดล มีการวางแผนอย่างละเอียดทุกขั้นตอนตั้งแต่ก่อนจับกุม ระหว่างจับกุม และหลังเข้าจับกุม โดยใช้เวลากว่า 4 เดือนเต็ม เริ่มจากติดตามดูพฤติการณ์และเก็บข้อมูลต่างๆของกลุ่มเด็กแว็นที่เข้ามาขับขี่ในพื้นดังกล่าวและใกล้เคียง ช่วงแรกเจ้าหน้าที่จะใช้วิธีป้องปรามหรือขับไล่ เพื่อเฝ้าสังเกตการณ์รวมตัวและทิศทางการหลบหนี ก่อนพบว่ากลุ่มเด็กแว็นมักมาร่วมตัวกันในวันหยุดคือ วันศุกร์ วันเสาร์ ต่อเนื่องถึงไปถึงวันอาทิตย์ เมื่อมีการรวมตัวขับขี่เข้ามาก่อกวน เจ้าหน้าที่ตำรวจก็จะใช้รถยนต์สายตรวจเปิดไซเรนขับไล่ ให้กลุ่มเด็กแว้นแตกไปกระเจิงไปตามซอยต่างๆ ซึ่งตรงนี้สำคัญ เพราะเท่ากับว่าจะสามารถเก็บข้อมูลการหลบหนี และซักซ้อมการทำงานเพื่อรองรับปฏิบัติการราชพฤกษ์โมเดลได้
"เมื่อรู้ว่ากลุ่มเด็กแว้นจะหนีไปทางไหนบ้าง เราก็สามารถอุดรูรั่วได้ ท้ายที่สุดเราพบว่าเมื่อเขาหลบหนีตามซอยไม่ได้ ทางยกระดับจะเป็นจุดหมายปลายทางสุดท้ายที่เขาจะขึ้นมาทางนี้ เมื่อเป็นเช่นนี้ เราก็จำลองสถานการณ์ซ้ำแล้วซ้ำเล่าเพื่อเตรียมพร้อมให้แน่ใจที่สุด กระทั่งประสบความสำเร็จดังที่เป็นข่าว"
พ.ต.อ.มานพ ยืนยันว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ได้ภูมิใจหรือสะใจกับยอดผู้ต้องหาที่จับได้ แต่รู้สึกยินดีที่ทั้งสองฝ่ายบาดเจ็บน้อยที่สุด
"นัดซิ่งผ่านออนไลน์-สนุกกับการหนีตร." ความจริงจากปากแว้น
โซเชียลมีเดียมีประโยชน์กับทุกคน ไม่เว้นแม้กระทั่งเด็กแว้น เนื่องจากทำให้สามารถรวมตัวกันได้อย่างรวดเร็วหลังติดต่อนัดแนะกันง่ายดายแค่คลิก
พ.ต.อ.มานพ บอกว่า ปัจจุบันกลุ่มพวกเด็กแว้นมีการติดต่อกันทางโซเชียลมีเดียมากขึ้น นอกจากจะทำให้รวมตัวกันง่ายกว่าเดิมแล้ว ยังใช้แจ้งเบาะแสการวางกำลังของเจ้าหน้าที่ตำรวจอีกด้วย
"สมัยก่อน เด็กแว้นจะเริ่มจากรวมกันสัก 4-5 คน ขับขี่ไปตามทางแล้วพยักหน้าให้กันกับกลุ่มที่ซิ่งสวนมา เพื่อรวมตัวกันโดยที่ไม่ได้รู้จักกัน จนเป็นกลุ่มเป็นก้อน ต่างจากปัจจุบันที่มีการรวมตัวกันอย่างรวดเร็ว แค่10-15 นาทีพวกนี้ก็สามารถรวมกลุ่มกันได้เป็นร้อยๆแสดงว่ามีการรวมตัวกันได้ไวมาก เจ้าหน้าที่กำลังตรวจสอบว่าพวกนี้มีกลุ่มไลน์ หรือกลุ่มเฟซบุ๊กอะไรบ้าง เป็นข้อมูลที่เราสนใจเพื่อศึกษาต่อไป"
อาร์ม หนุ่มวัย 20 เด็กแว้นผู้นิยมความเร็วจากปทุมธานี เล่าว่า ทุกวันนี้เกือบทุกแก๊งจะตั้งกลุ่มพูดคุยหรือนัดกันผ่านทาง ไลน์และเฟซบุ๊ก โดยมีสมาชิกในกลุ่มจำนวนมากกว่าร้อยคน
"แรกๆก็รวมตัวกันแค่แก๊งเดียว แต่พอมีคนเปิดกลุ่มเกี่ยวกับรถซิ่ง ก็เริ่มมีการชักชวนกันระหว่างแก๊งเข้าไปรวมกันเรื่อยๆ จนสมาชิกมากขึ้น ทุกคนมีเป้าหมายเดียวกันคือ ขับรถเล่น ขับรถแข่ง อยากรู้ว่าคืนนี้คนไปรวมกันที่ไหน ยิ่งไปกันเยอะก็รู้สึกดี เมื่อถึงเวลานัดก็จะมีการตั้งโพสต์ เชิญชวน รวมถึงการจัดมิตติ้ง เลยทำให้คนมากันเยอะ
เด็กแว้นรายนี้ เผยว่า เวลาท้าแข่งรถจะใช้คำว่า "เช็ง" หมายถึงการจับรถมาเดิมพันความเร็วกัน
"จะมีการตั้งโพสต์เช็งกัน เดิมพันเป็นหลักแสนก็มี เช่นตั้งว่า แสนนึง ใครไวเจอกันได้ คืนนี้ที่นั่นที่นี่ก็ว่ากันไป ส่วนเงินนี้ไม่ได้มาจากเจ้าของรถคันเดียว แต่คนอื่นๆ ในกลุ่มจะร่วมกันลงเงินเดิมพันให้ได้ตามยอดที่ตั้งไว้"
ความจริงน่าตกใจที่ออกจากปากของหนุ่มรายนี้ เขาบอกว่าความสนุกมาจากการได้ขี่รถหนีตำรวจ
"ลองคิดดูเวลามีคนไล่จับ เเล้วหนีมาได้ มาคุยเรื่องการหลบหนีกับเพื่อนๆมันจะสนุกขนาดไหน เรื่องพ่อเเม่จะจะเสียใจไม่ได้นึกถึงหรอก อีกอย่างถ้าโดนจับขึ้นมาจริงๆก็ไม่ได้มีโทษรุนเเรงอะไร ถ้ารถเราไม่ใช่รถผีหรือรถที่ซื้อมาอย่างผิดกฎหมาย"
เปิดข้อหาความผิด โดนหมด ทั้งแว้น ทั้งผู้ปกครอง
ลองไปกางข้อกฎหมายดูกันว่าพฤติกรรมแว้นป่วนเมืองนั้นมีความผิดอะไรบ้าง
ตาม พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 43 ห้ามมิให้ผู้ขับขี่ขับรถ (8) โดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยหรือความเดือดร้อนของผู้อื่น ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา 43 (1) (5) หรือ (8) ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามเดือนหรือปรับตั้งแต่สองพันบาทถึงหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
มาตรา 134 ห้ามมิให้ผู้ใดแข่งรถในทาง เว้นแต่จะได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากเจ้าพนักงานจราจร ห้ามมิให้ผู้ใดจัด สนับสนุน หรือส่งเสริมให้มีการแข่งรถในทาง เว้นแต่จะได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากเจ้าพนักงานจราจร
มาตรา 160 ทวิ ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา 134 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามเดือน หรือปรับตั้งแต่สองพันบาทถึงหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และให้ศาลสั่งพักใช้ใบอนุญาตขับขี่ของผู้นั้นมีกำหนดไม่น้อยกว่าหนึ่งเดือน หรือเพิกถอนใบอนุญาตขับขี่
นอกจากนี้เวลาโดนจับกุม รถจักรยานยนต์คู่ใจยังอาจจะโดนริบทรัพย์สิน ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 33 ในการริบทรัพย์สิน นอกจากศาลจะมีอำนาจริบตามกฎหมายที่บัญญัติไว้โดยเฉพาะแล้ว ให้ศาลมีอำนาจสั่งให้ริบทรัพย์สินดังต่อไปนี้อีกด้วย คือ
(1) ทรัพย์สินซึ่งบุคคลได้ใช้ หรือมีไว้เพื่อใช้ในการกระทำความผิด หรือ
(2) ทรัพย์สินซึ่งบุคคลได้มาโดยได้กระทำความผิด
เว้นแต่ทรัพย์สินเหล่านี้เป็นทรัพย์สินของผู้อื่นซึ่งมิได้รู้เห็นเป็นใจด้วยในการกระทำความผิด
ขณะที่ เพื่อนร่วมแก๊งซึ่งถือเป็นตัวการร่วมกระความผิด มาตรา 83 ในกรณีความผิดใดเกิดขึ้นโดยการกระทำของบุคคลตั้งแต่สองคนขึ้นไป ผู้ที่ได้ร่วมกระทำความผิดด้วยกันนั้นเป็นตัวการ ต้องระวางโทษตามที่กฎหมายกำหนดไว้สำหรับความผิดนั้น
ผู้สนับสนุนผู้กระทำความผิด มาตรา 86 ผู้ใดกระทำด้วยประการใดๆ อันเป็นการช่วยเหลือ หรือให้ความสะดวกในการที่ผู้อื่นกระทำความผิดก่อนหรือขณะกระทำความผิด แม้ผู้กระทำความผิดจะมิได้รู้ถึงการช่วยเหลือหรือให้ความสะดวกนั้นก็ตาม ผู้นั้นเป็นผู้สนับสนุนการกระทำความผิด ต้องระวางโทษสองในสามส่วนของโทษที่กำหนดไว้สำหรับความผิดที่สนับสนุนนั้น
ส่วนเด็กแว้นคนใดเป็นเยาวชนที่อายุต่ำกว่า 18 ปี หากเป็นผู้ขับขี่ ตำรวจจะคุมตัวส่งศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง เพื่อ ทำการอบรมปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ก่อนส่งตัวไปควบคุมที่สถานพินิจ อย่างน้อย 1 สัปดาห์ โดยตามพ.ร.บ.ศาลเยาวชนและครอบครัวปี 2553 ระบุไว้ว่า หลังจากเจ้าหน้าที่จับกุมผู้ต้องหาที่เป็นเยาวชน จะต้องส่งตัวมาพักที่สถานพินิจฯ ก่อนส่งฟ้องศาลเยาวชน
เยาวชนที่ถูกจับกุมจะอยู่กับสถานพินิจประมาณ 1-3 เดือน หากบำบัดและเยียวยาได้ยาก อาจจำเป็นต้องอยู่นานกว่า 1 ปี และศาลเยาวชนจะสั่งให้กรมพินิจฯ ส่งตัวเยาวชนไปยังศูนย์ฝึกอบรมเด็กและเยาวชนที่มีอยู่ทั่วประเทศ 18 แห่ง เพื่ออบรม บำบัด พร้อมฝึกวิชาชีพ
สุดท้าย ผู้ปกครองก็มีสิทธิถูกดำเนินคดีด้วย หากสอบสวนพบว่า ปล่อยปละละเลยไม่ดูแลบุตรหลานอายุต่ำกว่า 15 ปี ในยามวิกาลหลังเวลา 22.00 น. ตามพ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546
เบื้องลึกเบื้องหลังปฏิบัติการล้อมจับครั้งมโหฬาร นอกจากจะเรียกเสียงชื่นชมจากสังคมได้แล้ว ยังถือเป็นบทเรียนความสำเร็จของเจ้าหน้าที่ในการสยบความซ่าของเหล่าเด็กแว้นให้เข็ดหลาบ


