posttoday
แก้สลากแพง ระวังจะเสียค่าโง่

แก้สลากแพง ระวังจะเสียค่าโง่

05 มิถุนายน 2558

การเดินหน้าแก้ปัญหาสลากเกินราคาของคณะกรรมการสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลชุดใหม่ ภายใต้คำสั่งแต่งตั้งตามมาตรา 44 ของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่มี พล.ต.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ เป็นประธานบอร์ดสลากฯ กำลังถูกสังคมจับตาดูอยู่ว่าจะทำให้ราคาสลากขายได้ใบละ 80 บาทหรือไม่

การเดินหน้าแก้ปัญหาสลากเกินราคาของคณะกรรมการสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลชุดใหม่ ภายใต้คำสั่งแต่งตั้งตามมาตรา 44 ของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่มี พล.ต.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ เป็นประธานบอร์ดสลากฯ กำลังถูกสังคมจับตาดูอยู่ว่าจะทำให้ราคาสลากขายได้ใบละ 80 บาทหรือไม่

ถือเป็นภารกิจท้าทาย ทั้งประธานบอร์ดสลากฯ พล.ต.ฉลองรัฐ นาคอาทิตย์ ผู้อำนวยการสำนักงานสลากฯ และ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในฐานะที่เลือกทั้งสองคนเข้ามาจัดการขบวนการค้าสลากเกินราคา

มาตรการชุดสกัดสลากแพงทั้งแผ่นดิน เริ่มแล้วตั้งแต่วันที่ 3 มิ.ย. ใครขายสลากเกินราคาจะถูกจับและย้อนรอยตรวจต้นตอทันที จากนั้นก็เช็กบิลด้วยกฎหมายปราบมาเฟีย นอกจากนี้ยังลดระยะเวลาโควตาจากเดิมเคยให้ 2 ปี ก็เหลือ 6 เดือน ลดจำนวนโควตารายย่อยเหลือรายละ 5 เล่มใหญ่ ส่งผลให้คนที่เคยได้สลากน้อยกว่า 5 เล่มที่มีอยู่กว่า 1 หมื่นราย ได้สลากไปขายมากขึ้น

แต่ที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์มาก คือ การเพิ่มส่วนลดให้ผู้ค้าสลาก ทั้งนิติบุคคล สมาคม มูลนิธิ และรายย่อย ด้วยการไปลดเงินนำส่งเข้ารัฐจาก 28% เหลือ 20% โดยใน 8% ที่ลดไปนั้น มีการนำ 3% ไปตั้งกองทุนพัฒนาสังคม ที่ยังถูกตั้งข้อสังเกตว่า ในอนาคตจะถูกการเมืองแทรกแซงการใช้จ่ายเหมือนที่เคยเกิดในทัวร์นกขมิ้นของอดีตนายกรัฐมนตรีหรือไม่ 

ส่วนอีก 5% จะถูกมาเพิ่มเป็นส่วนลดให้ผู้ค้าสลากรายย่อยจาก 7% เป็น 12% และนิติบุุคคล สมาคม มูลนิธิ ให้เพิ่มจาก 9% เป็น 14% ส่งผลให้รายย่อยจะมีรายได้ส่วนต่างเพิ่มจาก 5.40 บาท เป็น 9.60 บาท/คู่ และผู้ค้ารายใหญ่ นิติบุคคล สมาคม มูลนิธิ จะมีรายได้จากเดิม 7.20 บาท เพิ่มเป็น 11.20 บาท

การลดการนำส่งรายได้ดังกล่าว จะทำให้กระทบต่อเงินนำส่งรายได้เข้ารัฐที่นำส่งอยู่ปีละ 1.5-1.6 หมื่นล้านบาท โดยจะนำส่งลดลงอีกปีละ 4,000 ล้านบาท ซึ่งหากเริ่มใช้มาตรการดังกล่าวช่วงระหว่างทดลองตลาดเริ่มในงวดเดือน มิ.ย.- ธ.ค.นี้ จะกระทบเงินนำส่งราว 1,600 ล้านบาท

มีการตั้งประเด็นว่า “ส้มจะหล่น” ในพ่อค้าสลากหรือไม่ เหมือนเอาเงินนำส่งรัฐไปแจกพ่อค้าแม่ค้าหวยอีกปีละ 4,000 ล้านบาท หากมาตรการทางกฎหมายไม่ศักดิ์สิทธิ์พอ หรือเมื่อหมดยุค คสช.ที่สามารถใช้กำลังทหารและตำรวจตรวจจับทั่วประเทศแล้ว สลากจะกลับมาขายเกินราคาอีกหรือไม่

เพราะหากเทียบส่วนลดหรือรายได้ที่เพิ่มขึ้นในปัจจุบันเฉลี่ยคู่ละ 10 บาท กับเมื่อก่อนหน้านี้ที่มีการขายสลากแพง คือหักจากราคา 74.40 บาท กับราคาขายเกินราคาที่ 120 บาท เท่ากับจะมีส่วนต่างมากถึง 45.60 บาท/คู่  และนี่คืออีกโจทย์ที่ท้าทายรัฐบาลชุดนี้มากว่าจะจัดการกับขบวนการค้าสลากเกินราคาได้อย่างไร โดยไม่ทำให้สำนักงานสลากฯ ต้องเกิดอาการเสียค่าโง่ เอาเงินรายได้นำส่งรัฐไปเพิ่มส่วนลดให้พ่อค้าแม่ค้าที่รวยกันอยู่แล้วให้รวยมากขึ้นไปอีก

ทั้งนี้ จากการสำรวจตลาดสลากเชื่อว่า แม่ค้าจักรยาน พวกที่ไม่มีโควตา อยู่ระหว่างรอดูทิศทางลมสักเดือนสองเดือนเรื่องราคาขายสลาก เพราะราคาขายที่ศูนย์ค้าสลาก มีการเปิดราคากันตั้งแต่คู่ละ 72-80 บาท ตามราคาที่สำนักงานสลากฯ กำหนด ซึ่งหากต้องซื้อเพื่อเอาไปขายตามราคาหน้าสลากที่ 80 บาท ก็คงไม่คุ้มค่าต่อการลงทุนนัก

นอกจากนี้ ยังต้องดูว่าตำรวจ ทหารจะปราบปรามเอาจริงเอาจังไปได้นานแค่ไหน แน่นอนว่าในช่วงแรกๆ เราคงจะได้เห็นการขายสลากราคาเหลือ 80 บาท เพราะมีการปูพรมตรวจอย่างจริงจัง แต่เมื่อทอดระยะเวลานานไป ชุดเฉพาะกิจที่ระดมกันมาก็ต้องมีวันเลิกรากันไป ช่วงนี้จึงเป็นช่วงวัดใจว่าใครจะอดทนกว่ากัน ระหว่างแม่ค้าสลากกับทหาร ตำรวจที่ไปจัดระเบียบสลากแพง

อีกประเด็นที่ต้องจับตาคือ โควตาสลากการกุศล 22 ล้านฉบับ ที่จะครบสัญญาในงวด 16 ก.ค.นี้ ล็อตนี้เป็นโควตาของมูลนิธิสำนักงานสลากฯ ที่มีจำนวนค่อนข้างมาก และถูกจับตาว่ากันเอาไว้จัดสรรให้การเมือง ในส่วนนี้จะมีการจัดสรรใหม่ โดยยกเลิกโควตาเดิมหรือไม่ หากยกเลิกใครจะได้โควตานี้ไป

อย่างไรก็ดี วิธีการแก้ปัญหาสลากแพงยังมีอีกหลายวิธีที่สำนักงานสลากฯ ยังไม่งัดออกมาใช้ ทั้งการขายผ่านร้านสะดวกซื้อ ห้างค้าปลีกค้าส่ง วิธีนี้แม่ค้าจักรยานกลัวมาก แต่ก็คงทำได้ไม่ง่าย เพราะสำนักงานสลากฯ ยังตกลงเรื่องราคากับร้านค้าไม่ลงตัว หรือการเปิดขายแบบเสรี วิธีนี้ดีกับผู้ค้าตัวจริงไม่ต้องไปซื้อผ่านยี่ปั๊ว, ยังมีวิธีการเพิ่มราคาสลากให้แพงใกล้เคียงกับความรู้สึกของคน โดยมีการเสนอให้ขึ้นราคาสลากเป็น 100 บาท หากแม่ค้าจะขายเกินราคาไปถึง 150 บาท ก็เชื่อว่าไม่มีใครยอมซื้อแน่นอน และสุดท้ายคือการออกสลากออนไลน์ หากทำครบทุกวิธีแล้วยังแก้ไม่ได้ ไม่แน่ว่ารัฐบาลนี้อาจจะออกสลากออนไลน์ไปเลยก็ได้ เพราะขณะนี้แม้แต่ประเทศเพื่อนบ้านก็ออกสลากออนไลน์กันหมดแล้ว

เพราะฉะนั้นการแก้ปัญหาสลากเกินราคาต้องอดใจรอ เพราะปัญหานี้สั่งสมมานานกว่า 20 ปี จะให้แก้เสร็จภายในเดือนเดียวคงไม่มีใครทำได้ แต่หากคณะกรรมการสลากฯชุดนี้มาทำให้ประเทศชาติเสียหาย เชื่อว่าสุดท้ายก็ไปไม่รอดถูกประชาสังคมฟ้องเรียกค่าเสียหายคืนอย่างแน่นอน

ข่าวล่าสุด

ปภ. รายงานน้ำท่วมใน 20 จังหวัด- กทม.  เร่งช่วยเหลือฟื้นฟูพื้นที่

ปภ. รายงานน้ำท่วมใน 20 จังหวัด- กทม. เร่งช่วยเหลือฟื้นฟูพื้นที่