
ผบ.ทบ.สั่งพักราชการ "พล.ท.มนัส" พร้อมตั้งกก.สอบวินัย
ผบ.ทบ. สั่ง พักราชการ "พล.ท.มนัส" หลังถูกตำรวจออกหมายจับคดีค้ามนุษย์ พร้อมตั้งคณะกรรมสอบด้านวินัย ขณะที่เจ้าตัวปฎิเสธยังไม่ทราบเรื่อง
ผบ.ทบ. สั่ง พักราชการ "พล.ท.มนัส" หลังถูกตำรวจออกหมายจับคดีค้ามนุษย์ พร้อมตั้งคณะกรรมสอบด้านวินัย ขณะที่เจ้าตัวปฎิเสธยังไม่ทราบเรื่อง
เมื่อวันที่ 1 มิ.ย. พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) กล่าวถึงกรณีที่เจ้าหน้าที่ตำรวจออกหมายจับ พล.ท.มนัส คงแป้น ผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก ในข้อหาร่วมกันค้ามนุษย์ว่า ได้มีการติดตามข้อมูลมาระยะหนึ่งแล้ว โดยทางกองทัพบกได้ประสานความร่วมมือกับทางตำรวจ
"ผมได้ให้นโยบายไว้แล้วว่า หากมีกำลังพลผู้ใดมีส่วนเกี่ยวข้องเรื่องผิดกฎหมาย จะดำเนินการโดยเด็ดขาด ใครผิดจะไม่ให้การสนับสนุนหรือช่วยเหลือใดๆ ดังนั้น เมื่อตำรวจมีข้อมูลความเชื่อมโยง ก็ต้องเป็นไปตามกฎหมายและดำเนินการโดยเด็ดขาด"พล.อ.อุดมเดชกล่าว
พล.อ.อุดมเดช กล่าวว่า เรื่องการออกหมายจับคงจะต้องดำเนินการตามระเบียบของกระทรวงกลาโหม เพราะมีขั้นตอนอยู่ว่า หากถึงขั้นออกหมายจับก็จะต้องดำเนินการตามขั้นตอนด้วยการให้พักราชการ นอกจากนี้หากมีผลกระทบต่อเรื่องการทำคดีความต่างๆก็จะสั่งการไม่ให้เจ้าหน้าที่คนดังกล่าวเข้าไปในพื้นที่ที่เกี่ยวข้อง หากมีข้อมูลหลักฐานก็ต้องว่าไปตามนั้น โดยทาง พล.ท.มนัส ก็ต้องต่อสู้ตามกฎหมายต่อไป
"เรื่องนี้ ผมรับทราบมาระยะหนึ่งแล้ว แต่ไม่ได้เปิดเผย การออกหมายจับ พล.ท.มนัส จึงไม่ใช่เรื่องที่น่าตกใจ เพราะให้ตำรวจรวบรวมหลักฐานเต็มที่เพื่อดำเนินคดีให้รัดกุมเรียบร้อยเท่านั้นเอง เมื่อตำรวจมั่นใจสามารถออกหมายจับได้ก็ดำเนินการตามขั้นตอน หากผิดต้องเป็นไปตามผิด คงต้องเป็นการต่อสู้ให้ข้อมูลของ พล.ท.มนัส ว่าจะมีข้อมูลที่สามารถต่อสู้อย่างไรได้ หาก พล.ท.มนัส ผิดกองทัพคงไม่เข้าไปช่วยเหลือใดๆ กองทัพบกจะมีการสอบสวนเพื่อเอาผิดทางวินัยตามขั้นตอนต่อไป"พล.อ.อุดมเดช กล่าว
พล.อ.อุดมเดช กล่าวว่า ไม่ว่าจะเป็นกำลังพลคนใดตาม ที่เข้าไปเกี่ยวพันกับเรื่องการค้ามนุษย์จะต้องดำเนินการเฉียบขาดทั้งนี้ทางกองทัพบกคงจะตั้งคณะกรรมการจากกองทัพภาคที่ 4 เพื่อสอบสวนทางด้านวินัย ส่วนการดำเนินคดีอาญาก็ต้องทำควบคู่กันไป เพราะทางกองทัพบก ก็ต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงด้วยว่า พล.ท.มนัส มีส่วนเกี่ยวข้องอย่างไรหรือมีใครเข้าไปเกี่ยวข้องอีกหรือไม่ แต่ก็ต้องยอมรับว่าเจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการมาถึงขนาดนี้คงมีข้อมูลมากสมควรซึ่งเรายังให้โอกาส พล.ท.มนัส เพื่อต่อสู้ตามสิทธิ
พล.อ.อุดมเดช กล่าวอีกว่า หากผลการสอบสวนยืนยันว่า พล.ท.มนัส เข้าไปเกี่ยวข้องจริง และเป็นคดีอาญาก็คงต้องปลดออกจากราชการ หากกำลังพลดีก็ต้องดูแล เพราะได้ทำงานมาอย่างเหน็ดเหนื่อยในการดูแลอธิปไตยตามแนวชายแดนและดูแลเรื่องความไม่สงบเรียบร้อยภายใน ดังนั้นคนที่เข้ามาแอบแฝงอยู่ก็ต้องให้ออกจากราชการไปแต่กรณีของ พล.ท.มนัส จะต้องให้โอกาสในเรื่องสิทธิการต่อสู้ทางด้านกฎหมาย
ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าว ได้โทรศัพท์ถึง พล.ท.มนัส เพื่อสอบถามถึงประเด็นดังกล่าว โดยได้รับคำตอบเพียงสั้นๆว่า ยังไม่ทราบเรื่องและได้ปฏิเสธที่จะตอบคำถามอื่นๆ







