
ปฏิรูปสงฆ์ อย่าให้สะเทือนพระบ้านนอก
การเสวนาเรื่องสถานการณ์พระพุทธศาสนาระหว่างพระธรรมราชานุวัตร และกรรมการสถาบันโพธิคยาวิชชาลัย 980
โดย...สมาน สุดโต
การเสวนาเรื่องสถานการณ์พระพุทธศาสนาระหว่างพระธรรมราชานุวัตร และกรรมการสถาบันโพธิคยาวิชชาลัย 980 เมื่อไม่นานมานี้ ที่วิทยาลัยสงฆ์เชียงรายได้ข้อสรุปว่าปัญหาพระสงฆ์ที่เป็นข่าวนั้น ล้วนแต่เป็นปัญหาพระสงฆ์ในกรุง ส่วนพระสงฆ์ในภูมิภาค ไม่มีปัญหาดังกล่าว เพราะไม่มีเงินทอง ไม่มีการวิ่งเต้นเรื่องสมณศักดิ์ และเหนืออื่นใดพระสงฆ์ส่วนมากตั้งอยู่ในกรอบพระธรรมวินัย อยู่ในสายตาคณะศรัทธาและกรรมการวัด ที่คอยควบคุมพฤติกรรมอย่างใกล้ชิด
ดังนั้น เมื่อมีการเคลื่อนไหวปฏิรูปพระสงฆ์ ขอให้นึกถึงหัวอกพระบ้านนอกด้วย
ทัศนะพระธรรมราชานุวัตร
พระธรรมราชานุวัตร เจ้าอาวาสวัดพระแก้ว อ.เมือง จ.เชียงราย และดำรงตำแหน่งเจ้าคณะภาค 6 ได้ตอบสนองความวิตกของ สุภชัย วีระภุชงค์ เลขาธิการสถาบันโพธิคยาวิชชาลัย 980 ที่ไปพบและปรารภถึงปัญหาของพระสงฆ์ที่สะเทือนความรู้สึกชาวพุทธ และการเคลื่อนไหวของสมาชิกสภาปฏิรูปที่ต้องการปฏิรูปพระสงฆ์ใน 4 หัวข้อ ตามที่เป็นข่าวไปแล้ว
พระสังฆาธิการ 12 ระดับ
ก่อนอื่น พระธรรมราชานุวัตร เล่าถึงหลักการบริหารคณะสงฆ์ในปัจจุบัน ว่ามีพระสังฆาธิการรับผิดชอบ 12 ระดับ เริ่มจากวัด ผู้รับผิดชอบคือ เจ้าอาวาส รองและผู้ช่วย เจ้าคณะตำบล และรอง เจ้าคณะอำเภอ และรอง เจ้าคณะจังหวัด และรอง เจ้าคณะภาค และรอง และเจ้าคณะใหญ่หนต่างๆ 4 หน บวกเจ้าคณะใหญ่ธรรมยุต
พระสังฆาธิการ คือ พระที่ได้รับมอบหมายให้ปฏิบัติหน้าที่ในการคณะสงฆ์ แต่ละตำแหน่งถูกบังคับด้วยระเบียบ เรียกว่า จริยาพระสังฆาธิการ ใครละเมิดมีบทลงโทษ
(จริยา คือ พระสังฆาธิการต้องเอื้อเฟื้อต่อกฎหมาย พระราชบัญญัติคณะสงฆ์ กฎกระทรวง กฎมหาเถรสมาคม ข้อบังคับ ระเบียบ คำสั่ง มติ ประกาศ พระบัญชาสมเด็จพระสังฆราช สังวรและปฏิบัติตามหลักพระธรรมวินัยโดยเคร่งครัด ถ้าละเมิด ถูกลงโทษตามโทษานุโทษ คือ ถอดถอน ปลด จากตำแหน่งหน้าที่ ตำหนิ และภาคทัณฑ์)
ปัญหาพระในกรุง
ปัญหากระเทือนสังฆมณฑลก็จริงอยู่ แต่ (พระสงฆ์) ในต่างจังหวัดไม่มีพฤติกรรมเหมือนส่วนกลาง เช่น ไม่มีการวิ่งเต้นหาตำแหน่ง จะแต่งตั้งหรือไม่แต่งตั้ง ไม่มีปัญหา
พระต่างจังหวัดนั้น ถ้าหากให้ออกจากเจ้าอาวาส จะยินดีทีเดียว เพราะจะเป็นหรือไม่ ไม่มีประโยชน์โพดผลอะไร
ส่วนที่ว่าสังคมพระมีแต่รับไม่มีให้นั้น เวลารับมีคนเห็น แต่เวลาให้ไม่มีใครรู้ แต่พระนั้นรับเพื่อให้ หรือรับเพื่อแจก แบกเพื่อหมู่เพื่อคณะมากกว่า
เจ้าอาวาสบ้านนอกมีนิตยภัตเดือนละ 1,800 บาท จ่ายค่าน้ำ ค่าไฟ ก็ไม่พอ
ฉะนั้นพระสังฆาธิการในส่วนภูมิภาคไม่ค่อยเป็นทุกข์เป็นร้อนกับข่าวต่างๆ ที่เกิดขึ้นในส่วนกลาง
ชาวบ้านคุม
พระสงฆ์ในส่วนภูมิภาคนั้น นอกจากประพฤติปฏิบัติตามพระธรรมวินัย ตาม พ.ร.บ.คณะสงฆ์ ตามกฎสังคมและศาสนา ยังมีผู้ที่คอยดูแลอีกชั้นหนึ่ง คือ กรรมการวัดและคณะศรัทธา
หาก (พระสงฆ์) ประพฤติปฏิบัติไม่ดี ศรัทธาไม่เลี้ยง ไม่ส่งปิ่นโต ก็อยู่ไม่ได้ หรือแค่มีการซุบซิบไม่ไว้วางใจกัน ก็อยู่ไม่ได้แล้ว นี่คือการควบคุมพฤติกรรมโดยคณะศรัทธา โดยคณะกรรมการ วิธีการนี้ไม่มีในกรุงเทพมหานคร วัดในกรุงเทพมหานครมีศรัทธากี่หลังคาบ้าน ตอบว่าไม่มี ส่วนวัดบ้านนอกนับได้
นอกจากนั้น ต่างจังหวัดพระน้อย แต่ละตำบลรู้ว่าใครเป็นใคร ไม่วิ่งเต้นเพื่อให้ได้ตำแหน่ง ถ้าวิ่งเต้นไป หากเขาไม่ยอมรับก็อยู่ไม่ได้ ไม่ว่าตำแหน่งใดๆ ทั้งเจ้าอาวาส เจ้าคณะตำบล เจ้าคณะอำเภอ หรือเจ้าคณะจังหวัด นี่คือการควบคุมพฤติกรรม (กันเอง) ไม่ต้องใช้กฎ ไม่ต้องใช้ระเบียบต่างๆ อะไร
เพราะฉะนั้น หากจะแก้ไขอะไร ขอให้แก้ไขในกรุงเทพมหานครเถิด
ความในใจของโยม
สุภชัย วีระภุชงค์ ซึ่งทุ่มเทสนับสนุนอุปถัมภ์พระสงฆ์ในการเรียนรู้พระธรรมระดับสูง เป็นห่วงพระสงฆ์บางรูปที่ไม่สนใจให้สติปัญญาประชาชน บางรูปพยายามมอมเมาด้วยวิธีต่างๆ ทำเหมือนไม่ได้มีระเบียบควบคุม ทำให้เกิดปัญหา ศรัทธาคลอนแคลน ได้กล่าวว่า ที่ตนในฐานะนักธุรกิจ และเพื่อนๆ ที่ทุ่มเททำงานเพื่อสร้างพระให้มีความรู้ความสามารถในการเผยแผ่ ที่เรียกว่าโครงการส่งพระธรรมทูตไปศึกษาและ
ปฏิบัติธรรมเชิงลึกแดนพุทธภูมินั้น ก็ทำด้วยศรัทธา ทำด้วยใจล้วนๆ มันเป็นความสุข แต่เมื่อไรหมดความสุข ก็พร้อมจะโดดหนีเหมือนกัน
วิวัฒนาการ พรบ.สงฆ์
พระธรรมราชานุวัตร กล่าวว่า เห็นใจผู้ทุ่มเทเพื่อพระศาสนา จึงเล่าถึงการปฏิรูปที่เคยคิดเคยทำในอดีต เพื่อแก้ปัญหาบางอย่าง เช่น ประมาณ พ.ศ. 2540 เคยมีการเคลื่อนไหวยกร่าง กม.ให้มีสภามหาคณิศร เพื่อแบ่งเบาภาระมหาเถรสมาคม (มส.) มาแล้ว แต่ก็ล้มไป
ส่วนวิวัฒนาการ พ.ร.บ.สงฆ์ มีมาต่อเนื่อง คือก่อนที่จะใช้ พ.ร.บ.สงฆ์ พ.ศ. 2505 นั้นมี พ.ร.บ.สงฆ์ พ.ศ. 2484 บริหารงานแบบกระจายอำนาจ มีองค์การปกครอง องค์การศึกษา องค์การเผยแผ่ และองค์การสาธารณูปการ แต่ พ.ร.บ.สงฆ์ พ.ศ. 2505 อำนาจมารวมศูนย์ ที่ มส.และสมเด็จพระสังฆราช และใช้บังคับถึงปัจจุบัน
ในการเสวนาวันนั้น ได้แลกเปลี่ยนทัศนะทั้งจากพระสงฆ์และญาติโยมที่ร่วมประชุม เพื่อต้องการให้พระพุทธศาสนายั่งยืน มั่นคง เป็นที่พึ่งของชาวพุทธ แม้ว่าปัญหาพระ (ในส่วนกลาง) จะมีมาก ก็ช่วยชำระสะสาง แต่อย่าปฏิรูปให้สะเทือนพระบ้านนอกก็แล้วกัน







