
รวบแล้วคนร้ายทุบกระจกรถลักทรัพย์"บี มาติกา"
ตำรวจ สน.ลุมพินี รวบ 2 คนร้ายทุบกระจกรถลักทรัพย์ "บี มาติกา" นักแสดงสาว ลักทรัพย์สินไปกว่า 5 แสนบาท
ตำรวจ สน.ลุมพินี รวบ 2 คนร้ายทุบกระจกรถลักทรัพย์ "บี มาติกา" นักแสดงสาว ลักทรัพย์สินไปกว่า 5 แสนบาท
วันที่ 29 พ.ค. พล.ต.ท.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล ผบช.น. พร้อมด้วย เจ้าหน้าที่ตำรวจสน.ลุมพินี แถลงผลการจับกุมนายสุจินดา หรือโอม พันปาน อายุ 22 ปี และนายธราธร หรือบาส ไกรสมเลิศ อายุ 25 ปี พร้อมของกลาง นาฬิกายี่ห้อปาแต๊ะ ฟิลลิปส์1 เรือน ต่างหูยี่ห้อชาแนล 1 คู่ ต่างหูทรงกลม สีน้ำเงิน 1คู่ ต่างหู ทรงระย้า 1คู่ สร้อยข้อมือเส้นเล็ก 2 เส้น สร้อยข้อมือเส้นใหญ่ 1 เส้น เข็มกลัดยี่ห้อชาแนล 1 ชิ้น ไขควงปากแบน ด้ามสั้น สีดำ 1 อัน กระเป๋าสะพายแบบหญิงยี่ห้อแอร์เมส สีดำ ราคาประมาณ 300,000 บาท 1 ใบ กระเป๋าสะพายแบบหญิงยี่ห้อแอร์เมส สีแดง ราคาประมาณ 300,000 บาท 1 ใบ จับกุมได้หน้าบ้านเลขที่ 152 ซ.นาคภาษิต แขวงและเขตสวนหลวง กทม.
สืบเนื่องจาก เมื่อวันที่ 9 พ.ค. เวลาประมาณ 21.45น.ได้มีเหตุคนร้ายร่วมกันก่อเหตุลักทรัพย์ทุบกระจกรถยนต์ยี่ห้อจากัวร์สีเทาทะเบียน พว77 ของนายกรกฤช จุฬางกูร อายุ 37 ปี กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซัมมิท โอโต บอดี้ อินดัสตรี จำกัด และบริษัท ซัมมิท โอโตซีท จำกัด โดยมี น.ส.มาติกา หรือบี อรรถกรศิริโพธิ์ อายุ 29 ปี ดารานักแสดงนั่งมาด้วยพร้อมวางทรัพย์สินไว้ในรถของนายกรกฤช และรถยนต์ยี่ห้อเบนซ์รุ่นซีคลา ส สีขาว ทะเบียน 1 กธ 3663 กทม.โดยเหตุเกิดที่บริเวณถนนสารสิน ใกล้แยกสารสินตัดหลังสวน เยื้องธนาคารธนชาติ ถ.สารสิน แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน ซึ่งคนร้ายได้ทรัพย์สินไปหลายรายการ ประมาณ 500,000 บาท
ต่อมาชุดสืบสวน สน.ลุมพินีได้สืบสวนขยายผลจนทราบว่า วันเกิดเหตุได้มีคนร้ายสองคน คือนายสุจินดาและนายธราธร ทั้งสองคนอยู่ในแก๊งนาคภาษิต ได้ขับรถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า รุ่น เอ็ม เอส เอ็กซ์ สีน้ำเงิน โดยนายธราธรเป็นคนขับ นายสุจินดาเป็นผู้ซ้อนท้าย เมื่อทั้งสองขับมาถึงบริเวณที่เกิดเหตุพบรถยนต์2คันจอดอยู่ นายสุจินดาจึงลงจากรถและใช้ไขควงปากแบนงัดกระจกข้างด้านซ้ายจนหลุดจากนั้นเข้าไปขโมยทรัพย์สินภายในรถ ก่อนจะหลบหนีไปและนำทรัพย์สินไปแบ่งกัน
จากการสอบสวนนายธราธรให้การรับสารภาพว่าได้ก่อเหตุทุบกระจกรถจริงเนื่องจากเมาน้ำกระท่อ ระหว่างที่ขับรถจักรยานยนต์ผ่านไปเห็นรถยนต์คันดังกล่าว จึงได้ลงมือก่อเหตุลักทรัพย์ ก่อนหน้านี้เคยติดคุกเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร หลังถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจสน.หัวหมาก จับกุมข้อหาลักทรัพย์ เมื่อปี 2553 ส่วนนายนายสุจินดา หรือ โอม ติดคุกถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจสน.หัวหมากคดีลักทรัพย์เมื่อต้นปี2558จากนั้นจึงได้รู้จักในภายในเรือนจำ ก่อนที่ออกจากคุกมากินเที่ยวด้วยกัน แล้วขับรถจยย.ผ่านมา เห็นรถยนต์คันดังกล่าว จึงได้ลงมือก่อเหตุ โดยเอาเงินที่ได้แบ่งกันและเอาทรัพย์สินบางส่วนโยนทิ้งคลองแสนแสบย่านหัวหมากทั้งนี้ ทรัพย์สินที่เป็นกระเป๋า ต่างหู ที่ตรวจยึดได้นั้น ที่ไม่นำไปขายเนื่องจากไม่ทราบว่ามีราคาแพง ส่วนกระเป๋าสตางค์ ยี่ห้อ ชาแนล สีดำ แว่นตากันแดด ยี่ห้อดิออร์ ไปทิ้งลงคลองแสนแสบ
ด้านน.ส.มาติกา กล่าวว่า ปกติจะจอดรถบริเวณที่เกิดเหตุเป็นประจำ และไม่คิดว่าจะถูกทุบรถลักทรัพย์ส่วนหนึ่งเพราะตนเองก็ไม่ระมัดระวัง ที่เก็บทรัพย์สินไว้ในรถไม่ได้นำติดตัวเนื่องจากจะลงไปไม่นานโดยวางของไว้บนพื้นรถบริเวณหน้าเบาะหลังไม่คิดว่าคนร้ายจะเห็น ปกติมีคนขับรถคอยเฝ้าแต่ว่าอยู่ในรถอีกคันหนึ่ง ตนไม่ทราบเหมือนกันว่า คนร้ายทุบกระจกรถแล้วทำไม่สัญญาณ กันขโมยถึงไม่ดัง ส่วนของกลางที่ยังไม่ได้คืนนั้น มีแว่นยี่ห้อคริสเตียน ดิออร์ (Christian Dior) 16,000 กระเป๋าเครื่องสำอางชุดใหญ่ ราคา 50,000 บาท กระเป๋ายี่ห้อครอส (Coach) กระเป๋าสตางค์ใส่เงินยี่ห้อชาแนล (CHANEL) มีเงินเยน 20,000 บาท เงินไทยประมาณ 6,000 บาท
เบื้องต้นตำรวจแจ้งข้อหา ร่วมกันลักทรัพย์ในเวลากลางคืน โดยทำอันตรายสิ่งกีดกั้นสำหรับคุ้มครองทรัพย์ โดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำความผิดหรือพาทรัพย์ไป หรือรับของโจร ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สน.ลุมพินี ดำเดินคดีตามกฎหมายต่อไป







