กมธ.ยกร่างฯเผยสปช.-ครม.ขอแก้ที่มาสว.-การขับเคลื่อนปฏิรูปมากสุด
"คำนูณ" เผย สปช.-ครม. ขอแก้ มาตรา 121 ที่มา สว. - มาตรา 279 การขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ เป็นอับดับหนึ่ง นัดแจงคำข้อแก้ไขร่างฯ 2 -6 มิ.ย.
"คำนูณ" เผย สปช.-ครม. ขอแก้ มาตรา 121 ที่มา สว. - มาตรา 279 การขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ เป็นอับดับหนึ่ง นัดแจงคำข้อแก้ไขร่างฯ 2 -6 มิ.ย.
เมื่อวันที่ 28 พ.ค. ณ รัฐสภา นายคำนูณ สิทธิสมาน โฆษกคณะกรรมาธิการ(กมธ.)ยกร่างรัฐธรรมนูญ แถลงผลการประชุมคณะกมธ.ยกร่างฯ วันนี้ ว่า คณะกมธ.ยกร่างฯ จะเริ่มพิจารณาหลักการและถ้อยคำร่างรัฐธรรมนูญรายมาตรา หลังจากการรับฟังคำชี้แจงของผู้ยื่นคำขอแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญทั้ง 9 กลุ่ม รวมถึงรับฟังข้อคิดเห็นของพรรคการเมืองและข้อเสนอของประชาชน อย่างไรก็ตามในเบื้องต้นคณะกมธ.ยกร่างฯ ได้จำแนกคำขอแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญเป็น 2 ประเภท คือ 1. ตารางสรุปข้อเสนอแนะและความคิดเห็นของผู้ยื่นคำขอแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญทั้ง 9 กลุ่ม และ 2. เอกสารแจงคำขอแก้ไขรายมาตรา โดยการนำคำขอแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญทั้ง 9 กลุ่ม มาบรรจุในแต่ละมาตราเพื่อนำมาประกอบการพิจารณา
ทั้งนี้ผู้ยื่นคำขอแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญที่ยื่นขอแก้ไขรายมาตรามากที่สุด คือ กลุ่มของนายสมบัติ ธำรงธัญวงศ์ ประธารคณะกมธ.ปฏิรูปการเมือง สภาปฏิรูปแห่งชาติ(สปช.) จำนวน 334 จุด รองลงมา คือ กลุ่มของนายธีรยุทธ์ หล่อเลิศรัตน์ ประธานคณะกมธ.ปฏิรูปการบริหารราชการแผ่นดิน สปช. จำนวน 49 จุด และกลุ่มของนายสมชัย ฤชุพันธุ์ ประธานคณะกมธ.ปฏิรูปเศรษฐกิจการเงินและการคลัง จำนวน 49 จุด เช่นกัน โดยประเด็นที่ผู้ยื่นคำขอแก้ไขรายมาตรามากที่สุด คือ มาตรา 121 เกี่ยวกับที่มาของ สว. มาตรา 279 การขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ และมาตรา 62 ถึงมาตรา 64 เกี่ยวกับการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม เป็นต้น
นอกจากนั้นแล้ว นายคำนูณ กล่าวว่า กระบวนการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญรายมาตราครั้งนี้แตกต่างจากการพิจารณารัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2540 และรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2550 ที่ผู้ยื่นคำขอแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญสามารถสงวนคำแปรญัตติและอภิปรายในที่ประชุมสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) ขณะที่การพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน จะรับฟังคำชี้แจงและขอเสนอของผู้ยื่นคำขอแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญ พรรคการเมือง และประชาชน ระหว่างวันที่ 2-6 มิ.ย. เพื่อประกอบการพิจารณาของคณะกมธ.ยกร่างฯ เท่านั้น ซึ่งวันที่ 22 มิ.ย. - 3 ก.ค. คณะกมธ.ยกร่างฯ จะพิจารณาบทบัญญัติรายมาตราเป็นครั้งสุดท้ายก่อนส่งร่างรัฐธรรมนูญไปยัง สปช. ภายในวันที่ 23 ส.ค. โดย สปช. จะมีอำนาจในการลงมติเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญภายในวันที่ 4 ก.ย. เท่านั้น







