
กรีซ...อีกแล้ว
โดย...นงลักษณ์ อัจนปัญญา [email protected]
โดย...นงลักษณ์ อัจนปัญญา [email protected]
กลายเป็นอีกหนึ่งมหากาพย์น่าระทึกของกรีซ ที่น่าจะทัดเทียมตำนานปกรณัมอีเลียดและโอดิสซีย์ทีเดียวค่ะ กับสถานการณ์วิกฤตหนี้กรีซ ที่จนแล้วจนรอด รัฐบาลนายกรัฐมนตรี อเล็กซิส ไซปราส ผู้นำประเทศก็ยังไม่สามารถบรรลุข้อตกลงในการเจรจากับบรรดาเจ้าหนี้อย่างธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) และสหภาพยุโรป (อียู) ได้
ปัจจุบันกรีซมีมูลค่าหนี้ที่ต้องชำระทั้งหมด 3.2 แสนล้านยูโร คิดเป็นสัดส่วนต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมประเทศ (จีดีพี) ถึง 177% สวนทางกับการเติบโตของจีดีพีประเทศที่ปรับตัวลดลงแล้วกว่า 25% นับตั้งแต่ปี 2010 และอัตราการว่างงานของประชากรในประเทศพุ่งถึง 26%
ทั้งนี้ แม้ล่าสุด ยานิส วารูฟาคิส รัฐมนตรีคลังกรีซ จะออกมาให้คำมั่นว่ากรีซจะสามารถบรรลุข้อตกลงและดำเนินการชำระหนี้งวดแรกจากทั้งหมด 4 งวด มูลค่ารวม 1,600 ล้านยูโร ให้กับไอเอ็มเอฟ โดยมีกำหนดต้องชำระในวันที่ 5 มิ.ย.นี้แน่นอน กระนั้นผลลัพธ์ก็น่าจะยังคงเป็นไปตามที่เคยเรียนรับใช้ไปก่อนหน้านี้ว่า ปัญหากรีซก็จะยังคงเป็นปัจจัยที่จะหลอกหลอนเศรษฐกิจของภูมิภาคยุโรปและบั่นทอนเสถียรภาพสกุลเงินยูโรต่อไปอีกนาน
เหตุผลเพราะต้นตอปัญหาหนี้ที่แท้จริงของกรีซยังไม่ได้รับการปฏิรูปแก้ไขอย่างจริงจัง
ก่อนอื่นต้องทำความเข้าใจกันให้ถ่องแท้เสียก่อนว่า แท้จริงแล้ว ต้นตอปัญหาเศรษฐกิจกรีซนั้นเป็นผลมาจากความอ่อนด้อยของระบบบริหารจัดการของรัฐบาลที่สั่งสมมาอย่างช้านาน ไม่ว่าจะเป็นระบบราชการที่ล่าช้าไม่สมกับค่าแรงที่รัฐจ่ายให้สูงลิ่ว การเล่นพรรคเล่นพวก และการทุจริตคอร์รัปชั่นหรือเรียกรับสินบนแทบจะทุกโครงการจัดซื้อจัดจ้างของรัฐ
เท่านั้นไม่พอ รัฐบาลกรีซแต่ละสมัยยังเสพติดนโยบายประชานิยมเพื่อหวังผลทางการเมืองอย่างหนัก โดยหนึ่งในหลักฐานยืนยันก็คือระบบสวัสดิการที่ทุ่มให้ชนิดไม่คำนึงถึงความเป็นจริงด้านการคลัง
เรียกได้ว่าการเจรจากับบรรดาเจ้าหนี้กรีซในขณะนี้เป็นเพียงการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าเท่านั้น เพราะตราบใดที่กรีซยังไม่ยอมปฏิรูปโครงสร้างทั้งระบบ ที่หมายรวมถึงการบังคับใช้กฎหมายอุดรูโหว่ทุจริต ลด ละ เลิก ระบบรัฐสวัสดิการ เปิดให้มีการแข่งขันในภาคธุรกิจอย่างเป็นธรรม และปฏิรูปการคลังใช้จ่ายอย่างสมเหตุสมผลรัดกุม
ตราบนั้นทั่วโลกก็ยังคงมีเหตุให้ต้องผวากับ “กรีซ” อีกหลายระลอก







