
ครม.กลัวเสียของ วาง 3 หลักล็อก รธน.
ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) นัดพิเศษได้ข้อสรุปประเด็นที่จะเสนอความเห็นต่อร่างรัฐธรรมนูญให้คณะกรรมาธิการ (กมธ.) ยกร่างรัฐธรรมนูญแล้ว
โดย...ทีมข่าวการเมืองโพสต์ทูเดย์
ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) นัดพิเศษได้ข้อสรุปประเด็นที่จะเสนอความเห็นต่อร่างรัฐธรรมนูญให้คณะกรรมาธิการ (กมธ.) ยกร่างรัฐธรรมนูญแล้ว โดย “วิษณุ เครืองาม” รองนายกรัฐมนตรี ชี้แจงว่า ได้เขียนข้อเสนอกำชับ กมธ.ยกร่างฯ ว่า รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ มีหลักการคือ 1.ทำอย่างไรกับผลงาน สิ่งที่รัฐบาลชุดนี้ได้ทำแล้ว รัฐบาลต่อไปสามารถสานต่อไปได้ 2.ทำอย่างไรประเทศชาติในอนาคตจะต้องไม่กลับมาขัดแย้ง ต้องไม่ให้เหตุการณ์กลับไปก่อนวันที่ 22 พ.ค. 2557 และ 3.ทำอย่างไรให้การเมืองในอนาคตได้พัฒนา ก้าวหน้า และให้ความเป็นธรรม เป็นที่พอใจ
“ทั้ง 3 ข้อ ควรเป็นคำตอบในร่างรัฐธรรมนูญใหม่นี้ต้องไม่เสียของ เมื่อมีรัฐธรรมนูญใหม่ รัฐบาลใหม่ สภาใหม่ จะต้องไม่เปิดโอกาสให้ทุจริต ใช้อำนาจที่ผิดครรลองครองธรรม หรือใช้ประชานิยมแบบไม่ถูกต้อง” วิษณุ ระบุ
สำหรับประเด็นให้ปรับปรุงแก้ไข มี 100-120 ประเด็น โดยครึ่งหนึ่งเสนอให้แก้ไขถ้อยคำที่ไม่มีความชัดเจน อ่านแล้วทำให้เกิดความสับสน ขอให้ไปเรียงประโยคใหม่ ส่วนอีกครึ่งเสนอแก้ไขหลักใหญ่ของแต่ละมาตรา โดยที่ข้อเสนอ ครม.ยังยึดตามแนวทาง 315 มาตรา
ในส่วนที่เสนอให้ตัดออก เช่น หาก ครม.สิ้นสุดลง แล้วให้ปลัดกระทรวงรักษาการแทน ไม่จำเป็นต้องเขียนเพราะมีข้อเสียมากกว่าข้อดี เสนอให้ตัดออกแล้วปรับปรุงใหม่ และมาตรา 181 กับ 182 เสนอให้ตัดทิ้ง ส่วนที่ให้ทบทวน อาทิ การจัดเลือกตั้งแบบโอเพ่นลิสต์ กรณีให้คณะกรรมการจัดการเลือกตั้ง (กจต.) จัดเลือกตั้งแทน กกต. อำนาจ สว.ที่ให้ออกกฎหมายได้ ส่วนหมวดของการปฏิรูปก็เสนอให้ทบทวนใหม่ เพราะลงรายละเอียดมากทำให้การปฏิบัติเป็นไปได้ยาก หากปฏิบัติไม่ได้ก็จะผิด
นอกจากนี้ ยังเสนอให้ผู้ตรวจการแผ่นดินและคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติแยกกันเช่นเดิม และโดยภาพรวม ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ว่ามีส่วนที่ดีอยู่มาก ซึ่งขอให้ กมธ.ยกร่างฯ ช่วยพิจารณาว่าจะปรับปรุงแก้ไขในบางส่วนหรือตัดทอนบางส่วนออกไปเพื่อให้สมบูรณ์ขึ้น บางส่วนแก้ไขเพื่อให้ชัดเจน หรือไปใส่ในกฎหมายอื่นได้ รัฐธรรมนูญฉบับนี้จะได้สั้นลงจาก 315 มาตรา ไม่ใช่ว่าจะเอาทุกสิ่งทุกอย่างในโลกใส่ในรัฐธรรมนูญ
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ในที่ประชุม ครม.ได้แสดงความกังวลต่อการยกร่างรัฐธรรมนูญว่า รัฐบาลในอนาคตจะไม่สานต่อกระบวนต่างๆ ตามร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ซึ่งเน้นปฏิรูปและปรองดอง ดังนั้นจะต้องหาแนวทางการขับเคลื่อนปฏิรูปทุกด้าน เพื่อไม่ให้เกิดความขัดแย้งขึ้นอีก รวมทั้งมีข้อหลักประกันว่ารัฐบาลต่อไปต้องสานต่อ ต้องไปหาวิธีการให้สามารถเดินหน้ากระบวนการที่วางไว้ได้ เพราะไม่ต้องการทุกเรื่องที่ทำมาให้เสียของ
ด้านสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ได้ขอแก้ไขทั้งหมด 129 ประเด็น โดย “สมบัติ ธำรงธัญวงศ์” ประธานกรรมาธิการปฏิรูปการเมือง แถลงว่า ประเด็นสำคัญที่ขอแก้ไข อาทิ ให้มี สส. 500 คน จากเขต 400 คน แบ่งเป็นเขตละ 2-3 คน และ สส.บัญชีรายชื่อ 100 คน ส่วนที่มาของ สว.ให้เลือกตั้งทั้งหมด จังหวัดละ 2 คน รวม 154 คน และให้ตัดคณะกรรมการจัดการเลือกตั้ง (กจต.) ออก นอกจากนี้ ให้นายกรัฐมนตรีต้องมาจาก สส.เท่านั้น และรัฐมนตรีเป็น สส.ได้ พร้อมตัดมาตรา 181 และ 182 เรื่องให้รัฐบาลเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจตัวเอง ให้ สส. 1 ใน 10 สามารถยื่นเรื่องให้วุฒิสภา เพื่อตั้งคณะกรรมการไต่สวนอิสระมาพิจารณา และหากมีมูลให้ส่งศาลฎีกาแผนกคดีอาญาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองตัดสิน และในส่วนของอำนาจการถอดถอนให้เป็นหน้าที่ของที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาพิจารณา
วันเดียวกัน ทาง สปช. สนช.และ ครม.ได้ส่งเรื่องประเด็นที่ขอแก้ไขต่อ กมธ.ยกร่างฯ แล้ว ตามกรอบที่กำหนดไว้ภายในวันที่ 25 พ.ค. เพื่อที่จะให้ กมธ.ยกร่างฯ ไปปรับแก้ต่อไป โดย “คำนูณ สิทธิสมาน” โฆษก กมธ.ยกร่างฯ กล่าวว่า จะเชิญผู้ยื่นคำขอแก้ไขเพิ่มเติมชี้แจงด้วยวาจาเพิ่มเติมกลุ่มละ 3-5 คน ใช้เวลาตั้งแต่วันที่ 2-6 มิ.ย.นี้







