posttoday
"บุญส่ง"ดันเพิ่มอำนาจกกต.ส่งหมายเรียกนักการเมือง-หัวคะแนนให้ปากคำ

"บุญส่ง"ดันเพิ่มอำนาจกกต.ส่งหมายเรียกนักการเมือง-หัวคะแนนให้ปากคำ

22 พฤษภาคม 2558

"ศุภชัย" ลั่น กกต. พร้อมจัดเลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญใหญ่ "ธีรวัฒน์" จ่อตั้งหน่วยข่าวกรองสกัดทุจริตเลือกตั้ง

"ศุภชัย" ลั่น กกต. พร้อมจัดเลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญใหญ่  "ธีรวัฒน์" จ่อตั้งหน่วยข่าวกรองสกัดทุจริตเลือกตั้ง 

วันที่ 22 พ.ค.  ณ โรงแรมชลจันทร์  พัทยา รีสอร์ท จ.ชลบุรี คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นำโดยนายศุภชัย สมเจริญ ประธานกกต.พร้อมด้วย นายธีรวัฒน์ ธีรโรจน์วิทย์ กกต.ด้านกิจการพรรคการเมืองและการออกเสียงประชามติ นายบุญส่ง น้อยโสภณ กกต.ด้านกิจการสืบสวนสอบสวนและวินิจฉัย และนายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.ด้านกิจการบริหารงานเลือกตั้ง ร่วมกันแถลงข่าวเกี่ยวกับการรองรับอำนาจหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญฉบับใหม่

นายศุภชัย ประธาน กกต. กล่าวว่า ร่างรัฐธรรมนูญจะผ่านความเห็นของ สปช. และมีการประชามติหรือไม่ กกต. ได้เตรียมความพร้อมเกี่ยวกับร่างรัฐธรรมนูญอย่างไร ตนในฐานะผู้นำองค์กรขอให้คำมั่นว่าไม่ว่ารัฐธรรมนูญจะเป็นอย่างไร กกต. มีความพร้อมที่จะดำเนินการตามรัฐธรรมนูญอย่างเคร่งครัด ซึ่ง กกต. จะปฏิบัติหน้าที่อย่างสุจริต เพื่อไม่ให้เกิดข้อบกพร่องเหมือนการเลือกตั้งวันที่ 2 ก.พ. ปี 57 ที่ผ่านมา สำหรับร่างรัฐธรรมนูญใหม่ตนมีความกังวัง แต่ไม่ได้กังวลว่าจะกระทบกับตนเอง แต่กระทบต่อการได้มาซึ่งการคนดีเข้ามาบริหารประเทศ การที่ คณะกมธ.ยกร่างฯ บัญญัติให้มีคณะกรรมการดำเนินการจัดการเลือกตั้ง (กจต.)  ถ้าให้ กกต. ควบคุมอย่างเดียวจะไม่เกิดประโยชน์ กกต. คิดเสมอว่าจะทำอย่างไรให้การเลือกตั้งสุจริตและเที่ยงธรรม

นาย ศุภชัย กล่าวอีกว่า ขณะกกต.ได้ทำเอกสารคัดค้าน ชี้แนะ ข้อดี ข้อเสีย ของร่างรัฐธรรมนูญที่เกี่ยวข้องกับกกต.เสนอไป 8 ประเด็น ประกอบด้วย 1.เสนอให้กกต.มีอำนาจในการประกาศงดการเลือกตั้งตามพระราชกฤษฎีกาแล้วให้ กำหนดวันเลือกตั้งใหม่ โดยให้นายกรัฐมนตรีเสนอพระราชกฤษฎีกาตามที่กกต. 2.ให้ยกเลิกการมีคณะกรรมการดำเนินการจัดการเลือกตั้ง(กจต) มาจัดการเลือกตั้ง โดยให้กกต.เป็นผู้ควบคุม ดำเนินการ และจัดการให้มีการเลือกตั้งเช่นเดิม  3.ให้กำหนดเรื่องการนับคะแนนว่าให้นับที่หน่วยเลือกตั้งแล้วส่งผลการนับ คะแนนของหน่วยเลือกตั้งไปรวมที่เขตเลือกตั้งเพื่อนับคะแนนรวมแล้วประกาศผล โดยเปิดเผย 4.ให้ยกเลิกการลงคะแนนส.ส.แบบโอเพ่นลิสต์ เพราะจะทำให้เกิดความแตกแยกภายในพรรครุนแรง

ประธานกกต.กล่าวอีกว่า 5.ให้กกต.มีอำนาจเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง(ใบแดง)และสั่งให้มีการเลือกตั้งใหม่ ก่อนประกาศผลการเลือกตั้ง 6.ให้เพิ่มอำนาจกกต.ในการเรียกเอกสาร หรือบุคคลมาให้ถ้อยคำเพิ่มเติม 7.ให้ยกเลิกกลุ่มการเมือง เพราะกลุ่มการเมืองจะทำให้ระบบพรรคการเมืองอ่อนแอ ไม่พัฒนาไปเป็นสถาบันการเมือง และ 8.ให้แก้ไของค์ประกอบของคณะกรรมการสรรหากกต.โดยเสนอว่าควรยึดองค์ประกอบของ คณะกรรมการสรรหาตามรัฐธรรมนูญ 2550 เพราะถือว่ายึดโยงกับประชาชนแล้ว

"กกต.ทุกคนพร้อมที่จะทำทุกอย่างให้ได้ดี กกต.ชุดเราไม่ได้หวงอำนาจ เราอาสามาทำงานในช่วงวิกฤติการณ์เพื่อทำให้การเลือกตั้งสุจริต ได้คนดี มีความรู้ เข้าไปบริหารประเทศนำความเจริญมาสู่ประชาชนให้มีชีวิตกินดีอยู่ดี ที่ผ่านมานานาประเทศก็ให้กกต.เป็นคนจัดการเลือกตั้ง ดังนั้นจึงไม่มีเหตุผลใดที่จะต้องจัดตั้งองค์ใหม่ขึ้นมาเพราะไม่สามารถตอบ โจทย์ได้ว่าจะแก้ไขการทุจริตการเลือกตั้งได้ อาจจะเสียงบประมาณไปโดยเปล่าประโยชน์ "นายศุภชัย กล่าว

นายธีรวัฒน์  กล่าวว่า โจทย์ใหญ่ที่สังคมคาดหวังว่ารัฐธรรมนูญใหม่จะเป็นเครื่องมือปฏิรูปการเมืองให้เป็นประชาธิปไตยแท้จริงได้อย่างไร และโจทย์ใหญ่ที่มาจากความคาดหวังของสังคม คือ ความฝันของ กกต. มาแต่ต้น ซึ่งบทบาทหน้าที่จะทำอย่างไรให้ประชาชนมาใช้สิทธิเลือกตั้ง และอยากเห็นการเลือกตั้งเกิดความบริสุทธิ์ยุติธรรม ตอบสนองความต้องการทางการเมือง จนทำให้ปัญหาต่างๆ ยุติที่การเลือกตั้ง เพื่อไม่ให้เกิดความปั่นป่วนวุ่นวายหรือเดินต่อไปไม่ได้ แต่ต้องยอมรับว่าประชาธิปไตยไทยล้มลุกคลุกคลานมาตลอด ส่วนหนึ่งของปัญหามาจากกระบวนการเลือกตั้งที่ทุจริตแทบทุกหัวระแหง ซึ่งจะทวีความซับซ้อนพลิกแพลงจนตามไม่ทำ เมื่อกระบวนการเลือกตั้งเสียหายตั้งแต่ต้น การเข้าสู่อำนาจของนักการเมืองที่ต้องอาศัยทุน จึงเกิดกระบวนการถอนทุน จนไม่ต้องสงสัยว่าเหตุใดประเทศไทยจึงติดอันดับประเทศที่มีการทุจริต เพราะนักการเมืองได้ทุจริตมาตั้งแต่ต้นแล้ว ฉะนั้น กกต. จึงเกิดขึ้นเพื่อขจัดการทุจริตการเลือกตั้ง ในรอบ 18 ปี กกต. ทุกชุดมีความพยายามขจัดการทุจริตเลือกตั้ง แต่การทุจริตเลือกตั้งยังฝั่งรากลึกและกลายเป็นวัฒนธรรม ดั่งวาทกรรมเงินไม่มากาไม่เป็น สำหรับ กกต. ชุดนี้คิดว่าจะทำอย่างไรจึงจะแก้โจทย์นี้

นายธีรวัฒน์ กล่าวอีกว่า เมื่อวิเคราะห์ธรรมชาติของการทุจริตการเลือกตั้ง คือ การกระทำผิดแบบปกปิดการกระทำ เหมือนกับการซื้อ-ขายยาเสพติด ฉะนั้นการสืบหาพยานหลักฐานเป็นเรื่องยาก โดยเฉพาะกฎหมายที่มีอยู่ปัจจุบันกำหนดให้ กกต. ป้องกันการทุจริต แต่กลับไม่มีอำนาจในหลายช่องทางที่จะเข้าทำการได้ หรือเรียกว่า "ยักษ์ไม่มีกระบอง" ไม่สามารถจับได้ไล่ทัน การทำงานของ กกต. จึงเป็นลักษณะเชิงรับ เมื่อมีคู่ต่อสู้ทางการเมืองร้องเรียนว่ามีการทุจริตการเลือกตั้ง กกต. จะส่งเรื่องให้กิจการสืบสวนสอบสวนไปกระทำการ กกต. เห็นว่าการปกปิดการกระทำจะทำอย่างไร กกต.  เอฟบีไอ ซีไอเอ พบว่าการปฏิบัติข่าวกรอง ถ้าดำเนินการอย่างมีประสิทธิภาพ จะทำให้ กกต. ได้รู้เขารู้เรา ไปสกัดได้ไล่ทัน

นอกจากนั้นยังมีการปรึกษาใน กกต. ได้ข้อสรุปว่า การต่อสู้การทุจริตการเลือกตั้ง ไม่ใช่การตั้งรับต่อไป ซึ่งจะมีการจัดตั้งหน่วยงานเกี่ยวกับการข่าวกรอง ประยุกต์วิธีการเหล่านั้นมาใช้กับการทุจริตการเลือกตั้ง ในทางปฏิบัติการทุจริตเป็นเครือข่ายเปิดซึ่งสามารถตรวจสอบได้ ขณะที่มีการร้องเรียนเข้ามาก็สามารถตรวจจากฐานข้อมูลได้ว่ามีการกระทำผิดจริงหรือไม่ บางเรื่อง กกต. ลำบากใจ หากไม่มีความชัดเจน ไม่สามารถดำเนินการได้ เพราะต้องให้ความเป็นธรรม แต่ กกต. ก็จงเกลียดจงชังผู้ทุจริตการเลือกตั้ง ถ้าข้อมูลไม่เพียงพอจะไม่สามารถยกระดับไปสู่จุดนั้นได้ ซึ่งขณะนี้ได้รับความร่วมมือ ปปส. ในการดำเนินการ

นายบุญส่ง กล่าวว่า นักการเมืองทุจริตได้เกิดจากปัจจัยหลายประการ สังคม เศรษฐกิจ ความยากจน ความเท่าเทียม และชุมชน ซึ่งระดับชาติต้องแก้ไข ไม่อย่างนั้นจะเกิดปัญหาเช่นนี้ แล้วจะลงโทษที่ กกต. ไม่ใช่ จากเอกสารวิจัยหลายฉบับชุมชนเข้มแข็ง การทุจริตเลือกตั้งก็จะลดลงเรื่อยๆ ไม่ต้องอาศัยนักการเมืองท้องถิ่น พอสังคมเป็นเช่นนี้จะเกิดการซื้อสิทธิขายเสียง เพราะคนยังจน อีกทั้งการซื้อสิทธิ์ขายเสียงเปลี่ยนไปมาก เช่น การจัดงานเลี้ยง การทำบุญในประเพณี การสนับสนุนฝากลูกเข้าโรงเรียนเป็นระบบอุปถัมภ์ และการกู้เงินไม่เสียดอกเบี้ย เป็นต้น 

ทั้งนี้นายบุญส่ง กล่าวอีกว่า การเลือกตั้งขาดประสิทธิภาพ คือ ความชัดเจนรัฐธรรมนูญ กฎหมายเลือกตั้ง ระเบียบ กกต. มีปัญหาตีความได้ ใบแดง 53 สาเหตุ คือมากเกินไป จนเกิดการร้องเรียนทุกเรื่อง และจบด้วยการยกคำร้องส่วนใหญ่ ยกตัวอย่างคดีการเลือกตั้งระดับชาติ มีคำร้อง 92 สำนวน กกต. ลงโทษใบแดง 10 สำนวน ใบเหลืองไม่มี ยกคำร้อง 55 สำนวน ส่งดำเนินคดีอาญา 3 สำนวน และจำหน่ายคดี 24 สำนวน ซึ่งกรณีส่วนใหญ่เกิดจากความไม่รู้ของผู้สมัคร  อย่างไรก็ตาม กกต. ได้ขอเพิ่มเติม 267 (6) กกต. มีอำนาจสอบสวนสืบสวน พนักงานฝ่ายปกครองและตำรวจชั้นผู้ใหญ่ในคดีเลือกตั้ง ขณะนี้ กกต. ไม่มีอำนาจออกหมายเรียก โดยทำได้เพียงหนังสือเชิญ ถ้านักการมองไม่มาก็ไม่มีผลใด ต่างจาก ป.ป.ช. ,ป.ป.ง.  ฉะนั้นจะมาแก้ไขเพียงปลายเหตุไม่ได้จึงขอให้มีการแก้ไขในประเด็นนี้ด้วย

ข่าวล่าสุด

ปภ. รายงานน้ำท่วมใน 20 จังหวัด- กทม.  เร่งช่วยเหลือฟื้นฟูพื้นที่

ปภ. รายงานน้ำท่วมใน 20 จังหวัด- กทม. เร่งช่วยเหลือฟื้นฟูพื้นที่