
"พรเพชร"ขีดเส้น“คสช. ครม.” แก้รธน.ต้องเสร็จก่อน6 ส.ค.
“ประธานสนช.” ชี้ หากประชามติไม่ผ่าน ต้องหากระบวนการใหม่ทำให้รธน.เป็นที่พอใจ ขีดเส้น “คสช. ครม.” แก้รธน.ชั่วคราวต้องเสร็จก่อน 6 ส.ค. ชี้ งบปี59รัฐทุ่มงบลงทุนสูงหวังกระตุ้นเศรษฐกิจ
“ประธานสนช.” ชี้ หากประชามติไม่ผ่าน ต้องหากระบวนการใหม่ทำให้รธน.เป็นที่พอใจ ขีดเส้น “คสช. ครม.” แก้รธน.ชั่วคราวต้องเสร็จก่อน 6 ส.ค. ชี้ งบปี59รัฐทุ่มงบลงทุนสูงหวังกระตุ้นเศรษฐกิจ
วันที่ 21 พ.ค. ที่รัฐสภา นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) กล่าวถึงกรณีที่คณะรัฐมนตรี(ครม.) และคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) มีมติแก้ไขรัฐธรรมนูญ ฉบับชั่วคราว 2557 เพื่อให้มีการทำประชามติในร่างรัฐธรรมนูญ ว่า เนื่องจากรัฐธรรมนูญชั่วคราว2557 ไม่มีบัญญัติ ให้มีการทำประชามติ ร่างรัฐธรรมนูญที่ผ่านความเห็นของสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) จึงจำเป็นต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญชั่วคราว 2557 ในมาตรา 46 ซึ่งเท่าที่ฟังความเห็นของคสช.และครม.ต้องแก้ไขเพียงจุดเดียวคือการทำประชามติเท่านั้น ทั้งนี้ตามกำหนดสปช.จะต้องให้ความเห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญในวันที่ 6ส.ค.นี้ ดังนั้นจึงจำเป็นต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อเปิดให้ทำประชามติให้เสร็จก่อนในเดือนสิงหาคม เพื่อให้มีกฎหมายรองรับก่อนที่สปช.จะเห็นชอบ อย่างไรก็ตามขณะนี้ครม.และคสช.กำลังยกร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญดังกล่าวเพื่อเสนอให้สนช. ซึ่งการพิจารณาของสนช.จะต้องเป็นไปอย่างรวดเร็ว ดังนั้นรัฐบาลจะต้องคำนวณเวลาเสร็จให้ทัน เนื่องจากสนช.มีเวลาในการพิจารณาเพียง 15 วัน โดยสนช.จะไม่มีอำนาจขอแก้ไขเพิ่มเติมได้ เว้นครม.หรือคสช.ต้องเห็นด้วย
“การยกร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อการทำประชามติจะต้องคำนึงและให้คำตอบว่าจะดำเนินการ มีวิธีการ และหลักเกณฑ์อย่างไร และหลังผลของประชามติออกมาจะใช้หลักเกณฑ์อย่างไร ซึ่งถ้าประชามติไม่ผ่านจะต้องดำเนินการอย่างไรต่อไป เพราะฉะนั้นการทำประชามติจะต้องมีผลกระทบต่อโรดแมปแน่นอน และก็ไม่รู้ว่าจะใช้เวลามากน้อยแค่ไหน โดยส่วนตัวตนนั้น ผมเห็นว่าการทำประชามติต้องสะท้อนความคิดเห็นของประชาชนให้มากที่สุด เพื่อให้เกิดความเชื่อมั่นของประชาชน ที่สำคัญหากประชามติไม่ผ่านจะต้องคำนึงว่าทำอย่างไร ให้ร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เป็นที่พอใจของประชาชนมากกว่าร่างที่ไม่ผ่านประชามติ เพราะฉะนั้นการทำประชามติต้องกำหนดคำถามไว้มากกว่ารับหรือไม่รับร่างเท่านั้น แต่ผมก็ไม่อยากให้ความเห็น เพราะจะกลายเป็นการชี้นำ รอให้มีตุ๊กตาออกมาก่อน เดี๋ยวจะถูกกล่าวหาว่าล้ำเส้น” ประธาน สนช.กล่าว
เมื่อถามว่า ในฐานะที่ร่วมร่างรัฐธรรมนูญชั่วคราว 2557 เหตุใดจึงไม่กำหนดการทำประชามติ นายพรเพชร กล่าวว่า ไม่มีหลักประกันอะไรในการทำประชามติ เพราะที่ผ่านมาเราเคยทำประชามติรัฐธรรมนูญในปี2550 แล้ว แต่ก็อยู่ไม่นานและก็ใช้ได้ไม่กี่ปี ใช้งานได้น้อยกว่ารัฐธรรมนูญที่ไม่ได้ทำประชามติ อีกทั้งเกี่ยวข้องกับโรดแมปของคสช. เนื่องจากถ้ากำหนดการทำประชามติ ก็อาจจะไปไกลกว่าโรดแมปเดิม ซึ่งเราก็ได้ระวังในจุดนี้ และคิดว่าหากรัฐธรรมนูญเป็นที่พอใจและสะท้อนความคิดเห็นของประชาชนได้ก็ไม่จำเป็นต้องทำประชามติ แต่อย่างไรก็ตามเราก็ไม่ได้ประมาท ยังได้เปิดช่องไว้ในมาตรา 46 ซึ่งที่ผ่านมาไม่เคยมีในรัฐธรรมนูญชั่วคราวอื่น
นายพรเพชร กล่าวว่า ในการประชุมสนช.วันนี้ (21 พ.ค.)จะพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2559 ว่านายกฯและครม.จะเข้ามาชี้แจงหลักการและเหตุผลในการตั้งงบประมาณรายจ่ายโดยวงเงิน 2.7 ล้านล้านบาทเป็นงบประมาณแบบขาดดุล ซึ่งถือว่ามียอดที่สูงกว่าปีก่อน ๆ โดยงบลงทุนถึง 20 เปอร์เซ็นต์หรือประมาณ 3.9 แสนล้านบาท จากการศึกษาเห็นว่ารัฐบาลเน้นงบลงทุนเพื่อต้องการกระตุ้นเศรษฐกิจให้แข็งแกร่ง ขณะที่งบประมาณรายจ่ายด้านอื่น ๆได้ตัดไป เช่น งบบุคลากรที่ไปดูงานต่างประเทศ และค่าใช้จ่ายที่ไม่เกิดประโยชน์โดยตรงต่อประชาชน ซึ่งสนช.ก็จะเข้าร่วมเป็นกรรมาธิการ 40 คน และครม. 10 คน เพื่อเข้าร่วมพิจารณาต่อไป







