
ความบริสุทธิ์ของเกาะระ ปมหมกเม็ดออกสทก.รุกป่า
การลงพื้นที่ของคณะกรรมาธิการในครั้งนี้กลับถูกสกัดกั้นในทุกรูปแบบจากนักการเมืองในพื้นที่ ทำให้เกิดข้อสงสัยตามมาว่ามีความไม่ชอบมาพากล
การลงพื้นที่ของคณะกรรมาธิการในครั้งนี้กลับถูกสกัดกั้นในทุกรูปแบบจากนักการเมืองในพื้นที่ ทำให้เกิดข้อสงสัยตามมาว่ามีความไม่ชอบมาพากล
โดย...ธนวัฒน์ เพ็ชรล่อเหลียน
แม้เกาะระ อ.คุระบุรี จ.พังงา จะยังไม่เป็นที่รู้จักกันมากนัก แต่นักวิชาการที่ลงพื้นที่ตรวจสภาพความสมบูรณ์ของเกาะ พร้อมกับคณะกรรมาธิการกิจการองค์กรตามรัฐธรรมนูญ รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน และกองทุนสภาผู้แทนราษฎร เมื่อวันที่ 26 มิ.ย. 2553 กลับยกให้เกาะกลางทะเลอันดามันแห่งนี้เสมือน “เพชรที่รอการเจียระไน”
ด้วยเพราะเบื้องหน้าที่นักวิชาการแต่ละสาขาได้เห็นกับตาและบันทึกภาพไว้ล้วนมีความสมบูรณ์ของระบบนิเวศอย่างชัดเจน
ลักษณะทางกายภาพพื้นที่เกาะระส่วนใหญ่เป็นหาดโคลน ปากแม่น้ำมีลำคลองไหลผ่านทั่วเกาะ ด้านหน้าเกาะเป็นป่าโกงกางและภูเขาสูง มีพันธุ์ไม้หนาแน่น ด้านหลังเกาะเป็นหาดทรายขาวละเอียด มีหน้าผาสูงชันอิทธิพลจากมรสุมตะวันตกเฉียงใต้และตะวันออกเฉียงเหนือทำให้มีลักษณะฝน 8 แดด 4 (เดือน) ส่งผลให้มีความหลากหลายทางชีวภาพทั้งพันธุ์พืชและพันธุ์สัตว์นานาชนิด
เนื้อที่เกาะระทั้งหมดมี 12,187 ไร่ เกิดคำถามว่าเหตุใดกรมป่าไม้ จึงมีการออก น.ส.3 และเอกสารสิทธิทำกิน (สทก.) ให้ชาวบ้านในหลายจุด ทั้งที่ไม่ใช่พื้นที่ป่าเสื่อมโทรมสำหรับการทำการเกษตรใดๆ
ล่าสุดกำลังดำเนินการออก สทก. อีก 139 แปลง เนื้อที่ 1,588 ไร่ ซึ่งจากภาพถ่ายทางอากาศและการสำรวจพื้นที่เพื่อทำรายงานการศึกษาออกแบบวางผังแม่บทโครงการสวนพฤกษศาสตร์ ของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เมื่อปี 2552–2553 แสดงให้เห็นถึง “พิรุธ” บางประการอย่างชัดเจน
การเดินทางขึ้นเกาะเพื่อตรวจสอบพื้นที่ของกรรมาธิการยังพบด้วยว่า หลายจุดของเกาะมีการโค่นต้นไม้ใหญ่และแผ้วถางป่าปรับสภาพให้พร้อมต่อสิ่งปลูกสร้าง ในหลายจุดมีการโค่นถางปลูกยางพารา อายุไม่เกิน 1-3 ปี อีกด้วย
พื้นที่แปลงใหญ่ที่คาใจกรรมาธิการก็คือรีสอร์ตลึกลับบริเวณหัวเกาะ ตรงจุดแหลมสะเดาะซึ่งล้อมด้วยลวดหนามสภาพใหม่เอี่ยม ถูกปิดไม่ให้บุคคลแปลกหน้าเข้าไปเยี่ยมเยือน
นักวิชาการร่วมคณะชี้ให้เห็นถึงความสมบูรณ์ของพันธุ์ไม้นานาชนิด นกเงือกบังเอิญบินมาทักทายอย่างไม่ตั้งใจ จนเป็นที่ตื่นตาตื่นใจของคนนอกพื้นที่ และเป็นการตอกย้ำถึงความสมบูรณ์ของเกาะแห่งนี้อย่างยากที่จะปฏิเสธ
สอบถามคนในพื้นที่ซึ่งร่วมลงเรือไปด้วย ทำให้ทราบว่ารีสอร์ตแห่งนี้จะเปิดให้บริการแก่ลูกค้าเฉพาะราย มีอดีตหัวหน้าอุทยานฯ ผู้ยิ่งใหญ่รายหนึ่งเป็นเจ้าของ
ความผิดปกติประการต่อมา การลงพื้นที่ของคณะกรรมาธิการในครั้งนี้กลับถูกสกัดกั้นในทุกรูปแบบจากนักการเมืองในพื้นที่ ทำให้เกิดข้อสงสัยตามมาว่ามีความไม่ชอบมาพากลซุกซ่อนอยู่ใต้เม็ดทรายทะเลอันดามันแห่งนี้
ปัจจุบันพื้นที่เกาะระเป็นที่อาศัยของชาวมอแกน จำนวน 34 คน ซึ่งดำรงชีพด้วยการทำประมงชายฝั่งและไม่นิยมทำการเกษตรบนผืนดิน
จึงน่าแปลกใจที่มีความพยายามออก สทก. ในหลายแปลง มีการสวมสิทธิชาวบ้านบังหน้าอย่างมีเงื่อนงำหรือไม่
สัญญา สังวังเลาว์
หัวหน้าอุทยานแห่งชาติ หมู่เกาะระ–เกาะพระทอง อธิบายว่า ตามทะเบียนบ้านแล้วทั้งสองเกาะมีประชากรอยู่ 800 คน แต่หลังจากประสบภัยสึนามิเมื่อปี 2547 ทำให้หลายคนย้ายไปอยู่ที่อื่นจนเหลือชาวบ้านอาศัยอยู่เพียง 34 คน เมื่อมีการประกาศให้แสดงตัวเพื่อขอ สทก. กลุ่มคนดังกล่าวจึงยื่นขอสิทธิ จึงเตรียมประกาศออก สทก. อีก 139 แปลงอย่างไรก็ตาม มีพื้นที่ใน 139 แปลงไม่เข้าเงื่อนไขและถูกตัดออกไปจำนวนหนึ่ง ล่าสุดจึงเหลือเพียง 89 แปลง ซึ่งจะต้องพิสูจน์คุณสมบัติต่อไป ส่วนการบุกรุกป่าได้จับกุมผู้กระทำผิดแล้วกว่า 10 แปลง หรือประมาณ 70 ไร่
เฉลิมชาติ การุญ สส.สกลนคร พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานกรรมาธิการชุดนี้ สรุปผลการตรวจสอบพื้นที่ว่า ได้มีการตรวจสอบ 2 ประเด็น คือข้อร้องเรียนเรื่องการออก สทก. 139 แปลงโดยมิชอบ และการดูสภาพความเป็นจริงของพื้นที่เพื่อการจัดตั้งสวนพฤกษศาสตร์ทางทะเลและชายฝั่ง
จากการลงพื้นที่ไม่น่าเกิน 10% ของพื้นที่ทั้งหมด พบว่าเกาะระเป็นป่าทึบมีความสมบูรณ์ ชุ่มชื้น และได้เห็นการบุกรุกพื้นที่ป่า รวมทั้งได้เห็นสภาพการทำลายป่าในจุดที่มีการเตรียมออก สทก. 139 แปลง ทั้งที่มีชาวบ้านเพียง 34 คน ดังนั้นกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รวมทั้งผู้ที่เกี่ยวข้องกับพื้นที่ต้องหาคำอธิบายเหล่านี้ให้ได้
สำหรับการจัดทำสวนพฤกษศาสตร์ เฉลิมชาติ ระบุว่า โดยส่วนตัวเห็นว่าในเมื่อเกาะระมีศักยภาพพร้อมทุกด้าน ก็ควรใช้พื้นที่ทั้งหมดจัดทำสวนพฤกษศาสตร์ เพราะจะใช้งบประมาณในการดำเนินการไม่สูง ต่างจากพื้นที่อื่นที่ไม่มีความพร้อมและต้องใช้เงินลงทุนจำนวนมหาศาล
ด้าน ก่องกานดา ชยามฤต ผู้อำนวยการองค์การสวนพฤกษศาสตร์ กล่าวว่า ได้คัดเลือกพื้นที่ที่มีศักยภาพกว่า 4,000 ไร่ ดำเนินการจัดทำสวนพฤกษศาสตร์นำร่องไปก่อน เพราะรอให้ตรวจสอบพื้นที่ทั้ง 1.2 หมื่นไร่คงไม่ไหว แต่จะนำสิ่งที่ประธานกรรมาธิการเสนอไปพิจารณา ซึ่งหากมีข้อมูลทางวิชาการสนับสนุนเพียงพอก็มีโอกาสจะใช้พื้นที่ทั้งหมดทำสวนพฤกษศาสตร์ต่อไป







