
สปช.ชงปฏิรูปสวัสดิการทั้งระบบ
สปช. ถกปฏิรูปสวัสดิการสังคม ชงปฏิรูปทั้งระบบสวัสดิการการศึกษา-สุขภาพ-สังคม-แรงงาน-ผู้ด้อยโอกาส
สปช. ถกปฏิรูปสวัสดิการสังคม ชงปฏิรูปทั้งระบบสวัสดิการการศึกษา-สุขภาพ-สังคม-แรงงาน-ผู้ด้อยโอกาส
วันที่ 20 พ.ค. ณ รัฐสภา สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) พิจารณารายงานของคณะกรรมการปฏิรูประบบสวัสดิการสิงคมที่เหมาะสมกับประเทศไทย และคณะกรรมาธิการ(กมธ.)ปฏิรูปสังคม ชุมชน เด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ ผู้พิการและผู้ด้อยโอกาส วาระปฏิรูปที่ 29 สวัสดิการสังคม เรื่อง การปฏิรูประบบสวัสดิการสังคมที่เหมาะสมกับประเทศไทย โดยมี นพ.พลเดช ปิ่นประทีป เป็นผู้นำเสนอหลักการของคณะกรรมการฯ ดังนี้
วาระปฏิรูปแรก คือ การบริการทางสังคม ประกอบด้วย ประเด็นที่ 1 ระบบสวัสดิการด้านการศึกษา ประกอบด้วย 1. การปฏิรูปการศึกษาโดยจัดระบบงบประมาณการศึกษาที่เน้นด้านอุปสงค์ จัดสรรทุนการศึกษาในรูป "คูปองการศึกษา" ใช้มาตรการลดหย่อนภาษีสนับสนุนการพัฒนาตนเองและเรียนรู้ตลอดชีวิตของพลเมืองทุกคน ใช้มาตรการภาษีสนับสนุนผู้ประกอบการที่ร่วมจัดการศึกษา และจัดตั้งกองทุนสมทบ (Matching funds) แก่ท้องถิ่นหรือภาคประชาสังคมที่ร่วมจัดการศึกษา และ 2. ปฏิรูปการศึกษาระยะยาว โดยเสนอให้มีพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ว่าด้วยการบริหารการเงินการคลังเพื่อการศึกษาตามหลักอุปสงค์ พ.ศ. ...
ประเด็นที่ 2 ระบบสวัสดิการด้านสุขภาพ มุ่งเน้นจัดระบบหลักประกันสุขภาพและการเงินการคลัง 3 แนวทาง คือ 1. มาตรฐานใกล้เคียงกัน 2. ทุกฝ่ายร่วมกันอภิบาลระบบ โดยคำนึงถึงความั่งถึงและความยั่งยืนทางการคลัง และ 3. นโยบายที่มีประสิทธิภาพ และเป็นที่ยอมรับในการให้บริหารสาธารณสุข
ประเด็นที่ 3 ระบบสวัสดิการด้านการทำงานและรายได้ คือ การเพิ่มอำนาจต่อรองของแรงงาน โดยการให้สัตยาบันตามอนุสัญญา ILO 87 ส่งเสริมสิทธิเสรีภาพในการตัวของแรงงานกลุ่มต่างๆ และการปรับโครงสร้างค่าจ้าง รวมถึงสวัสดิการตามความเสี่ยงของการประกอบอาชีพและประกันสังคมถ้วนหน้า ทั้งแรงงานนอกระบบและแรงงานข้ามชาติ
ประเด็นที่ 4 ระบบสวัสดิการด้านกีฬา คือ 1. กำหนดให้เป็นหน้าที่ของรัฐในการสนับสนุนให้ประชาชนได้มีโอกาสร่วมกิจกรรมการออกำลังกาย เล่นกีฬา หรือเคลื่อนไหวร่างกาย 2. สร้างความเข้มแข้.ให้ครอบครัวและสังคมเข้าถึงกีฬาทุกชนิด 3. นำการกีฬากำจัดความเหลื่อมล้ำโดยไม่เลือกปฏิบัติ และ 4. กีฬาเพื่อสร้างความรัก สามัคคี ความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียว
วาระปฏิรูปที่ 2 การประกันสังคม ประกอบด้วย 1. ระบบประกันสังคมถ้วนหน้าโดยการจ่ายเงินสมทบสัมพันธ์กับฐานรายได้ ปรับปรุงเกณฑ์และอัตราเงินสมทบ และกำหนดระยะเวลาในการได้รับสิทธิประโยชน์เร็วขึ้น 2. กองทุนการออกแห่งชาติ ผลักดันให้เกิดกองทุนการออมแห่งชาติตาม พ.ร.บ. กองทุนแห่งชาติ พ.ศ. 2556 ที่อยู่ระหว่างการดำเนินการของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) 3.ระบบบำนาญแห่งชาติ เร่งสร้างหลักประกันทางรายได้สำหรับผู้สูงอายุและประชากรรุ่นใหม่ โดยเปลี่ยนสถานะของกฎหมายเบี้ยยังชีพเป็น พ.ร.บ. บำนาญพื้นฐาน และแก้ไข พ.ร.บ.กองทุนสำรองเลี้ยงชีพให้เป็นภาคบังคับ
วาระปฏิรูปที่ 3 ด้านการช่วยเหลือทางสังคม ประกอบด้วย 1. ระบบสวัสดิการสำหรับปฐมวัย ผลักดันให้มีกฎหมายว่าด้วยการพัฒนาเด็กปฐมวัย (อายุไม่เกิน 3 ปี) 2. ระบบสำหรับผู้ด้อยโอกาส ผู้ยากไร้ ผู้พิการ คนชายขอบ ประกอบด้วย สวัสดิการผู้พิการ โดยแก้ไข พ.ร.บ. ส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ พ.ศ. 2550 , สวัสดิการผู้ด้อยโอกาส ผลักดันกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการคุ้มครองผู้ด้อยโอกาส , สวัสดีการสำหรับคนไร้รัฐ ไร้สัญชาติ เร่งรัดจัดการสิทธิในสัญชาติไทยให้กับคนไร้รัฐ คุ้มครองสิทธิในบริการสาธารณสุขและการศึกษา 3. ระบบสวัสดิการที่อยู่อาศัย ผลักดันกฎหมายว่าด้วยการจัดที่ดิน
อย่างไรก็ตามที่ประชุม สปช. ได้เสนอข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะต่อรายงานการปฏิรูปของคณะกรรมการฯ เพื่อนำไปแก้ไขปรับปรุงต่อไป







