
โรฮีนจา
เรือประมงหลายลำถูกดัดแปลงเพื่อที่จะบรรทุกชาวโรฮีนจา มุ่งหน้าไปขึ้นฝั่งยังประเทศต่างๆ ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
เรือประมงหลายลำถูกดัดแปลงเพื่อที่จะบรรทุกชาวโรฮีนจา มุ่งหน้าไปขึ้นฝั่งยังประเทศต่างๆ ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ชาวโรฮีนจาหลายร้อยชีวิตที่ลักลอบเข้าสู่ประเทศไทยอย่างผิดกฎหมาย โดยหวังเพียงหนีร้อนมาพึ่งเย็น โดยไม่รู้ชะตากรรมว่ากำลังเข้าสู่ขบวนการของพวกค้ามนุษย์ และหลายๆคนต้องมาจบชีวิตอยู่ในดินแดนแห่งนี้
การค้นพบหลุมศพของชาวโรฮีนจาจำนวน 32 หลุม ที่บริเวณป่าแนวสันเขาบ้านตะโล๊ะ ต.ปาดังเบซาร์ อ.สะเดา จ.สงขลา เมื่อต้นเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา อาจจะเป็นเครื่องตอกย้ำความล้มเหลวด้านการแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์ของรัฐบาลไทย จนทำให้รัฐบาลไทยต้องรีบออกมาจัดการปัญหาดังกล่าว พร้อมทั้งเตรียมจัดเวทีเพื่อพูดคุยกับรัฐบาลพม่า เพื่อแก้ไขปัญหาการอพยพของชาวโรฮีนจา
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์ โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้ารักษาความสงบแห่งชาติ กล่าวว่า โรฮีนจา แรงงานทาสเป็นเป้าหมายที่เราต้องแก้ไขให้ ได้โดยเร็วเพราะอยู่ในมาตรการที่ต่างชาติ หรือองค์กรระหว่างประเทศให้ความสนใจ ซึ่งตนสั่งให้เอกซเรย์ทุกพื้นที่ ข้าราชการที่เกี่ยวข้องต้องถูกลงโทษทางวินัยและอาญา สำหรับเหยื่อที่ ได้รับผลกระทบ ต้องมีมาตรการเยียวยา แล้วส่งกลับคืนต้นทางของเขา
ซอ ฮเทย์ ผู้อำนวยการสำนักประธานาธิบดีพม่า เปิดเผยว่า พม่าจะไม่เข้าร่วมการประชุมดังกล่าว และจะไม่ยอมรับถ้าประเทศไทยจะเชิญเข้าร่วมหารือเพียงเพราะต้องการลดแรงกดดันที่ประเทศไทยกำลังเผชิญเท่านั้น และยังกล่าวถึงปัญหาชาวโรฮีนจาอีกว่า ต้นตอของวิกฤตปัญหามาจากการเพิ่มขึ้นของการค้ามนุษย์ และปัญหาเรื่องหลุมศพของผู้อพยพไม่ใช่ปัญหาของพม่า แต่เกิดจากความอ่อนแอของการป้องกัน การค้ามนุษย์และการบังคับใช้กฎหมายในประเทศไทย หัวใจของปัญหาผู้อพยพอยู่ในประเทศบังกลาเทศ ซึ่งเป็นรากเหง้าของชาวโรฮีนจา
จากปัญหาดังกล่าว ทำให้หลายๆ ประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ร่วมกันเรียกร้องให้รัฐบาลพม่าหันมาดูแลชาวโรฮีนจาและปฏิบัติตามหลักมนุษยธรรม







