
ยกฟ้อง"พิจิตต"ทุจริตซื้อที่จอดรถกทม.-คุก8 ปี"อดีตเลขา"
ศาลยกฟ้อง อดีตผู้ว่ากทม. -อดีตปลัดกทม. ไม่ผิดซื้อที่จอดรถเมื่อ ปี40 ด้าน อดีตเลขาฯ จำคุก 8 ปี อดีตผอ.บางซื่อ 10 ปี
ศาลยกฟ้อง อดีตผู้ว่ากทม. -อดีตปลัดกทม. ไม่ผิดซื้อที่จอดรถเมื่อ ปี40 ด้าน อดีตเลขาฯ จำคุก 8 ปี อดีตผอ.บางซื่อ 10 ปี
วันที่ 14 พ.ค. ศาลอ่านคำพิพากษาคดีที่อัยการฝ่ายคดีพิเศษ 2 เป็น โจทก์ยื่นฟ้อง นายพิจิตต รัตตกุล อดีตผู้ว่าฯ กทม. นายประเสริฐ สมะลาภา อดีตปลัด กทม. พร้อมพวกรวม 8 คน ฐานเป็นเจ้าพนักงานร่วมกันใช้อำนาจในตำแหน่งโดยทุจริตฯ ร่วมกันเรียก รับ หรือยอมจะรับ ทรัพย์สินสำหรับตนเองหรือผู้อื่นโดยมิชอบฯ / ร่วมกันปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ
กรณีใช้อำนาจในหน้าที่ ให้กรุงเทพมหานคร จัดซื้อที่ดินใช้เป็นที่จอดรถขยะ รถน้ำ และรถอื่นๆ ของ กทม. ย่านบางซื่อ ในราคา 270 ล้านบาท ซึ่งแพงเกินจริงเป็นเงินกว่า 36 ล้านบาท และรับค่านายหน้าขายที่ดิน เป็นเงิน 18 ล้านบาท เหตุเกิดระหว่างวันที่ 4 ธันวาคม 2538 ถึง 16 กันยายน 2540
ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่าการเสนอขายที่ดินให้กับ กทม. ดังกล่าว ไม่ได้เป็นการเสนอขายในราคาที่ดินที่สูงกว่าราคาประเมินจริง เพราะหลังจากนายชวน พัฒนวรานนท์ อดีตผู้อำนวยการเขตบางซื่อ จำเลยที่ 8 ได้ประกาศซื้อที่ดินในเขตบางซื่อ ก็ได้สอบถามราคาประเมิน และราคาขายที่ดินทั้งจากสำนักงานที่ดิน กทม. และ ธนาคารพาณิชย์ ซึ่งปรากฎราคาใกล้เคียงกัน และลักษณะที่ดินที่จัดซื้อ เป็นที่ดินพร้อมใช้งานทันที เป็นไปตามวัตถุประสงค์ในการจัดซื้อ จึงไม่ขัดต่อระเบียบ กทม. ในการใช้วิธีซื้อพิเศษ โดยไม่ประกวดราคา ดังนั้น นายพิจิตต นายประเสริฐ กับพวกซี่งเป็นจำเลยที่ 1/2/3/5/6/7 จึงไม่มีความผิด พิพากษายกฟ้อง
แต่นายสมคาด สืบตระกูล อดีตเลขานุการผู้ว่า กทม. จำเลยที่ 4 และ นายชวน พัฒนวรานนท์ อดีตผู้อำนวยการเขตบางซื่อ จำเลยที่ 8 พยานหลักฐานโจทก์ ที่ได้ความจากเจ้าของที่ดิน เจ้าหน้าที่กรมสรรพากร เบิกความสอดคล้องกันว่าหลังจาก นายชวน ได้จดทะเบียนรับโอนที่ดิน ในช่วงเดือนตุลาคม ถึง พฤศจิกายน ปี 2540 เจ้าของที่ดินได้ออกเช็ค 18 ล้านบาท ผ่านนายหน้าขายที่ดิน ที่อ้างว่าเพื่อจ่ายค่านายหน้า และค่าธรรมเนียมที่ดิน แต่ปรากฎว่า มีการนำเช็คเข้าบัญชีเงินของ นายสมคาด และนายชวน เชื่อว่าเป็นเงินที่เกี่ยวข้องกับการซื้อขายที่ดินของ กทม. พยานหลักฐานที่โจทก์นำสืบมาจึงฟังได้ว่านายสมคาด มีความผิด ฐานเรียกรับทรัพย์สินฯ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 149 ให้จำคุก 8 ปี ส่วนนายชวน จำเลยที่ 8 มีความผิด ฐานเรียกรับทรัพย์สิน ฯ และ เป็นเจ้าพนักงานปฎิบัติหน้าที่มิชอบฯ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 ให้จำคุก 10 ปี
ด้านทีมทนายเตรียมยื่นหลักทรัพย์เป็นเงินสดเพื่อขอปล่อยชั่วคราว เพิ่มจากทรัพย์เดิมที่จำเลยเคยได้รับการประกันไว้ระหว่างพิจารณาคดี คนละ 5 แสนบาท







