
นาโนไฟแนนซ์โอกาสสำหรับคนรวย (ตอนจบ)
โดย...ดร.วีรพงษ์ ชุติภัทร์
โดย...ดร.วีรพงษ์ ชุติภัทร์
ฉบับที่แล้วเราได้คุยกันไปในหัวข้อ “นาโนไฟแนนซ์ สินเชื่อสำหรับคนจน” โดยคุยกันถึงนาโนไฟแนนซ์ หรือสินเชื่อสำหรับคนระดับรากหญ้า ที่มีข้อดีคือ ผู้กู้ไม่ต้องมีสลิปเงินเดือน ไม่มีการเช็กประวัติเครดิตบูโรของผู้กู้ โดยคิดอัตราดอกเบี้ยไม่เกิน 36% หรือ 3% ต่อเดือน ในขณะที่เงินกู้นอกระบบจะคิดดอกเบี้ยสูงถึง 20% ต่อเดือน ซึ่งจะทำให้ผู้คนในระดับรากหญ้าจะพยายามย้ายจากเงินกู้นอกระบบไปสู่นาโนไฟแนนซ์ เพราะจะจ่ายค่าดอกเบี้ยต่อเดือนถูกลงเป็นอย่างมาก
ที่กล่าวไปข้างต้นนี้ คือสิ่งที่จะเกิดขึ้นในเร็ววันนี้ และจะทำให้คนจนจำนวนมากหันไปบริโภคสินเชื่อประเภทนี้อย่างมหาศาล ส่วนในวันนี้ผมจะขอคุยต่อนะครับ เพียงแต่วันนี้เราจะไปคุยกันถึงหัวข้อ “นาโนไฟแนนซ์ โอกาสสำหรับ...คนรวย”
ในเมื่อเราคาดการณ์ได้ว่า ในอนาคตอันใกล้นี้จะมีผู้คนเข้าไปขอสินเชื่อนาโนไฟแนนซ์กันเป็นอย่างมาก สิ่งที่จะตามมาก็คือ แนวโน้มของบรรดาบริษัทที่ทำธุรกิจนี้ ก็มีแนวโน้มที่จะมีผลประกอบการออกมาดีอย่างมีนัยสำคัญ ผมจึงอยากพาคุณผู้อ่านไปเจาะลึกบรรดาบริษัทที่ได้รับใบอนุญาตในครั้งนี้กัน ดังนี้ครับ
บริษัท ฐิติกร จำกัด (มหาชน) หรือ TK
ฐิติกรเป็นบริษัทที่จดทะเบียนในตลาด หลักทรัพย์มาเป็นเวลานานแล้ว โดยมีความเชี่ยวชาญในการปล่อยกู้ลูกค้าในระดับรากหญ้า โดยเฉพาะสินเชื่อรถจักรยานยนต์ที่ฐิติกรมีความเชี่ยวชาญสูง นอกจากนั้น ฐิติกรยังมีสาขาอีกไม่ต่ำกว่า 90 สาขา ครอบคลุมถึง 53 จังหวัด และมีฐานลูกค้ามากกว่า 3 ล้านราย มีลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการเฉลี่ยไม่ต่ำกว่าเดือนละ 3 แสนราย สิ่งเหล่านี้เป็นการรับประกันได้ว่า ฐิติกรเป็นหนึ่งในบริษัทที่มีความพร้อมสูงในการประกอบกิจการปล่อยกู้สินเชื่อนาโนไฟแนนซ์
ฐิติกรอยู่ระหว่างการยื่นเอกสารเพื่อขอใบอนุญาตประกอบธุรกิจนาโนไฟแนนซ์ โดยบริษัทเน้นที่จะให้ความสำคัญในเรื่องการควบคุมคุณภาพของลูกหนี้ โดยตั้งเป้าจะควบคุมหนี้เสียไม่ให้เกิน 5% จึงนับได้ว่าเป็นอีกบริษัทหนึ่งที่น่าจะมีผลงานโดดเด่นในธุรกิจนาโนไฟแนนซ์
บริษัท ศรีสวัสดิ์ พาวเวอร์ 1979 จำกัด (มหาชน) หรือ SAWAD
ศรีสวัสดิ์เป็นอีกหนึ่งบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ และอาจกล่าวได้ว่ามีความเชี่ยวชาญสูงในการให้สินเชื่อในระดับท้องถิ่นอยู่แล้ว นอกจากนั้นยังมีสาขาให้บริการเป็นจำนวนมาก ศรีสวัสดิ์ได้ตั้งบริษัทลูกที่มีชื่อว่า บริษัท เงินสดทันใจ จำกัด ขึ้นมาเพื่อขอรับใบอนุญาตประกอบกิจการปล่อยกู้นาโนไฟแนนซ์
ในช่วงแรกคาดว่า ศรีสวัสดิ์จะยังไม่รุกตลาดด้านนี้มากนัก เพราะอยากจะควบคุมความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นในธุรกิจนี้ แต่ด้วยอัตรากำไรในระดับที่สูง ก็เชื่อว่าศรีสวัสดิ์จะเพิ่มปริมาณการให้สินเชื่อเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
ทั้งนี้ ปัจจุบันศรีสวัสดิ์ได้ปรับพอร์ตสินเชื่อจากเดิมที่ตั้งไว้ประมาณ 9,000 ล้านบาท จะขยับเพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 1.1–1.2 หมื่นล้านบาท เพื่อรองรับธุรกิจนาโนไฟแนนซ์ และใช้ซื้อหนี้ในธุรกิจรับจ้างติดตามหนี้
บริษัท เมืองไทย ลิสซิ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ MTLS
MTLS ก็เป็นบริษัทหนึ่งที่จดทะเบียนอยู่ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเหมือนกัน โดยบริษัทแห่งนี้เติบโตมาจากธุรกิจจำนำทะเบียนรถยนต์และจักรยานยนต์ โดยบริษัทมีฐานลูกค้ามากกว่า 6 แสนราย และยังพบต่อไปอีกว่า ประมาณ 40% ของลูกค้าดังกล่าวทำอาชีพหาบเร่แผงลอย ลูกค้าเอสเอ็มอีขนาดเล็ก ซึ่งมีความเป็นไปได้สูงที่จะมาใช้บริการสินเชื่อนาโนไฟแนนซ์
การควบคุมคุณภาพของสินเชื่อดูเหมือนจะเป็นจุดเด่นของบริษัทแห่งนี้ MTLS ทราบดีว่าสินเชื่อนาโนไฟแนนซ์เป็นสินเชื่อที่ไม่มีหลักประกัน ความเสี่ยงจึงอยู่ในระดับที่สูงมาก บริษัทจึงมีนโยบายที่เน้นว่า ผู้กู้จะต้องเป็นคนในพื้นที่ และสามารถพิสูจน์ทราบได้ว่าผู้กู้มีอาชีพจริงตามที่ขอสินเชื่อไว้
บริษัท เจ เอ็ม ที เน็ทเวอร์ค เซอร์วิสเซ็ส จำกัด (มหาชน) หรือ JMT
JMT ก็เป็นบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเช่นเดียวกัน ธุรกิจเดิมของบริษัทนี้ คือ บริษัทรับจ้างติดตามหนี้ หลังจากที่ได้ทำการติดตามหนี้มาเป็นเวลานาน ก็มีความเชี่ยวชาญในธุรกิจเป็นอย่างมาก จึงได้เริ่มซื้อหนี้เสียที่มีขนาดใหญ่จากสถาบันการเงิน และนำมาติดตามหนี้เอง เพราะสามารถสร้างผลกำไรได้สูงกว่า จุดแข็งในการติดตามหนี้ได้ถูกพัฒนาเป็นความสามารถในการควบคุมคุณภาพของลูกหนี้
จุดแข็งอีกข้อหนึ่งที่คนอื่นไม่มี คือ JMT เป็นบริษัทลูกของ Jaymart ซึ่งเป็นบริษัทที่จำหน่ายโทรศัพท์มือถือ และมีสาขาอยู่ทั่วประเทศ ทำให้มีฐานลูกค้าและมีข้อมูลของลูกค้าเป็นจำนวนมาก ซึ่งจะเป็นประโยชน์ในการคัดเลือกลูกค้าที่มีคุณภาพเพื่อป้อนให้แก่ธุรกิจนาโนไฟแนนซ์ของ JMT และนั่นเป็นเพียง 4 บริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ที่จะเข้ามาดำเนินธุรกิจปล่อยกู้สินเชื่อนาโนไฟแนนซ์ ธุรกิจนาโนไฟแนนซ์ยังอยู่ในระยะเริ่มต้นเท่านั้น ยังมีโอกาสอีกมากที่จะเติบโต
ดังนั้น จึงอาจเป็นโอกาสสำหรับ “คุณผู้อ่าน...ที่เป็นนักลงทุน” ที่จะเข้าไปลงทุนซื้อหุ้นของบริษัทเหล่านี้
แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือ คุณผู้อ่าน...ได้ศึกษาอย่างดีเพียงพอแล้วหรือยัง? ที่จะเข้าไปลงทุนใน...บริษัทที่ถูกต้อง ในช่วงเวลา...ถูกต้อง และในราคาที่...ถูกต้อง







