posttoday
จับตาออกกฎหมายฟื้นฟู ชุบชีวิตเอสเอ็มอี

จับตาออกกฎหมายฟื้นฟู ชุบชีวิตเอสเอ็มอี

14 พฤษภาคม 2558

ความพยายามของรัฐบาลในการยกระดับ “เอสเอ็มอี” เป็นวาระแห่งชาติและร่วมกันผลักดันเพิ่มขีดความสามารถ

โดย...ชีวรัตน์ กิจนภาธนพงศ์

ความพยายามของรัฐบาลในการยกระดับ “เอสเอ็มอี” เป็นวาระแห่งชาติและร่วมกันผลักดันเพิ่มขีดความสามารถ เพิ่มศักยภาพการแข่งขันของเอสเอ็มอีไทยให้แข็งแกร่ง เนื่องจากเอสเอ็มอีเป็นแรงสำคัญหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย

ที่ผ่านมาจะเห็นรัฐบาลออกมาตรการสนับสนุนเอสเอ็มอีตั้งแต่การปลุกปั้นเอสเอ็มอีสายพันธ์ุเลือดรุ่นใหม่ สนับสนุนคนรุ่นใหม่เป็นเจ้าของกิจการเอง รวมไปถึงการสนับสนุนด้านความรู้และเงินทุน

แต่อีกมุมหนึ่งในระหว่างทางการดำเนินธุรกิจ หากเอสเอ็มอีประสบปัญหาการดำเนินธุรกิจ โดยเฉพาะได้รับผลกระทบจากวิกฤตเศรษฐกิจที่ลุกลามทำให้เอสเอ็มอีที่มีสายป่านที่สั้น จะต้องขาดสภาพคล่องขั้นวิกฤตจ่อ “ล้มละลาย” หากไม่มีเครื่องมือหรือกลไกมาช่วยเหลือหรือประคับประคองต่อลมหายใจให้เอสเอ็มอีเดินต่อไปได้ ในที่สุดเอสเอ็มอีไทยก็มีโอกาสสูญพันธุ์เร็วมากขึ้น

กรมบังคับคดีจึงเป็นเจ้าภาพในการผลักดันจัดทำร่าง พ.ร.บ.ล้มละลาย (ฉบับ...) พ.ศ. ... เพื่อการฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้ที่เป็นวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) โดยคาดว่ากฎหมายฉบับนี้จะนำเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ภายในต้นเดือน มิ.ย.นี้ และเมื่อวันที่ 11 พ.ค.ที่ผ่านมา ได้เชิญตัวแทนภาครัฐและเอกชนมาแสดงความคิดเห็นต่อร่างกฎหมาย ซึ่งมีหลากหลายประเด็นที่น่าสนใจ

เริ่มต้นจากวัตถุประสงค์ของร่างกฎหมายฉบับนี้ระบุชัดเจนว่า เพื่อช่วยให้บรรดาเอสเอ็มอีที่ประสบปัญหาจากการประกอบธุรกิจ ซึ่งไม่ได้เกิดจากหนี้ส่วนตัวของเจ้าของกิจการ และไม่สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ แต่ยังมีศักยภาพและช่องทางในการดำเนินธุรกิจต่อไปได้

รวมทั้งยังเปิดโอกาสให้ธุรกิจเอสเอ็มอีสามารถเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูกิจการได้สะดวกขึ้น โดยกำหนดจำนวนทุนทรัพย์ในการร้องขอฟื้นฟูกิจการ 5 ล้านบาท และมีขั้นตอนที่รวดเร็วมากขึ้น   รวมทั้งเพื่อให้สอดคล้องกับกระบวนการฟื้นฟูกิจการในปัจจุบันให้ทันสมัยเป็นมาตรฐานสากล และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ อีกทั้งยังครอบคลุมกับสภาพเศรษฐกิจสังคมในปัจจุบัน

สำหรับสาระสำคัญเอสเอ็มอีที่จะยื่นขอฟื้นฟูกิจการได้นั้น จะต้องเป็นเอสเอ็มอีที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) ที่ปัจจุบันมีอยู่ประมาณ 4.2 แสนราย มีหนี้สินไม่ต่ำกว่า 5 ล้านบาท โดยไม่จำเป็นต้องมีหนี้สินล้นพ้นตัวแต่เกิดปัญหาขาดสภาพคล่อง ไม่สามารถชำระหนี้ได้ก็สามารถที่จะยื่นขอฟื้นฟูกิจการ  

แต่การที่เอสเอ็มอีจะมายื่นฟื้นฟูกิจการต่อศาลล้มละลายได้นั้น กฎหมายฉบับนี้ระบุว่า เจ้าหนี้กับลูกหนี้จะต้องเห็นชอบตรงกัน ต้องทำความตกลงและมีแผนฟื้นฟูฯ มาประกอบการพิจารณาด้วย โดยไม่จำเป็นจะต้องจ้างผู้บริหารแผนฟื้นฟูกิจการเพื่อลดค่าใช้จ่าย และกำหนดระยะเวลาทำแผนฟื้นฟูไว้ไม่เกิน 3 ปี เนื่องจากเอสเอ็มอีมีธุรกิจไม่ซับซ้อน

ดูเหมือนว่าจะดีแต่ก็มีการโต้แย้งว่าจะเป็นการผลักภาระให้ลูกหนี้เอสเอ็มอีมากกว่า เนื่องจากการกำหนดให้จะต้องทำแผนฟื้นฟูเสร็จก่อนที่จะยื่นขออนุมัติจากศาล ซึ่งมีประเด็นว่าใครจะเป็นตัวกลางในการจัดประชุมเจ้าหนี้ เพราะเอสเอ็มอีคงไม่สามารถดำเนินการเองหรือดำเนินการได้ยากลำบาก แตกต่างจากกฎหมายล้มละลายหรือฟื้นฟูกิจการปัจจุบันที่ศาลจะมอบหมายให้กรมบังคับคดีเป็นผู้ดูแล ให้กระบวนการฟื้นฟูให้เป็นไปตามขั้นตอนกฎหมาย

ในขณะเดียวกันยังมีข้อสงสัยว่าจะพิสูจน์อย่างไร หรือใครจะเป็นผู้รับรองว่า ลูกหนี้ขาดสภาพคล่องและมีความจำเป็นต้องฟื้นฟูกิจการ 

นอกจากนี้ กฎหมายเสนอว่าแผนฟื้นฟูฯ จะต้องได้รับความเห็นชอบจากเจ้าหนี้ในจำนวนหนี้ไม่น้อยกว่า 3 ใน 4 ของหนี้ทั้งหมด หรือคิดเป็นสัดส่วน 75% ขณะที่ในที่ประชุมมีการเสนอให้ลดสัดส่วนการได้รับความเห็นชอบแผนจากเจ้าหนี้ เหลือ 2 ใน 3 หรือคิดเป็น 66% ก็เพียงพอแล้ว

สำหรับประเด็นที่มีการถกเถียงกันมากที่สุดคือ “ยอดหนี้เอสเอ็มอี” ที่ร่างกฎหมายฉบับนี้กำหนดให้เอสเอ็มอีที่มียอดหนี้ไม่น้อยกว่า 5 ล้านบาท จึงจะสามารถยื่นขอฟื้นฟูกิจการได้นั้น

หลายคนเห็นว่าไม่ควรที่จะกีดกั้นให้เอสเอ็มอีเข้ามาฟื้นฟูกิจการ ควรจะเปิดกว้างให้เอสเอ็มอีเข้ามายื่นฟื้นฟูกิจการ เพราะหากกำหนดมูลหนี้ไม่น้อยกว่า 5 ล้านบาท เท่ากับว่าการออกกฎหมายนี้แทบจะไม่มีความหมาย หรือไม่สามารถช่วยเอสเอ็มอีได้อย่างแท้จริง

เนื่องจากข้อมูลจาก สสว. พบว่า มีนิติบุคคลเอสเอ็มอีที่ส่งงบการเงินประมาณ 4.2 แสนราย จากจำนวนเอสเอ็มทั้งหมดมีประมาณ 2.7 ล้านราย และเมื่อสำรวจหนี้สิ้น พบว่า เอสเอ็มอีขนาดเล็กที่มีหนี้สินระหว่าง 0-1 ล้านบาท มีสัดส่วนถึง 59% กลุ่มเอสเอ็มอีที่มีหนี้ระหว่าง 1-5 ล้านบาท มีสัดส่วน 17.7%

นั่นหมายความว่าเอสเอ็มอีส่วนใหญ่กว่า 76% ไม่สามารถเข้าถึงกระบวนการฟื้นฟูกิจการได้ ทำให้หลายฝ่ายเสนอไม่ให้มีการจำกัดยอดหนี้ของเอสเอ็มอีที่จะขอฟื้นฟูกิจการ

นอกจากนี้ เป็นที่รู้กันว่าเอสเอ็มอีไม่ได้มีปัญหาหนี้เฉพาะกับสถาบันการเงินเท่านั้น เอสเอ็มอีส่วนใหญ่ยังมีปัญหาหนี้นอกระบบ ถ้าเข้ากระบวนการฟื้นฟูแล้วไม่สามารถจัดการปัญหาหนี้ให้ได้แบบเบ็ดเสร็จ แก้ไขอย่างไรเอสเอ็มอีไม่สามารถที่จะหลุดบ่วงปัญหาหนี้ได้

อย่างไรก็ตาม การเปิดรับฟังความคิดเห็นร่าง พ.ร.บ.ล้มละลาย (ฉบับ...) พ.ศ. ... เพื่อการฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้ที่เป็นวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) มีการถกประเด็นต่างๆ ที่ยังมีความเห็นไม่ตรงกันอีกหลายข้อ  ซึ่งอาจจะมีการปรับเปลี่ยนแก้ไข และมีการทบทวนอีกครั้ง เพื่อให้การผลักดันกฎหมายฟื้นฟูกิจการ
ลูกหนี้เอสเอ็มอี สามารถที่จะให้เอสเอ็มอีที่ติดบ่วงหนี้สามารถที่จะฟื้นฟูกิจการและฟื้นฟูกิจการได้ตามวัตถุประสงค์กฎหมายอย่างแท้จริง

ข่าวล่าสุด

ถ่ายทอดสด นิวคาสเซิ่ล พบ แอสตัน วิลล่า พรีเมียร์ลีก วันนี้ 16 ต.ค.69

ถ่ายทอดสด นิวคาสเซิ่ล พบ แอสตัน วิลล่า พรีเมียร์ลีก วันนี้ 16 ต.ค.69