
"เลขาสมช."คาดเริ่มพูดคุยสันติสุขภาคใต้มิ.ย.นี้
เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติคาดเริ่มพูดคุยสันติสุขใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ภายใน มิ.ย.นี้
เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติคาดเริ่มพูดคุยสันติสุขใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ภายใน มิ.ย.นี้
เมื่อวันที่ 12 พ.ค. นายอนุสิษฐ คุณากร เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ(สมช.) กล่าวถึงความคืบหน้าการพูดคุยสันติสุขใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ว่า เรื่องนี้รัฐบาลมีการแยกกันทำงานในระดับนโยบายที่จะดูแลความคืบหน้า ส่วนเรื่องรายละเอียดนั้นต้องให้พล.อ.อักษรา เกิดผล หัวหน้าคณะพูดคุยเป็นผู้เปิดเผย ซึ่งขณะนี้แนวทางในการเปิดเผยข้อมูลนั้นยังไม่มีความชัดเจน จะพูดอะไรออกไปในขณะนี้ก็จะไม่เกิดประโยชน์ ตรงกันข้ามอาจจะก่อให้เกิดความสับสน เกิดการตีความด้วยซ้ำ
นายอนุสิษฐ กล่าวด้วยว่า เป้าหมายใหญ่คือรัฐบาลต้องการหาทางออกเพื่อนำไปสู่สันติสุขในพื้นที่ชายแดนภาคใต้ ซึ่งเมื่อวันที่ 11 พ.ค.ที่ผ่านมา ตนได้เดินทางไปประชุมในพื้นที่ได้พบเห็นการมีส่วนร่วมของประชาชนและภาคสังคมต่างๆ ซึ่งทุกคนมีความตั้งใจและคาดหวังในสันติสุข โดยหวังว่าจะเกิดขึ้นได้ในระยะเวลาไม่นานหลังจากนี้ ทั้งนี้รัฐบาลมีความตั้งใจในการแก้ไขปัญหาซึ่งทุกส่วนต้องช่วยกันผลักดันการพูดคุย การชี้แจงทำความเข้าใจกับกลุ่มผู้เห็นต่าง ตอนนี้ถึงเวลาแล้วที่จะกลับมาพูดคุยเพื่อหาทางออกร่วมกันซึ่งรัฐบาลมีหน้าที่เปิดช่องทางแสวงหาทางออก
ผู้สื่อข่าวถามว่ามีความเป็นไปได้หรือไม่ที่การพูดคุยจะเริ่มขึ้นในเดือนมิ.ย.อย่างที่เป็นข่าว นายอนุสิษฐ กล่าวว่า เป็นไปได้ ซึ่งที่ผ่านมาเรามีการหารืออย่างไม่เปิดเผยด้วย ขณะที่ทางมาเลเซียก็เป็นผู้อำนวยความสะดวกด้วยดีมาโดยตลอด ซึ่งทางสมช. มาเลเซีย และทางไทยต่างมีความสนิทแน่นแฟ้น เมื่อถามต่อว่าการพูดคุยครั้งต่อไปจะออกมาในรูปแบบของการพูดคุยระหว่างสภาพันธะแห่งประชาชนปาตานีกับรัฐบาลไทยใช่หรือไม่ นายอนุสิษฐ กล่าวว่า มีความหลากหลายเพราะมีหลายกลุ่มแม้กระทั่งภาคประชาชนที่มีความเห็นไม่สอดคล้องกัน ก็จะมีการพูดจาหารือกันด้วย แต่ไม่อยากจะเปิดเผยในตอนนี้เพราะจะทำให้กลุ่มที่ไม่มีชื่อนั้น อาจคิดว่ารัฐบาลไม่ได้ให้ความสำคัญซึ่งพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้าคสช. ย้ำว่าการพูดคุยต้องครอบคลุมทุกกลุ่มเพื่อให้สันติสุขเกิดขึ้นได้อย่างแท้จริง
เมื่อถามว่ากระแสข่าวที่มาเลเซีย ดึงผู้ก่อความไม่สงบ 6 กลุ่ม ตั้งขึ้นในนามสภาพันธะแห่งประชาชนปาตานีมีข้อเท็จจริงอย่างไร นายอนุสิษฐ กล่าวว่า ตนยังไม่ทราบข้อมูลแต่คิดว่าทางมาเลเซียได้พยายามเปิดเผยบางสิ่งบางอย่างออกมา ส่วนที่เป็นข่าวว่ามีรายชื่อของผู้ที่จะเข้ามาพุดคุยนั้นตนไม่ทราบ แต่คิดว่าไม่ว่าจะเป็นกลุ่มใด ทุกคนมีส่วนที่จะเข้าสู้กระบวนการการสร้างสันติสุขหรือการแสวงหาทางออกร่วมกันทั้งสิ้น
“การพูดคุยต้องขึ้นอยู่กับผู้อำนวยความสะดวกด้วยซึ่งบางครั้งเขาอาจคิดว่ากลุ่มนี้ได้มีการพูดคุยกันแล้ว จึงอาจจะนำกลุ่มอื่นเข้ามาพูดคุยสลับสับเปลี่ยนกัน ซึ่งเราเองไม่ควรไประบุเจาะจงว่าเป็นใครบ้างแต่ทุกกลุ่มที่เห็นต่างแล้วใช้ความรุนแรงควรจะมาพูดคุยกัน ผมให้ความสำคัญกับทุกกลุ่ม ซึ่งทุกกลุ่มถึงแม้ไม่ใช้ความรุนแรงแต่ว่าเห็นต่างก็เป็นองค์ประกอบหนึ่งในการดึงให้เกิดการใช้ความรุนแรง ดังนั้นทุกคนจึงมีพลังในการแก้ไขปัญหา เราจึงไม่มองว่ากลุ่มใดกลุ่มหนึ่งมีความสำคัญมากน้อยกว่ากัน”นายอนุสิษฐ กล่าว







