posttoday
สลากฯเดินหน้า สกัดขายหวยเกินราคา

สลากฯเดินหน้า สกัดขายหวยเกินราคา

12 พฤษภาคม 2558

ในการสัมมนาเรื่องแก้ไขกฎหมายสลาก โอกาสและความท้าทายสู่การปฏิรูปสลากเพื่อสังคม

ในการสัมมนาเรื่องแก้ไขกฎหมายสลาก โอกาสและความท้าทายสู่การปฏิรูปสลากเพื่อสังคม จัดโดยคณะกรรมาธิการการพัฒนาสังคมและกิจการเด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ คนพิการ และผู้ด้อยโอกาส ร่วมกับคณะกรรมาธิการการเศรษฐกิจ การเงินและการคลัง พล.ต.ฉลองรัฐ นาคอาทิตย์ ผู้อำนวยการสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ได้กล่าวถึงกรณีที่วิปรัฐบาลตีกลับร่าง พ.ร.บ. สลากฉบับใหม่ ว่าคงต้องปล่อยให้เป็นไปตามกระบวนการทางกฎหมาย และจะนำเข้าหารือในที่ประชุมคณะกรรมการสลากกินแบ่งรัฐบาลก่อนว่าจะตัดสินใจดำเนินการอย่างไร เพราะเป็นนโยบายรัฐบาล

อย่างไรก็ดี สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลต้องหาช่องทางการจำหน่ายสลากใหม่ เพื่อเป็นทางเลือกให้ประชาชนในการซื้อสลากได้ตามราคา 80 บาท แต่คาดว่าช่องทางใหม่ที่คิดไว้อาจจะขายสลากได้ไม่หมด และผู้ค้ารายเดิมจะมีปัญหาขายสลากไม่หมด จึงเสนอให้มีการตั้งกองทุนรับซื้อเลขไม่สวยหรือสลากที่ตาย ซึ่งจากการศึกษาพบว่าในสลาก 1 ชุด (1 หมื่นเล่ม หรือ 1 ล้านฉบับ) จะมีเลขไม่สวย 1.27 หมื่นฉบับ หรือคิดเป็นสัดส่วน 1.27% ที่สำนักงานสลากฯ กันไว้จำหน่ายเอง

สำหรับการจัดสรรโควตาสลาก พล.ต.ฉลองรัฐ กล่าวว่า ไม่ได้เอื้อกับใคร แต่เป็นที่โควตาสลากที่ออกจากสำนักงานสลากฯ แล้วกลายเป็นเรื่องที่มีคนเอาไปหากำไร และยืนยันว่าการจัดสรรโควตาสลากใหม่ 48 ล้านฉบับที่จะเริ่มในเดือน มิ.ย.นี้ จะให้ยึดตามที่ประชุมคณะกรรมการชุดก่อนที่อนุมัติให้ผู้ค้ารายย่อยได้รายละ 5 เล่มใหญ่ หรือ 10 เล่มเล็ก ถือเป็นการจัดสรรเกลี่ยใหม่ทั้งหมด จากเดิมที่มีคนได้โควตาตั้งแต่รายละ 2 เล่มใหญ่ ถึง 300 เล่มใหญ่ แต่ต่อไปจะให้คนละ 5 เล่มใหญ่ ส่วนขององค์กรมูลนิธิยังจัดสรรให้ตามเดิม จึงคาดว่าคณะกรรมการชุดใหม่จะยึดแนวทางการจัดสรรสลากตามมติคณะกรรมการชุดเดิม

อัลจนา พึ่งเย็น ผู้อำนวยการฝ่าย ฝ่ายกฎหมายการคลัง สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา กล่าวว่า การแก้ พ.ร.บ.สำนักงานสลากฯ ครั้งนี้ มีสาระสำคัญ 3-4 เรื่อง คือ การจัดสรรโควตาสลากให้เป็นอำนาจของคณะกรรมการสำนักงานสลากฯ จึงจะไม่เห็นเรื่องสัดส่วนการจัดสรรโควตาใน พ.ร.บ.ใหม่ และให้อำนาจคณะกรรมการในการกำหนดรูปแบบสลากตามที่สำนักงานสลากฯ เสนอ

นอกจากนี้ ยังปรับเปลี่ยนการจัดสรรเงินรางวัล จากเดิมที่เสนอให้กันเงิน 5% ของรายได้มาตั้งกองทุน แต่ทางกฤษฎีกา ได้ให้สำนักงานสลากฯ กลับไปศึกษาว่าต้องใช้เงินเท่าไรในการตั้งกองทุนเพื่อรับซื้อเลขไม่สวยหรือสลากตายที่มีงวดละ 1.27% ของจำนวนสลากออกขาย ซึ่งสำนักงานสลากฯ แจ้งกลับมาว่าต้องใช้เงิน 37 ล้านบาท/งวด จึงเห็นควรให้ลดเงินสมทบเข้ากองทุนเหลือ 3% ซึ่งจะได้เงินราว 88 ล้านบาท/งวด และให้อำนาจ รมว.คลัง ในการหยุดการจ่ายเงินสมทบ หากเห็นว่ามีเงินกองทุนมากพอ และให้นำเงินรายได้ดังกล่าวส่งเข้าคลังแทน โดยเห็นว่ายอดเงินสมทบเข้ากองทุนไม่ควรเกิน 10% ของยอดขาย

ขณะเดียวกัน ได้ให้กองทุนมีสถานะเป็นนิติบุคคลแยกออกจากสำนักงานสลากฯ ป้องกันปัญหา เป็นทั้งผู้ออกสลากและรับซื้อเอง และกำหนดให้สำนักงานสลากฯ ต้องประกาศเลขที่จะรับซื้อหรือจำหน่ายเองทั้งหมด รวมทั้งให้ประกาศเลขที่ยังไม่มีผู้ซื้อก่อนวันออกสลากเพื่อสร้างความโปร่งใส กรณีเลขที่รับซื้อไว้ถูกรางวัลให้นำเงินรางวัลและดอกผลจากการบริหารนำส่งเข้ากองทุนต่อไป

นายวิสุทธิ์ ศรีสุพรรณ รมช.คลัง กล่าวว่า การเพิ่มบทลงโทษ ผู้ขายสลากเกินราคา ผู้จำหน่ายสลากใกล้สถานศึกษา และเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี เชื่อว่าสลากงวด 16 มิ.ย. จะขายตามราคาที่ 80 บาทได้

ส่วนการจัดสรรโควตาให้เป็นอำนาจของคณะกรรมการชุดใหม่ ยังระบุไม่ได้ว่ารายย่อยจะได้เท่าไร และจะลดราคาจำหน่ายให้นิติบุคคลรายใหญ่เหลือเท่าไร แต่ที่ห่วง คือ ปัญหาการรวมชุดสลาก เพราะ
หากขายสลากเกินราคาขั้นต่ำ 100 บาท/คู่ หรือขายเกินราคา 20 บาท/คู่ เท่ากับผู้ค้าจะมีส่วนต่างราว 740 ล้านบาท/งวด หรือ 1,500 ล้านบาท/ปี เป็นเงินกว่า 1.8 หมื่นล้านบาท/ปี

ข่าวล่าสุด

การบินไทย ออกมาตรการเยียวยาผู้โดยสาร กระเป๋าตกค้าง ยกเลิกเที่ยวบิน ช่วงน้ำท่วม

การบินไทย ออกมาตรการเยียวยาผู้โดยสาร กระเป๋าตกค้าง ยกเลิกเที่ยวบิน ช่วงน้ำท่วม